ภาคประชาชน จี้ 5 ประเด็นใหญ่ ทวงคำตอบการทำงานจากรัฐบาลอิ๊งค์

23 มี.ค.2568-นายเมธา มาสขาว รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ภาคประชาชนขอทวงถามการทำงานของรัฐบาลระหว่างการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี 5 เรื่อง ดังนี้

1.เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล จะทำได้ตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ หากไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อตั้ง สสร.ให้แล้วเสร็จภายในวาระรัฐบาลสมัยนี้จะถือว่าทรยศประชาชนหรือไม่

2.คดีฮั้วเลือกตั้ง สว. นายกจะสั่งการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเอาจริงหรือไม่ เพราะเกี่ยวพันกับพรรคร่วมรัฐบาล และการที่ กกต.ไม่ทำงานจะดำเนินการเอาผิดได้อย่างไร มีกลุ่มการเมืองกำลังแทรกแซงองค์กรอิสระ รัฐบาลจะแก้ไขอย่างไร

3.คดีเขากระโดง ที่มีความผิดชัดเจนและมีคำสั่งศาลฎีกาแล้ว รัฐบาลจะสั่งให้ผู้ครอบครองคืนที่ดินให้รัฐเมื่อไหร่ หรือจะให้ใครละเว้นการปฏิบัติหน้าที่บ้าง

4.เรื่องการปฏิรูป กสทช. และหยุดการแทรกแซงของกลุ่มทุนในองค์กรภาครัฐจะมีนโยบายอย่างไร การทูลเกล้าปลดประธานกสทช.ที่ขาดคุณสมบัติเป็นที่ประจักษ์จะเร่งดำเนินการหรือไม่ รวมถึงการสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มีการสรรหาประธานคนใหม่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะหากไม่ดำเนินการจะถือว่านายกละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้การเชิญประธานกสทช.มาร่วมประชุมเมื่อวันก่อน แสดงว่านายกรัฐมนตรีขาดสำนึกและความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองหรือไม่ หรือประธานกสทช.เป็นตัวแทนของใครในการประมูลคลื่นความถี่ 6G ที่กำลังจะดำเนินการ

5.เรื่องคอลเซ็นเตอร์และอุยกูร์ การแก้ปัญหาส่วยทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐที่พัวพันกลุ่มจีนเทา แก็งค์คอลเซ็นต์เตอร์ ทั้งตำรวจ ทหาร และมหาดไทย รัฐบาลไทยจะกล้าแตะต้องกลุ่มไทยเทาหรือไม่ ขณะนี้การเลื่อนขั้นตำรวจต้องแลกมาด้วยการซื้อขายตำแหน่ง  ถ้าไม่แก้ไขปัญหาใช้เงินซื้อตำแหน่งก็แก้ไขปัญหาส่วยตำรวจไม่ได้ เรื่องนี้ต้องฝากนายกรัฐมนตรีอย่างจริงจัง เพราะพ่อของท่านเคยเป็นตำรวจและใช้งานตำรวจย่อมรู้เรื่องนี้ดี รวมถึงแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวอุยกูร์ที่ทำให้ถูกแบล็คลิสต์จากตะวันตก และสหรัฐระงับวีซ่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไทย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ทราบมาว่าอาจรวมถึงรัฐมนตรียุติธรรม รองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรม และนายกรัฐมนตรีแพทองธารเองด้วย เพราะเรื่องนี้ดำเนินการกันไม่กี่คนขาดการประเมินผลกระทบจากฝ่ายความมั่นคงด้วย

ฝากนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงประชาชน และฝากผู้นำฝ่ายค้านทวงถามเพิ่มเติมด้วยครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'รบ.อนุทิน'ก้าวข้ามการเมือง สู่วิกฤตรับมือ'ยุคน้ำมันแพง'

หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.เสร็จสิ้น รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.1) ได้สถานะ อำนาจเต็ม อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยตัวเลข สส.พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง ผนวกกับพรรคร่วมจนรวมเป็น 292 เสียง

'นันทเดช' แนะด่ารัฐบาลได้ แต่ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ด้วย

“นันทเดช” สะท้อนค่าครองชีพจากมื้ออาหารเกือบ 800 บาท ก่อนชี้ 3 ปัจจัยสำคัญ ทั้งขนาดประเทศ ระบบภาษี และ VAT ย้ำประชาชนวิจารณ์รัฐได้ แต่ต้องดูข้อเท็จจริงควบคู่ไปด้วย

'อนุทิน' แถลงนโยบาย 5 ด้านลั่นทุ่มสรรพกำลังแก้ปัญหาปากท้อง

'นายกฯ' อ่านคำแถลงนโยบาย 1 ชม.8 นาที ย้ำความสำคัญกำหนดนโยบายเพื่อสร้างไทยมั่นคง-คนไทยตั้งตัวได้ เร่งออกกม.โอนงบฯ 69 แก้วิกฤติพลังงาน พร้อมย้ำยึดประโยชน์ชาติ

สภาสาดน้ำลาย 32 ชม.ครึ่ง 9-10 เม.ย. แถลงนโยบายรัฐบาล 'โสภณ' ฝันสภายุคนี้ไม่มีประท้วง

"สภา" เคาะ ถกนโยบายรัฐบาล 9-10 เม.ย.นี้ รวม 32.30 ชม. ฝ่ายค้านได้ไป 14.30 ชม. หวังให้ตรวจสอบเต็มที่ วันแรกเริ่ม 08.30 น. ลากยาวถึง ตี 2 ขณะที่ "โสภณ" บอก สภายุคนี้ไม่มีประท้วง

นายกฯ ลั่นนำความเป็นอยู่ที่ดี กลับคืนให้ ปชช.โดยเร็ว ยันเร่งคลอดทุกมาตรการแก้ปัญหา

‘อนุทิน’  กำชับ ขรก.WFH วอนประชาชน-เอกชนทำรูปแบบเดียวกัน เล็งคลอดมาตรการอื่นเร็วๆ นี้ ยันรบ.ชุดใหม่เร่งแก้ปัญหา นำความเป็นอยู่ที่ดีกลับคืนให้ประชาชนโดยเร็ว