7 ธ.ค.2567 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ข้อความของนายบุญเลิศ ไพรินทร์ เจ้าของฉายา "โหร สว." อดีต สว. และอดีต สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุเนื้อหาดังนี้
รัฐบาลนำโดยพรรคเพื่อไทยจะเสนอร่างกฏหมายเข้าสภาเพื่อให้อำนาจคณะรัฐมนตรีมีอำนาจเสนอเพื่อแต่งตั้ง ผู้บัญชาการเหล่าทัพแทน สภากลาโหมที่ใช้อยู่ตลอดมา
ผมเชื่อว่า ร่างกฏหมายดังกล่าวอาจยังไม่ผ่านมาเป็นกฏหมายทันได้ใช้ในรัฐบาลชุดนี้ รัฐบาลชุดนี้อาจล้มหายตายจากไปเสียก่อนก็ได้
ร่างกฏหมายดังกล่าวอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดรัฐประหารเสียก่อนจะคลอดออกมาใช้ก็ได้
แม้ร่างกฏหมายดังกล่าวจะผ่านสภามาเป็นกฏหมายแล้วก็ตาม ก็ไม่สามารถป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารได้ ถ้ารัฐบาลเลว ชั่วช้าเลวทราม ขายชาติขายแผ่นดิน คิดล้มล้างการปกรองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุจริตคอรัปชั่นทำให้บ้านเมืองเสียหาย
วิธีป้องกันการปฏิวัติรัฐประหารที่ดีกว่ามีกฏหมายหรือดีที่สุดก็คือนักการเมืองต้องเป็นคนดีไม่เป็นทาสของนายทุนใหญ่แล้วมาทำลายและทำร้ายประชาชนทุกรูปแบบ ไม่ขายชาติขายแผ่นดิน ไม่ทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน ก็ไม่ต้องกลัวว่าทหารจะปฏิวัติรัฐประหารแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม นักการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่เฉพาะในไทยเท่านั้นที่ต้อง เลวและชาติชั่วที่ต้องตกเป็นทาสนายทุนใหญ่ ต้องซื้อหัวคะแนน ต้องซื้อคะแนนเสียง ต้องคดโกงการเลือกตั้ง ต้องซื้อ กกต ในจังหวัดเพราะความเลวของตน จะต้องเลวอย่างครบวงจรจึงจะชนะการเลือกตั้ง จะเลวได้ขนาดนั้นจะต้องใช้เงินมหาศาล
พอได้เป็น สส.ถ้าจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีโดยเฉพาะกระทรวงที่ทุจริตได้มากๆ เช่น คมนาคม มหาดไทย เกษตร ทรัพยากรธรรมชาติฯ เป็นต้น จะต้องมีเงินจ่ายเจ้าของพรรคร่วมรัฐบาลอีก
ด้วยเหตุนี้นักการเมืองจึงถูกระบบการเมืองแบบนี้บีบให้ต้องมีเงินมากๆเพื่อจะได้มีอำนาจเข้ามาโกงได้เพื่อถอนทุนและสำรองไว้เพื่อทำเลวระยำดังกล่าวอีกรอบและรอบต่อๆไปไม่รู้จบนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ผมจึงได้เสนอให้คืนพระราชอำนาจให้พระเจ้าอยู่หัวพระผู้ที่รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชนมากที่สุดในประเทศนี้โดยให้พระองค์ทรงแต่งตั้งบุคคลที่ไม่ใช่ สส.ที่เป็นคนเก่งและดีมาดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ส่วน สส.ให้ทำหน้าที่พิจารณาบทกฏหมายเพื่อป้องกันปัญหา กำจัดปัญหา พัฒนาและสนองความต้องการของประเทศชาติและประชาชน
ส่วน สว.ให้มาจากการโปรดเกล้าแต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่ต่างพระเนตรพระกรรณโดยกลั่นกรองกฏหมายที่ผ่าน สส.มาแล้วและเสนอความเห็นถวายพระมหากษัตริย์
ถ้าทำได้เช่นว่านี้จะลดปัญหาทั้งปวงของประเทศและประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมมากมายทีเดียวครับ
นายบุญเลิศ ไพรินทร์
7 ธันวาคาคม 2567
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทัพเรือรับสภาพ เลื่อนกรอบเวลา ช็อป‘เรือฟริเกต’
กองทัพปรับโฉมทีมโฆษก หวังสื่อสารต่อประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็วและโปร่งใส “ทร.” รับต้องเลื่อนจัดหาเรือฟริเกต แต่ไม่กระทบความมั่นคง “ทัพฟ้า” ย้ำแผนเสริมเขี้ยวเล็บเป็นไปตามไทม์ไลน์
เปิดตัว 'ทีมโฆษกกลาโหม' ชุดใหม่ เน้นสื่อสาร 'เร็ว จริง ชัด'
'กลาโหม' เปิดตัวทีมโฆษกชุดใหม่ เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสื่อสารยุทธศาสตร์ มุ่ง 'เร็ว จริง ชัด' สร้างความเชื่อมั่นประชาชน
'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง
“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี
'บิ๊กดุลย์' เข้ากลาโหม บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เรียกถก 'ผบ.เหล่าทัพ'
'บิ๊กดุลย์' เข้ากระทรวงกลาโหม รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ บวงสรวง 7 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เดินตรวจแถว 3 เหล่าทัพ ก่อนเรียก ผบ. หารือช่วงบ่าย
'บิ๊กดุลย์' แจงสภาฯ ยกระดับ 'ทหารอาสา' ให้เป็นกำลังสำคัญสร้างเสริมความมั่นคงประเทศ
"อดุลย์" แจงสภาฯ ภารกิจกลาโหม ชี้โลกผันผวน-แบ่งขั้วชัดเจน ความมั่นคงไม่ใช่แค่ภัยคุกคามทางทหาร เตรียมรับมือทุกมิติ ชี้ความมั่นคงที่แท้จริงต้องพัฒนาจัดหาอาวุธเอง ยันเดินหน้าทหารอาสา เป็นกำลังรบ-สถาบันที่สร้างคน ลั่น “เราจะทำทันที รวมเป็นหนึ่ง จึงชนะ”
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง เปิดใจหมดเปลือกช่วงรบเขมร
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง 'รมว.กลาโหม' เปิดใจหมดเปลือกช่วงสู้รบ ยอมโดนด่า เพราะบางเรื่องพูดไม่ได้ เผยวิธีคิด ไม่ได้อยากรบ แต่เมื่อรบต้องชนะ รับเสียใจกำลังพลสูญเสีย 42 นาย เชื่อมือ 'บิ๊กดุลย์' ทำงานได้

