
6 พ.ค. 2568- ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความหัวข้อ [ทำไมต้องไม่ซื้อเสียง ไม่ใช้อิทธิพลกลไกรัฐและกลุ่มทุน ไม่ใช้เครือข่ายอุปถัมภ์แบบ “บ้านใหญ่”?] มีรายละเอียดดังนี้
ในการเลือกตั้งภายหลังรัฐประหาร 2557 ตั้งแต่การเลือกตั้งทั่วไป 2562 และ 2566 การเลือกตั้งท้องถิ่น 2563/64 และ 2568 ไปจนถึงการเลือกตั้งซ่อมอีกหลายครั้ง เราได้ยินได้ฟังเรื่องการซื้อเสียง กันอย่างกว้างขวาง ทั้งนักการเมือง ทั้งสื่อมวลชน และทั้งประชาชนในพื้นที่เขตเลือกตั้ง ต่างก็พูดถึงเรื่องการใช้เงินกันอย่างมโหฬารในการเลือกตั้ง
ในขณะที่เสียงเซ็งแซ่เรื่องการซื้อเสียงดังไปทั่ว แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งกลับแทบไม่ได้ลงโทษผู้ซื้อเสียงกันอย่างเป็นระบบ ที่โดนลงโทษกันไปก็มีเพียงกรณีเล็กๆน้อยๆ จำพวกจัดเลี้ยง ทำบุญ จัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายหาเสียงผิดพลาด เท่านั้น
ในวาระสภาชุดก่อน การเลือกตั้งซ่อม เขต 3 นครศรีธรรมราช ก็มีการพูดกันทั่วไปเรื่องการซื้อเสียงกันอย่างมโหฬาร
มาวาระสภาชุดนี้ การเลือกตั้งซ่อม เขต 8 นครศรีธรรมราช ก็ดูพูดกันหนักขึ้นกว่าเดิม
การซื้อเสียง ใช้เงิน อิทธิพลกลไกรัฐ ในการเลือกตั้ง ก็น่ากังวลอยู่แล้ว แต่ในระยะหลัง มีสิ่งหนึ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่า คือ ความพยายามทำให้การซื้อเสียงและการใช้อิทธิพลเป็นเรื่องปกติ
สื่อมวลชน วิเคราะห์กันเป็นฉากๆ ว่าพรรคสีนี้ กลุ่มการเมืองนั้น ใช้เงินกี่กิโล เตรียมกระสุนดินดำไว้ยิงช่วงไหนบ้าง เลือกตั้ง สส รอบนี้ พรรคนี้หมดไปกี่พันล้าน
(ล่าสุด ไปไกลกว่าเดิม นักการเมืองยอมรับกันออกอากาศในรายการข่าวกันอย่างหน้าตาเฉย โดยไม่มี “องค์กรอิสระ” ใด สามารถรักษากติกาได้)
ประชาชนในพื้นที่ พูดคุยกันในวงกาแฟ วงข้าว วงเหล้า กันว่า คนนั้นยิงนัดละ 200 500 1000 คนนี้เตรียมไว้ 100 ล้าน 200 ล้าน
ปัญญาชนของพรรคการเมือง ออกมาอธิบายสร้างความชอบธรรมของการใช้เงิน ใช้อิทธิพล ใช้เครือข่าย หรือเป็น “บ้านใหญ่” ในนัยว่า นี่คือ เรียล โพลิติก นี่คือ ช่วงเปลี่ยนผ่าน นี่คือ รูปแบบหนึ่งของความสัมพันธ์ทางอำนาจ
บ้างก็ปกป้องว่า อย่าโจมตีนักการเมืองเรื่องซื้อเสียง ใช้อิทธิพล ทุจริต ให้มากนัก เดี๋ยวจะเข้าทางรัฐประหาร
บ้างไปไกลถึงขนาดว่า นักการเมือง กลุ่มการเมือง พรรคการเมืองใด ที่ทำเรื่องเหล่านี้ได้ ถือเป็น คนเก่ง คนฉลาด มีความสามารถ มีคอนเนคชั่นดี มีประสบการณ์ เก๋าเกมทางการเมือง
เรื่องผิดปกติเหล่านี้ ทำให้การแข่งขันไม่เป็นธรรม เป็นบ่อเกิดของการทุจริต แต่วันนี้ กลับกลายเป็นเรื่องปกติ น่ายกย่องสรรเสริญ พูดออกอากาศในรายการข่าวได้อย่างไม่เขินอายกันได้อย่างไร?
ในความเห็นของผมนั้น การรณรงค์ไม่ซื้อเสียง การต่อต้านการซื้อเสียง การลงสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่ใช้เงินมากมายมหาศาล
ตลอดจนการทำการเมืองที่ไม่ใช้ระบบอุปถัมภ์เครือข่าย หรือ “บ้านใหญ่” นั้น ไม่ใช่เรื่องของการเมืองคุณธรรม หรือ การเมืองเชิงศีลธรรม หรือ อวดอ้างว่าใครเป็นคนดี คนเลวกว่ากัน
แต่มันเป็นเรื่องของ “มาตรฐานขั้นต่ำ” ที่เป็นหลักประกันให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศว่า นักการเมืองที่เอาชนะเลือกตั้งได้โดยไม่ซื้อเสียง โดยไม่ใช้เงินมากมายมหาศาลในการบริหารจัดการ เมื่อเขาเข้าสู่อำนาจรัฐ เขาไม่จำเป็นต้อง “ถอนทุนคืน”
ในขณะที่นักการเมืองที่ใช้เงินมากมายมหาศาล ก็เป็นที่แน่นอนว่า เมื่อไรเขามีอำนาจรัฐ เขาย่อมใช้อำนาจรัฐนั้นในการเบียดบังงบประมาณแผ่นดินให้แก่ตนเองและพวกพ้องเพื่อสร้างความมั่งคั่งและนำมาเป็น “ทุน” ในการลงเลือกตั้งและทำการเมืองต่อๆไป หรือที่ผมให้ชื่อว่า การทำการเมืองแบบ “ขอแบ่งสัมปทานอำนาจรัฐ”
เช่นเดียวกัน นักการเมืองที่ไม่พึ่งพิงระบบอุปถัมภ์ นักการเมืองที่ไม่ตั้งตนเป็น “บ้านใหญ่” เมื่อพวกเขามีอำนาจรัฐ เขาไม่มีความจำเป็นที่ต้องใช้อำนาจช่วยเหลือ “พวกพ้องที่อยู่ในเครือข่าย“
พรรคการเมืองใดที่ทำงานการเมืองโดย
ไม่ซื้อเสียง
ไม่ใช้เงินมหาศาลในการเลือกตั้ง
ไม่ใช้เครือข่ายอุปถัมภ์ทั้งของกลไกรัฐและของภาคธุรกิจ
ไม่มี ”บ้านใหญ่“ ดูแลคนในเครือข่าย
เมื่อพรรคการเมืองนั้นเป็นรัฐบาล ก็ไม่ต้องคอร์รัปชั่นถอนทุนคืน
ไม่ต้องตั้งรัฐมนตรีต่างตอบแทน “บ้านใหญ่” “หัวหน้ามุ้งที่ดูแล ส.ส.” หรือ “กลุ่มทุน”
เป็นอิสระในการดำเนินนโยบาย ไม่ต้องเกรงใจกลุ่มทุนหรือกลไกราชการ
เป็นอิสระในการเลือกคนมาเป็นรัฐมนตรีตามความรู้ความสามารถ เหมาะสมกับงาน
ย้ำ นี่ไม่ใช่การอวดอ้างว่าใครดีกว่าใคร
นักการเมืองจะเลือกใช้วิธีแบบใด เดินเส้นทางใด ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน มองดาวกันคนละดวง
แต่สุดท้าย ประชาชนต้องร่วมกันพิจารณาว่า การทำการเมืองแบบใดเป็นคุณแก่ประเทศชาติและประชาชนมากกว่ากัน
ในการเลือกต้้ง ส.ส.และการเลือกตั้งท้องถิ่น ทุกครั้ง เราต้องพิจารณาประเด็นเหล่านี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอ้า…เฉลย! 'ปิยบุตร' เหตุทิ้งส้ม เพราะพรรคเปลี่ยนไป รวมศูนย์เป็นเผด็จการไม่ฟังใคร
ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความว่า ในความรับรู้และการค้นคว้าศึกษาของผม ไม่มีทฤษฎีพรรคมวลชนจาก
'ปิยบุตร' เตือนสตินักการเมืองอย่างเข้าข้างการกระทำป่าเถื่อนของสหรัฐฯ
นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุว่า คราวก่อน เวเนซุเอลา วันนี้ อิหร่าน วันหน้า ใคร?
'ปิยบุตร' ประดิษฐ์วาทกรรม เลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่ศึกสามก๊ก แต่คือการประลอง 'อดีตกับอนาคต'
"ปิยบุตร" ชี้เลือกตั้ง 8 ก.พ. ไม่ใช่ศึกสามก๊ก แต่คือการประลองอดีตกับอนาคต แฉการเมืองบ้านใหญ่ผูกขาดอำนาจ ซื้อเสียง สะสมมุ้ง คุมรัฐบาล ชี้เป็นวงจรอุบาทว์ฉุดประเทศ ลั่นพรรคประชาชนไม่เล่นเกมอุปถัมภ์ ขอเปลี่ยนโฉมการเมืองไทยทั้งระบบ
ส้มเดือด! 'ปวิน' ซัด 'ปิยบุตร' นั่งบนหอคอยงาช้าง ใครหมดประโยชน์ก็เขี่ยทิ้ง
"ปวิน" ทิ้งบอมบ์ "ปิยบุตร" ทำตัวเป็นผู้นำจิตวิญญาณ ด่า "นิว กัลยพัชร" ไม่ได้ไปต่อแล้วยังเอาพรรคไปขายเหมือนเผาบ้านตัวเอง
'ปิยบุตร' ปลุกประชาชนสำแดงฤทธิ์เดช เป็นผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ
'ปิยบุตร' มอง คำวินิจฉัย ปมประชามติวันนี้ เหมือน 'ศาล รธน.' คือผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเสียเอง ชี้ บังคับให้เดินตามกรอบ-เงื่อนไขจำนวนมาก จนเป็นแค่ส่วนต่อขยาย หรือส่วนแก้ไขภายใต้บ้านของ ฉบับ 60 ลั่น รธน.ใหม่ของแท้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ คำตอบอยู่ในสายลม
ฟาด 'ปิยบุตร' เสี้ยมสุดโต่ง! ใบอนุญาตนิรโทษคือปชช.ผ่านสภา
'ธนกร' ซัด 'ปิยบุตร' เสี้ยมสุดโต่ง ชี้ใบอนุญาตนิรโทษฯ คือประชาชนผ่านสภา ข้องใจพูดแทนใครกันแน่ บี้หยุดบิดเบือนยุยงสังคมแตกแยก พร้อมสวน 'โรม' ร่างฉบับ รทสช. ช่วยคดีการเมืองทุกกลุ่ม

