เปิด 7 เรื่อง ทำ 'ทั่นแม้ว' ไฟธาตุแตก คุมอารมณ์ความรู้สึกแทบไม่ได้แล้ว

21 ม.ค.2568- นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย ทนายความ นักวิจารณ์การเมือง โพสต์ข้อความว่า 7 เรื่องที่น่าเห็นใจท่านแม้วทำให้ออกอาการไฟธาตุแตก

ท่านแม้วปกติเป็นผู้เฉลียวฉลาดความคิดอ่านกว้างไกลและมีลักษณะใจเย็นมั่นใจ

นั่นเป็นอาการของคนที่กุมสภาพทุกอย่างอยู่ในมือได้

แต่ระยะสัปดาห์นี้ท่านแม้วผิดปกติไปมากออกอาการไฟธาตุแตกคุมอารมณ์ความรู้สึกแทบไม่ได้แล้ว กล่าวคำหยาบมึงกู ด่า พ่อมึง ต่อสาธารณะชนและกราดเกรี้ยวกับคนไม่เลือกหน้าทั้งที่ไม่จำเป็นต้องออกอาการขนาดนั้นเลย

เพราะนี่คือการไฟธาตุ(อารมย์)แตก คุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เผยสภาพจิตใจที่ถูกกดดันหนักหน่วงอย่างน้อยก็7เรื่องต่อไปนี้

1.เรื่องลูกสาวสุดรักสุดห่วงถูกกล่าวหาโจมตีดูหมิ่นเหยียดหยามจนไม่เป็นผู้เป็นคน น้ำใจรักลูกจึงไม่อาจทนรับสภาพเช่นนี้ได้

2.ผู้คนในวงการต่างๆทั้งคู่ปรปักษ์เก่าและคู่ปรับใหม่โถมกันเข้ามาเต็มไปทั้งวงโซเชียล คัดค้านขัดขวางทุกเรื่องเป็นรายวัน ทำอะไรก็ไม่ได้ดั่งใจ

3.คดีนักโทษเทวดาก็งวดเข้ามาเต็มทีและส่อว่าจะกุมสภาพไม่ได้อาจถูกปปช.ชี้มูลความผิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้และเรื่องเอาตัวออกไปนอกเรือนจำโดยไม่ขออนุญาตจากศาลก็น่าระทึกใจยิ่งขึ้นเพราะศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 27 มกรานี้แล้ว ซึ่งน่าระทึกใจว่าอาจจะต้องกลับเข้าเรือนจำอีกครั้งหนึ่ง

4.สารพัดเรื่องราวถูกนักร้องร้องเรียนกล่าวหากันไม่เว้นแต่ละวันจนรับมือกันแทบไม่ทันแล้วและข้อกล่าวหานั้นหลายเรื่องก็เขย่าเก้าอี้ลูกสาวจนมีทีท่าว่าจะนั่งต่อไปไม่ได้

5.ฝ่ายค้านก็จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกอุ๊งอิ๊งในเดือนหน้าซึ่งเห็นท่าอยู่แล้วว่าเป็นการจับนายกไปแก้ผ้ากลางสภาในลักษณะเชือดเดี่ยวหรือเชือดหมู่สองสามคน ลูกสาวที่ซื่อใสจะรับมือไหวหรือถึงรอดก็คางเหลือง

6รู้อยู่เต็มอกว่าในพรรคร่วมรัฐบาลนั้นต่างก็ถือมีดแทงกันอยู่ชนิดกระพริบตาไม่ได้พรรครวมไทยสร้างชาติแม้ดูเหมือนนิ่งแต่ก็พร้อมเต็มที่ในลักษณะพังก็พังวะ ส่วนพรรคภูมิใจไทยหลังจากร่ายกระบวนเพลงกระบี่ทะลวงไส้แล้วก็คุมเชิงอยู่อย่างเลือดเย็นประหนึ่งว่าชนะแล้ว 100% จึงรอให้ชัยชนะหล่นเข้าตีนเองไม่เหมือนกับผู้แพ้ต้องดิ้นรนหาชัยชนะเอง สถานการณ์แทงกันเองจะสุกงอมในเดือนหน้าเหมือนกันจึงมีความระทึกใจว่านายกอาจตกเก้าอี้ในการอภิปรายเป็นคนแรกในรอบ 50 ปีก็ได้

7.พรรคพลังประชารัฐที่คิดว่าถูกทำลายยับเยินไปแล้ว กลับผนึกกำลังขยายแนวรบออกไปอย่างกว้างขวางประกาศร่วมมือกับทุกพรรคเพื่อความอยู่รอดของประเทศซึ่งเข้าลักษณะพร้อมจะหนุนใครเป็นนายกก็ได้ที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย จึงเป็นเหตุให้ระเบิดอารมณ์ใส่ลุงป้อมว่าเป็นผู้ยึดอำนาจเป็นเหตุให้วุ่นวายทั้งที่ลุงป้อมขณะนั้นไม่ได้มีอำนาจทางทหารเลยและผู้ประกาศยึดอำนาจก็รู้กันอยู่แล้วว่าคือพลเอกประยุทธ์

อาการแบบนี้ถ้าเป็นพวกซามูไรก็ถือว่ากระพริบตาแล้วและ ผู้ร่ำเรียนวิชาบูชิโดนั้นย่อมรู้ว่า ใครกระพริบตาก็เท่ากับตายแล้ว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' เผยเจอ 'ทักษิณ' พูดคุยเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ ชี้เป็นมิตรหรือศัตรู ต้องมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับ นายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ

'อนุทิน' พบ 3 อดีตนายกฯ ร่วมงานสวดพระอภิธรรม 'เกรียง กัลป์ตินันท์'

นายกฯ เป็นประธานงานสวดพระอภิธรรม ’เกรียง กัลป์ตินันท์‘ ขณะที่ ‘4 นายกฯ’พบหน้าครั้งแรกพร้อมเพรียง ‘อนุทิน-ทักษิณ-แพทองธาร-สมชาย’

ตั้งกก.ฟันวินัย3หมอตร. แบ่งหน้าที่ช่วย‘ทักษิณ’

“รักชนก” ย้ำจุดยืนส้มมีเราไม่มีเทา หลังมีกระแสตั้งรัฐบาลเขียว-แดง-ส้ม “มาร์ค” โนคอมเมนต์ ฝันกลับมาเป็นพรรคหลัก “ผบ.ตร.” ตั้งกรรมการสอบ

ไร้ดีลลับแดงเขียวโมนาโก ระวังน้ำเงินสวนคืนเขี่ยพท.

เสถียรภาพของรัฐบาลอนุทินในวันนี้ ไม่ได้ถูกท้าทายจากตัวเลขเสียงในสภาเพียงอย่างเดียว หากแต่ถูกทดสอบผ่าน “สงครามข่าวลือ” และความพยายามสร้างภาพความแตกแยกภายในเครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย

'อนุทิน' ตอบปม 'ธรรมนัส' บินโมนาโก ชี้สีแดงผสมเขียว ก็เป็นน้ำเงินอยู่ดี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบุรีเซตกระทรวงมหาดไทยในเดือนสิงหาคม จะเริ่มต้น ด้วยการโยกย้ายใช่หรือไม่ ว่า