
‘ชาญชัย’ ตั้ง 4 ข้อสังเกต สวนคำชี้แจง ‘นายกฯ’ ชี้ทำตัวเป็นภัยความมั่นคงชาติเสียเอง ยกเหตุต่อรองผลประโยชน์ชาติเป็นเรื่องลับส่วนตัว เย้ยโดนหัวหน้าแก็งคอลเซ็นเตอร์อัดคลิปแฉ
20 มิ.ย. 2568 – นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงชี้แจงเกี่ยวกับคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาว่า เห็นถึงความน่ากังวล เพราะเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่า
1.ที่นายกฯ บอกว่าผู้นำประเทศทั่วไปก็ทำเช่นนี้ ตนยืนยันว่าไม่มี มีแต่ผู้นำโง่ที่ไปทำกันอย่างนี้ เพราะรัฐบาลมี รมว.กลาโหม รมว.การต่างประเทศ ผบ.เหล่าทัพ แม่ทัพภาค มีขั้นตอนกระบวนการเจรจาแก้ไขคือ มีคณะกรรมการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission) หรือ JBC ที่มีเป้าหมายเพื่อหาข้อยุติโดยสันติวิธี ไม่ใช่ผู้นำมาคุยกันแบบส่วนตัวเช่นนี้ เขาไม่ลงลึกว่าคุณลุงต้องการอะไร หนูจะจัดให้หมดเลย อย่างนี้เป็นการซื้อขายบ้าน นี่ไม่ใช่ระบบสากลที่ทำตามธรรมเนียมปฏิบัติ แต่ที่นายกฯ ทำคือค้าบ้าน ค้าเมือง
2.การที่นายกฯระบุว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ทุ่มเทพิทักษ์แผ่นดินไทย เป็นแค่คำพูดที่สวนทางกับการกระทำของนายกฯ ที่ได้ทำลายความน่าเชื่อถือและความมั่นคงภายในของทหารไทยไปแล้ว เพราะการที่ทางเขมรไม่กล้าบุกล้ำเขตแดนไทยเข้ามามากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะเขาเกรงกลัวทหาร และ ตชด. ผู้ปฏิบัติหน้าที่ของเรา การที่นายกฯ เรียกแม่ทัพภาคที่ 2 ว่า เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นคนละพวกกับเรา เป็นการดิสเครดิตทำลายทหารไทย ถือว่านายกฯ สร้างภัยต่อความมั่นคงของชาติเสียเอง
3.ที่นายกฯ เรียกร้องความสามัคคีภายในประเทศ แต่ตัวเองกลับเป็นผู้ทำลายความสามัคคีภายในประเทศเสียเอง จนกระแสสังคมไทยออกมาด่าทั้งบ้านทั้งเมืองว่า ทำไมเราถึงมีนายกรัฐมนตรีที่ขลาดเขลา ไปต่อรองผลประโยชน์ของชาติแบบลับๆ ส่วนตัว ทำให้ปัญหาข้อพิพาทเขตแดนไทยเสี่ยงต่อความเสียหาย ผิดทั้งข้อกฎหมายประมวลกฎหมายอาญา หมวด 3 ความมั่นคงของรัฐและเข้าข่ายทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) กรณีไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ และมาตรา170 (4) เป็นเหตุให้ความเป็นนายกฯ สิ้นสุดลงหรือไม่ ซ้ำยังขัดจริยธรรมนักการเมือง และยังตกเป็นเหยื่อของหัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์เขมรที่อัดคลิปเสียงนายกฯ แล้วเอามาเผยแพร่ต่อสังคมวงกว้างเพื่อกดดัน ต่อรองเอาผลประโยชน์ของเขา
4.การที่นายกฯ ระบุว่า พฤติกรรมของสมเด็จฮุนเซนทำถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เรื่องนี้คนไทยรู้อยู่แล้ว แทนที่จะให้ฝ่ายทหาร ให้กระทรวงการต่างประเทศไปเจรจาตามขั้นตอนหน้าที่ แต่กลับซ้ำเติมปัญหาเดิมคือ พฤติกรรมการกระทำของนายกฯ เอง ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติไทย อาจเอาความลับด้านความมั่นคงไปบอกให้ศัตรูตัวสำคัญที่หวังผลประโยชน์จากชายแดนทั้งเขตแดน, พลังงานน้ำมัน, ก๊าซธรรมชาติ หรือบ่อนกาสิโน สารพัดเรื่อง ถ้าเป็นสมัยโบราณพฤติกรรมเช่นนี้ ต้องถูกตัดหัวเจ็ดชั่วโคตร วันนี้นายกฯ ยังไม่สำนึกว่าคือภัยต่อความมั่นคงของชาติตัวจริง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ร้องผู้ตรวจฯ ส่งศาลรธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ รมต. '2 บิ๊กเพื่อไทย'
'ศรีสุวรรณ' ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย 'สุริยะ-ประเสริฐ' มีคุณสมบัติเป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่
'นิพิฏฐ์' สวน 'พิพัฒน์' อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยวัดคนจน
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต สส.พัทลุง โพสต์ข้อความว่า อย่าใช้ไม้บรรทัดคนรวยไปวัดคนจน
ดร.เจษฎ์ จี้รัฐบาลเปิดความจริงโครงสร้างราคาน้ำมัน หวั่นผลประโยชน์ทับซ้อนทำลายความเชื่อมั่น
ดร.เจษฎ์ ชี้ประเทศยังไม่เข้าสู่ขั้นวิกฤตพลังงาน แต่หากรัฐบาลบริหารจัดการไม่ดี อาจลุกลามจนกลายเป็นวิกฤตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
'ครม.ใหม่' ฉลุย! 'อนุทิน' จ่อลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมแถลงนโยบาย
นายกฯ เผยรายชื่อ 'ครม.อนุทิน 2' เรียบร้อย จ่อลงนามนำขึ้นทูลเกล้าฯ วันนี้ ยันพร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ต้องรอโปรดเกล้าฯ ลงมา และนำ ครม. เข้าเฝ้าถวายสัตย์
'สนธิรัตน์' ซัดปมความโปร่งใสรัฐบาล วิกฤตกว่าราคาน้ำมัน แนะ 4 ข้อสำคัญต้องลงมือทำทันที
ในสถานการณ์ที่หลายอย่างเพิ่มขึ้น สิ่งที่ยังไม่เพิ่มและมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องคือความโปร่งใสของรัฐบาลในการจัดการวิกฤต ซึ่งนำไปสู่การลดลงของความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อรัฐ
นายกฯ เช็ก 'ครม.อนุทิน 2' รอบสุดท้าย ก่อนทูลเกล้าฯ วันนี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฎิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อมาถึงนายกฯได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว มาที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

