เก็บทุกเม็ด 'เรืองไกร' ลุย ป.ป.ช. สอบนายกฯ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม

10 ก.ย. 2567 – นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือถึง ป.ป.ช. ทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. รีบทำการตรวจสอบนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่ามีพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 ข้อ 21 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง หรือไม่ และต้องส่งศาลฎีกาพิพากษาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) หรือไม่ และจะถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไปตาม มาตรา 235 วรรคสี่ หรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 2567 ป.ป.ช. ได้มีหนังสือที่ ปช 0004/1914 มาขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม กรณีกล่าวหา สส. พรรคเพื่อไทย ดูฟุตบอลจากเว็บไซต์เถื่อน ซึ่งได้ตอบไปในหนังสือวันนี้ว่า ขอให้สอบถามรายละเอียดจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

นายเรืองไกร กล่าวว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2567 ปรากฏข่าวเกี่ยวกับกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใส่ชุกปกติขาวชูนิ้วทำมินิฮาร์ททั้งสองมือ ขณะถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งชักชวนรัฐมนตรีในคณะทำตามด้วย ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างกว้างขวาง

นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ทำให้นึกถึงกรณีที่ ป.ป.ช. ตรวจสอบ สส.มงคลกิตติ์ สุสินธารานนท์ เรื่องการไปดูภาพยนตร์ “4 KINGS อาชีวะ ยุค 90” และเรื่องการไปชูนิ้วมือสามนิ้ว ซึ่ง ป.ป.ช. มีมติว่า เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 17

นายเรืองไกร กล่าวว่า จากกรณี สส.ดูฟุตบอลจากเว็บไซต์เถื่อน และ สส.ไปดูภาพยนตร์ และไปชูนิ้วมือสามนิ้ว เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ชูนิ้วทำมินิฮาร์ททั้งสองมือ จึงควรมีการตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานแบบเดียวกัน

นายเรืองไกร กล่าวว่า สำหรับกรณีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร มีประเด็นที่ควรตรวจสอบว่า มีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 ข้อ 21 หรือไม่ ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้

“ข้อ 17 ไม่กระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง”

“ข้อ 21 ปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกําลังความสามารถ และยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้ และปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ โดยคำนึงถึง ผลประโยชน์ของชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม”

นายเรืองไกร กล่าวว่า การฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม ข้อ 17 ข้อ 21 เคยมีคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขแดงที่ คมจ. 1/2567 ไว้ในหน้า 42 (บางส่วน) ดังนี้

“… นอกจากนี้การกระทำของผู้คัดค้านทั้งสามดังกล่าวยังเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมฐานกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสื่อเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง … และไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบแบบแผนของทางราชการ … ตามมาตรฐานทางจริยธรรม … ข้อ 17 และข้อ 21 อีกด้วย …”

นายเรืองไกร กล่าวว่า กรณีของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เป็นตัวการทำท่ามินิฮาร์ท และชวน ครม. ทำตามในระหว่างการถ่ายภาพร่วมกัน แต่หลังจากมีทีมงานทัก นายกรัฐมนตรียิ้มรับว่า “ลืมไปว่าใส่ชุดขาว” ซึ่ง ครม. ก็มีการยกมือทำท่ามินิฮาร์ท ก่อนเอามือลงในเวลารวดเร็ว โดยมีรัฐมนตรีหลายคนทำตาม เช่น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นต้น และมีรัฐมนตรีอีกหลายคนไม่ได้ทำตาม เช่น นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นต้น รัฐมนตรีแต่ละคนจึงเป็นบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์และสถานที่ดังกล่าว อีกทั้งเมื่อค้นหาคลิปจาก tiktok จะพบพยานหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่ชัดเจนทั้งภาพและเสียงจำนวนมาก ซึ่งสาธารณชนและประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้โดยง่าย ต่างแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง
นายเรืองไกร กล่าวสรุปว่า ดังนั้น การที่นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งร่วมถ่ายรูปที่ทำเนียบรัฐบาล และเป็นผู้เชิญชวนให้คณะรัฐมนตรีร่วมทำท่ามินิฮาร์ทขณะใส่เครื่องแบบราชการชุดปกติขาวนั้น จึงมีเหตุอันควรขอให้ ป.ป.ช. ควรตรวจสอบก่อนว่า การกระทำดังกล่าวของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้าข่ายเป็นการกระทำที่ส่งผลภาพลักษณ์และกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือความศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ในการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และเป็นการไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมฯ ข้อ 17 ข้อ 21 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง หรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' จี้ 'ทักษิณ' ทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรจะวางมือทางการเมือง เหตุพูดแล้วคนไม่เชื่อ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟสบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า กรณีอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร ไปเยี่ยมทักษิณ ชินวัตร ที่เรือนจำคลองเปรม แล้วบอก "พ่อจะวางมือทางการเมือง"

'เรืองไกร' ยื่นลาออกพลังประชารัฐ ยังไม่ร่วมพรรคใด ขอเคลื่อนไหวอิสระ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย เดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หลังสมัครเป็นสมาชิกพรรคเกือบ 3 ปี และสมัครเข้าออกถึง 3 รอบ ซึ่งในช่วงเช้านี้ได้เดินทางไปแจ้งกับพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

'เรืองไกร' เตือน 'ช่อ' พูดมากระวังย้อนเข้าตัว ลุยเก็บข้อมูลฟันยุบพรรคส้ม เจ้าของบริษัทสื่อ 'สเปกเตอร์ ซี'

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วถ้าพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย

'พท.' ปล่อยเพลงใหม่ ปลุกใจไม่มีวันตาย สั่งถอดบทเรียนความพ่ายแพ้

'พท.' ปลุกใจปล่อยเพลงใหม่ 'สู้ต่อไป เพื่อไทยทุกคน' ด้าน 'ยศชนัน' ให้กำลังใจผู้สมัคร รู้ทุกคนเจ็บปวด ขอปวารณาตัวไม่ทอดทิ้ง 'ประเสริฐ' สั่งถอดบทเรียนทั้งแพ้-ชนะ รวบรวมหลักฐานทุจริต ส่งสัปดาห์หน้า