แนะ 'นายใหญ่' เอาอย่าง 'ครูใหญ่' เลิกเปิดหน้า กำกับหลังฉากแทน

27 ก.พ. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แนะนายใหญ่ เอาอย่างครูใหญ่

ผมได้ทราบข่าวจากกรมราชทัณฑ์ว่า นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ถูกจำคุกอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม จะได้รับการพักโทษในวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เนื่องจากได้ถูกคุมขังในเรือนจำเป็นเวลา2ใน3ของโทษที่ได้รับ คือ1ปี และถูกจำคุกมาแล้วเป็นเวลา8เดือน ถือว่าเข้าเกณฑ์ของการพักโทษ ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์

ผมในฐานะที่เคยเป็นนักการเมืองมาด้วยกัน และผ่านการถูกคุมขังในเรือนจำ จนได้รับสิทธิ์การพักโทษ จากการถูกจำคุก 2 ใน 3 เช่นเดียวกับนายทักษิณ รู้สึกยินดีที่นายทักษิณได้รับอิสรภาพ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การพักโทษ ก็ยังดีกว่าถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ และเมื่อวานที่ผ่านมา นางสาวแพทองธาร ชินวัตร กับนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณที่เรือนจำกลางคลองเปรม

หลังจากเข้าเยี่ยมแล้วได้พบกับผู้สื่อข่าว ซึ่งได้ถามนางสาวแพทองธารว่า “อนาคตทางการเมืองของนายทักษิณ หากได้รับการปล่อยตัวพักโทษแล้ว จะวางมือทางการเมืองเลยหรือไม่” นางสาวแพทองธารตอบว่า “นายทักษิณเข้าไปอยู่ในเรือนจำนานถึง6เดือนแล้ว ก็น่าจะวางมืออย่างแน่นอน ไม่มีไม่วางหรอกค่ะ”

ซึ่งแสดงว่าเป็นความต้องการของนางสาวแพทองธารผู้เป็นลูก ที่เห็นว่าสถานการณ์ทางการเมืองในตอนนี้ ไม่เอื้อให้นายทักษิณเข้ามายุ่งเกี่ยวทางการเมือง และควรจะวางทางการเมืองได้แล้ว แต่การที่ทักษิณจะวางมือทางการเมืองหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวนายทักษิณเอง และจะต้องได้รับคำยืนยันจากปากของนายทักษิณเองว่า จะวางมือทางการเมืองจริงหรือไม่ ไม่ใช่ได้ยินจากปากของนางสาวแพทองธาร ซึ่งมีเจตนาให้นายทักษิณวางมือ ถ้านายทักษิณวางมือทางการเมืองจริง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมาสถานการณ์การเมืองที่มีปัญหาอยู่ นายทักษิณก็เป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ หรือเป็นส่วนประกอบสำคัญของสถานการณ์ทางการเมือง ถ้านายทักษิณปล่อยวางได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี แต่เกรงว่าคนอย่างนายทักษิณ ซึ่งมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เป็นนักสู้ กลัวจะวางมือไม่ได้ เพราะที่ผ่านมานายทักษิณ ก็เป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญทางการเมืองของประเทศไทย และปัจจุบันยังเป็นผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย และมวลชนเสื้อแดง

ถ้าทักษิณไม่สามารถวางมือทางการเมืองได้จริง ก็ไม่ควรเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบเปิดหน้า ควรเป็นผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองคอยอยู่เบื้องหลัง เป็นที่ปรึกษา หรือคอยกำกับการเคลื่อนไหวทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นนายใหญ่ ซึ่งถ้าหากว่าสามารถเปลี่ยนแปลงบทบาทจากผู้นำทางการเมืองมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกับกรณีครูใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังพรรคภูมิใจไทย และเป็นผู้วางเกม เป็นผู้บงการการเมืองทั้งหมด ซึ่งจะเห็นว่าคนอยู่เบื้องหลัง จะไม่ตกเป็นเป้าถูกโจมตีการเมืองแต่อย่างใด

การที่ครูใหญ่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองของกลุ่มสีน้ำเงิน ถือว่าเป็นการวางตัวหรือวางบทบาทได้อย่างชาญฉลาด ที่ไม่มีใครสามารถโจมตีได้ การอยู่หลังฉากคอยกำกับทุกอย่าง จนประสบความสำเร็จในทุกด้าน ถ้านายใหญ่ต้องการที่จะเดินเกมทางการเมืองให้ประสบความสำเร็จ เหมือนกับครูใหญ่ในปัจจุบัน ก็ควรจะอยู่เบื้องหลังทางการเมืองดีกว่า การเปิดหน้าเคลื่อนไหวทางการเมืองเหมือนอดีตที่ผ่านมา จะตกเป็นเป้าถูกโจมตี และจะสร้างความขัดแย้งในสังคม ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อตัวนายใหญ่ และบรรยากาศทางการเมืองของประเทศด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สส.ภูมิใจไทย' ซัด 'อภิสิทธิ์' ไร้วุฒิภาวะ ปั่นกระแสลือคดีฮั้วสว.ฉลองรอดแล้ว หวังผลส้มหล่น

‘วัชรพงศ์’ ซัด ‘อภิสิทธิ์’ ไร้วุฒิภาวะ ปมปล่อยข่าวลือคดีฮั้ว สว. ฉลองรอดแล้ว ตอกกลับควรมีหลักฐานจริง ไม่ใช่ใช้ปากตีกินเดินเกมหวังผลทางการเมืองและโหนกระแสพรรคส้มเพื่อรอส้มหล่น

เดือด! 'ภูมิธรรม' ตอกซ้ำ 'ส้ม' ไม่เชื่อ 'พท.' เพราะเคยตระบัดสัตย์ ถามพรรคที่เลือกน่าเชื่อถือกว่าตรงไหน

'ภูมิธรรม' โพสต์ถึงพรรคประชาชนอีกครั้ง ย้ำโพสต์ใน X เรื่องฮั้ว สว. จุดประสงค์ไม่ต้องการโต้ตอบ ทางการเมืองแบบตีลูกปิงปอง เพียงอยากเห็นการทำงานการเมืองอย่างรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนที่เลือกเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร

14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)

เอาแล้ว! เอกสารพยานคดีฮั้วสว.หลุด ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่-ล่อลวง-ยัดคดี ให้ซัดทอดภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ตค. 68 ที่ผ่านมา พยานในคดีฮั้วการเลือกตั้งวุฒิสภา ได้ทำบันทึกคำให้การเพิ่มเติม เป็นหนังสือเพื่อกลับคำให้กา