'นิพิฏฐ์' หวิดถูกขัง! หลังเผลอเรียกผู้พิพากษา 'ใต้เท้า'

2 พ.ย.2567 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมเป็นคนแก่ที่ผู้ปกครองนำเด็กนักเรียนเข้ามาปรึกษาเรื่องการเรียนด้านกฎหมายอยู่บ่อย

-ยังติดค้างมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่คณบดีท่านเชิญมานานเกือบ 4 เดือนแล้ว ให้ไปพูดให้นักศึกษาฟัง แต่ยังไม่มีเวลาว่าง

-แต่แปลกที่ม.ทักษิณ อยู่ชายคาบ้านแท้ๆ ไม่มีอาจารย์/นักศึกษาเชิญไปพูดแลกเปลี่ยนความเห็นด้านกฎหมายเลย ม.ทักษิณเลยไม่ค่อยมีชื่อเสียงด้านนิติศาสตร์ทั้งที่เด็กๆภาคใต้ ชอบเรียนนิติศาตร์กันมาก การให้อัยการ,ผู้พิพากษา เป็นหลักในการสอนกฎหมายนั่นคือความผิดพลาดของวงการกฎหมายไทย

- 30 ปีที่เคยอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายเกือบทุกฉบับผ่านสายตาผมไปทั้งนั้น แต่พอออกมาใช้วิชาชีพกฎหมายจริงๆ มันคนละเรื่องกันเลย ตำรวจ,อัยการ,ผู้พิพากษา,ทนายความ ต่างมอง “ความยุติธรรมไปคนละอย่าง"

-ทนายความอยู่ต่ำสุดของกระบวนการยุติธรรม อยู่แบบไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี จึงไปหากินนอกแบบ หลายคนจึงถนัดตบทรัพย์สร้างรายได้ กินแสงเป็นอาหาร

-ถ้าเราไม่เรียนรู้ร่วมกันว่า”ความยุติธรรมคืออะไร แก่นของความยุติธรรมอยู่ตรงไหน“ ระบอบประชาธิปไตยก็อ่อนแอ เพราะความยุติธรรม คือ เสาค้ำยันระบอบประชาธิปไตย

-ผมว่าความมาตั้งแต่ผู้พิพากษาบางคนยังไม่หย่านม,ผมว่าความมาตั้งแต่ทนายความบางคนฟันน้ำนมยังไม่หัก,ผมว่าความมาตั้งแต่อัยการบางคนยังเริ่มหัดคลาน

-ผมเป็นทนายความรุ่นเก่าที่เรียกผู้พิพากษาว่า“ใต้เท้า” เพราะสมัยก่อนเราเรียกผู้พิพากษาว่า“ใต้เท้า”มาวันนี้ก็ยังชินอยู่ วันหนึ่งเผลอเรียกผู้พิพากษาว่า“ใต้เท้า” เกือบถูกขังเลย ท่านหาว่าดูหมิ่นศาล เวรกรรม!!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิพิฏฐ์' มองคดี ตชด.ยิงวินฯ 2 ศพ ถึงเวลาความรู้นำความเห็น

“นิพิฏฐ์” มองกระแสวิจารณ์คดี ตชด.ยิงวินเสียชีวิต 2 ราย สะท้อนปัญหาสังคมใช้ความเห็นนำความรู้ พร้อมเสนอให้ศาลอธิบายข้อกฎหมายสำคัญ เพื่อให้คำพิพากษาเป็นบทเรียนต่อสาธารณ

โปรดเกล้าฯ ให้ผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ พ้นจากตำแหน่ง

ราชกิจจานุเบกษาเผย ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศก

'นิพิฏฐ์' ตั้งคำถาม 'สัปปายะสภา' หรือกำลังกลายเป็น 'อสัปปุริสสภา'

อดีต สส.พัทลุง ตั้งคำถาม สภาฯยังเป็น “สัปปายะสภา” หรือกำลังกลายเป็น “อสัปปุริสสภา” หลังชี้ว่าการใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ควรมีไว้ป้องกันการปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต