เอาแล้ว 'ญาติวีรชน' ปลุกปชช.ทวงคืนที่ดินเขากระโดง

“อดุลย์” ปลุกปชช.ทวงคืนที่ดินเขากระโดงของพ่อหลวงร.5ที่พระราชทานให้การรถไฟฯ แฉ ”ชัย ชิดชอบ”เคยลงบันทึกยินยอมขออาศัย แต่มีขบวนการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ศาลสูงสุดมีคำพิพากษาเป็นข้อยุติแล้ว กรมที่ดินต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เตือน นักการเมือง- ขรก.กำลังละเมิดพระบรมราชโองการ-ละเมิดอำนาจศาล มีความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

24 พ.ย. 2567 – นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 ผู้ก่อตั้งสภาที่ 3 กล่าวถึงกรณี กรมที่ดิน โดยคณะกรรมการสอบสวนฯ ไม่เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินบริเวณเขากระโดงตามคำพิพากษาของศาลฎีกา ว่า เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ที่ดินบริเวณพื้นที่เขากระโดง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 5,083 ไร่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พ่อหลวง รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทาน พื้นที่เขากระโดงให้กรมรถไฟหลวง เพื่อใช้ทรัพยากรในพื้นที่ดังกล่าวไปสร้างทางรถไฟ ให้เกิดประโยชน์แก่ราษฎร และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยมิให้ผู้ใดมาครอบครองที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ต่อมามีกลุ่มบุคคลนำโดย นายชัย ชิดชอบ มาขอทำกิน จนเกิดเรื่องพิพาท ในที่สุดนายชัย พร้อมเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ ได้มีการลงบันทึกร่วมกัน เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2513 ว่า ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟฯ โดยนายชัย ขออาศัยที่ดินจากการรถไฟฯ และการรถไฟฯ ตกลงยินยอมให้อาศัย ต่อมามีความพยายาม เบียดบังที่ดินการรถไฟฯ มาเป็นที่ดินเป็นของตนอย่างเป็นขบวนการ และมีการออกเอกสารสิทธิ์ ทับที่ดินของการรถไฟฯ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายอดุลย์ กล่าวว่า ล่าสุดได้มีคำพิพากษาศาลฎีกาและคำพิพากษาศาลปกครองกลางแล้ว แต่กรมที่ดินกลับไม่เพิกถอนหรือแก้ไขหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินซึ่งเป็นการบ่ายเบี่ยงไม่เคารพกฎหมาย เนื่องจากปรากฏข้อเท็จจริงจากคำพิพากษาของศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ชี้ชัดว่า ที่ดินบริเวณเขากระโดง ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของการรถไฟ แผนที่พื้นที่เขากระโดงของการรถไฟฯ ก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนแล้ว และยังปรากฏข้อเท็จจริงว่า ศาลได้มีคำพิพากษาเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกในที่ดินดังกล่าวบางแปลงและมีการบังคับคดีแล้วไม่จำเป็นต้องนำมาพิสูจน์สิทธิอีก จึงเป็นข้อยุติทุกกระบวนการแล้ว กรมที่ดิน จึงมีหน้าที่คุ้มครองที่ดินบริเวณดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การรัฐและราษฎร และต้องป้องกันไม่ให้มีผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ

“ขอเตือนสติ รัฐบาล กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน และผู้เกี่ยวข้อง ว่าพวกท่านกำลังละเมิดพระบรมราชโองการของพ่อหลวงรัชการที่ 5 ดูหมิ่นเหยียดหยามอำนาจของศาลสูงสุด แกนนำรัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบ จะต้องเร่งดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลสูงสุด หากยังวางเฉยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ถือว่ามีส่วนในการละเมิดพระบรมราชโองการ ละเมิดอำนาจศาล จะต้องมีความผิดตามกฎหมายด้วย ส่วนรมต.คมนาคม และผู้ว่ารถไฟฯที่ ยืนข้างผลประโยชน์ของบ้านเมือง รวมทั้งผู้ที่ยื่นฟ้องต่อศาลเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ต้องให้การสนับสนุนทวงคืนที่ดินของ พ่อหลวง ร.5 มาให้ได้ และขอเตือนว่าที่ดินของหลวงเป็นของศักดิ์สิทธิ์มันผู้ใดที่บังอาจเบียดบังมาเป็นของตน จะประสบแต่ความวิบัติหายนะในที่สุด” นายอดุลย์ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี

ครูบุรีรัมย์มีหวัง! แบกหนี้แทนเพื่อนกว่า 13 ล้าน นัดเจรจาแบงก์ 3 ก.ย.

“ครูติ๋ว” เปิดเอกสารพบหนี้ที่ตัวเองกู้ เงินต้น 2.26 ล้าน ดอกเบี้ย 1.25 ล้าน ส่วนกว่า 13 ล้านเป็นภาระจากการค้ำประกันให้เพื่อนครู 4 คน ล่าสุดอัยการคุ้มครองสิทธิ สพฐ. และ สพป.บุรีรัมย์

บุรีรัมย์เร่งเพิกถอน 10 พนักงานส่วนตำบล โกงสอบท้องถิ่น

นายคำเคลื่อน พณะชัย รองผู้ว่าราชจังหวัดบุรีรัมย์ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดบุรีรัมย์(ก.อบต.จังหวัดบุรีรัมย์) ที่ห้องประชุมนารายณ์บรรทมสินธุ์ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ ต.เสม็ด อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ครูบุรีรัมย์ ร้องอัยการคุ้มครองสิทธิ ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คน ลอยแพให้แบกหนี้กว่า 16 ล้าน

ครูวัย 47 ชาวบุรีรัมย์ ที่ถูกเพื่อนร่วมวิชาชีพ 4 คนลอยแพให้แบกหนี้แทนกว่า 16 ล้าน หลังค้ำประกันเงินกู้แต่เบี้ยวไม่จ่ายจนโดนฟ้องและยอมเป็นบุคคลล้มละลาย เพื่อเลี่ยงชำระหนี้