20 ส.ค.2567 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสนธิญา สวัสดี อดีตผู้สมัคร สว. เข้ายื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาล เพื่อขอให้นายกรัฐมนตรี ตรวจสอบกรณีการแต่งชุดขาวราชการของนายทักษิณ ชินวัตร ในวันโปรดเกล้าฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ว่าการแต่งชุดขาวนั้น ใช้สิทธิของหน่วยงานราชการใด
นายสนธิญา กล่าวว่า ชุดข้าราชการของนายทักษิณที่ปรากฏในวันโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร นั้น จากการสังเกตของตัวเองมองว่า เป็นการทำผิดกฎระเบียบเพราะนายทักษิณถูกถอดยศ ตำรวจไปแล้ว อีกทั้งยังมีคำพิพากษาศาลถึงที่สุดไปแล้ว
สำหรับการแต่งกายของนายทักษิณนั้น พบว่ามีการติดแพรแถบที่ระลึก 3 แถวเปล่า ไม่มีเครื่องราชฯ เนื่องจากถูกยึดคืนทั้งหมดเมื่อ พ.ศ.2562 ส่วนเข็มอีกฝั่งใต้เข็ม ร.10 เป็นเข็มแม่นปืนของตำรวจ ที่ตำรวจที่ลาออกมาเป็นข้าราชการพลเรือนมีสิทธิ์ประดับเข็มความสามารถที่ตัวเองเคยได้รับ
ส่วนอักษร นก. มาจากคำว่า นอกราชการ แบบเดียวกับที่นักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ปี 4-5 ติด ซึ่งคนที่ลาออกจากราชการตามระเบียบจะสามารถแต่งชุดปกติขาวได้โดยประดับเข็มนี้กำกับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แพทองธาร' ทำบุญวันเกิด 40 ปี ครอบครัวชินวัตรพร้อมหน้า
“อิ๊งค์ แพทองธาร” ทำบุญเนื่องในวันเกิดอายุครบ 40 ปี ท่ามกลางครอบครัว “ชินวัตร” พร้อมหน้า
'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ
ช็อตนี้มีความหมาย! 'อนุทิน' กราบตัก 'ทักษิณ' หลังร่วมโต๊ะ 4 นายกฯ
บรรยากาศหลังพิธีสวดพระอภิธรรม “เกรียง กัลป์ตินันท์” เจ้าภาพเชิญ 4 นายกฯ ร่วมโต๊ะอาหาร ก่อน “อนุทิ
'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'
นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’
ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’
“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ
ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.
เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

