ผลกระทบสหรัฐขึ้นภาษี สะเทือนทั้งระบบเศรษฐกิจไทย กลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมือง

4 เม.ย. 2568 - ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์คณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

ผลกระทบจากภาษีนำเข้า 36% ของสหรัฐฯ ต่อประเทศไทย
การที่สหรัฐฯ กำหนดภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าจากไทยในอัตราสูงถึง 36% จะส่งผลกระทบต่อไทยในหลายด้าน โดยเฉพาะภาคเศรษฐกิจ การค้า การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของนักลงทุน

หนึ่ง – การส่งออกไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ราคาสินค้าไทยในตลาดสหรัฐจะแพงขึ้นทันที ทำให้แข่งขันกับประเทศอื่นที่เสียภาษีต่ำกว่าลำบาก ขณะที่สหรัฐถือเป็นตลาดสำคัญของไทย หากส่งออกลดลง เศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว

สอง – โรงงานอาจปิด คนอาจตกงาน
หลายโรงงานที่ผลิตเพื่อส่งออกอาจต้องลดกำลังการผลิต หรือปิดกิจการ SMEs ขนาดเล็กที่เปราะบางอาจล้มละลาย คนตกงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม

สาม – เงินเฟ้อจะสูงขึ้น ค่าครองชีพจะแพงขึ้น
ผู้ผลิตอาจต้องขึ้นราคาสินค้าในประเทศเพื่อชดเชยต้นทุน ส่งผลให้ค่าครองชีพเพิ่ม ขณะที่กำลังซื้อของประชาชนกลับลดลง

สี่ – การลงทุนจากต่างชาติอาจลดลง
นักลงทุนที่ตั้งฐานในไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐ อาจย้ายไปประเทศอื่น เช่น เวียดนามหรือสิงคโปร์ ส่งผลให้ไทยเสียโอกาสในการดึงดูดการลงทุน

ห้า – ค่าเงินบาทอ่อนลง หนี้ภาครัฐเพิ่ม
การส่งออกที่ลดลงทำให้เงินดอลลาร์ไหลเข้าน้อยลง บาทอ่อน สินค้านำเข้าแพงขึ้น และรัฐบาลอาจต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะเพิ่มภาระหนี้

หก – รัฐบาลอาจเผชิญแรงกดดันทางการเมือง
เมื่อเศรษฐกิจถดถอย การจ้างงานหดตัว และประชาชนเริ่มรู้สึกถึงผลกระทบในชีวิตประจำวัน ความไม่พอใจอาจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหากรัฐบาลถูกมองว่าให้ความสำคัญผิดจังหวะ เช่น ดันกาสิโน ในช่วงที่ประชาชนกำลังลำบาก

สรุปคือ ภาษี 36% นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่เป็นตัวเร่งที่อาจสะเทือนทั้งระบบเศรษฐกิจไทย และกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กรุงไทย’คาด GDP ปี 2569 เติบโต 1.8%

‘กรุงไทย’ ประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโต 1.8% ช้ากว่าเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน SMEs จำเป็นต้องผ่าตัด ปรับโมเดลธุรกิจเจาะตลาดเฉพาะทางและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อพลิกฟื้นเสาหลักของเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand