'วิโรจน์' ร้อง 'ดีเอสไอ' รับเรื่อง ผู้มีอิทธิพลแม่สอด เอี่ยวส่วย-ค้ามนุษย์ กว่า 4,000 ล้าน

4 ก.ค. 2568 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน ยื่นหนังสือถึง พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอขอให้รับกรณีผู้มีอิทธิพลในอำเภอแม่สอด จ.ตาก เกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด และส่วย เป็นคดีพิเศษ โดยมี ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้รับเรื่อง

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ปัญหาในแม่สอดเกิดจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลเรียกเก็บส่วย เช่น “โปลิสการ์ด” หรือ “ปะเล็กการ์ด” คิดหัวละ 600 บาท/เดือน จากแรงงานต่างชาติที่ไม่มีเอกสารถูกต้อง รวมถึงส่วยจากกิจการผิดกฎหมาย เช่น รถซาเล้ง ร้านค้าขนาดเล็ก มูลค่าการเงินหมุนเวียนอย่างน้อย 3,000-4,000 ล้านบาท/ปี การกระทำดังกล่าวทำให้ท้องถิ่นขาดงบประมาณพัฒนาสาธารณูปโภคและสาธารณสุข ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกชาติพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีการคุกคามแรงงานถูกกฎหมายและผู้ลี้ภัยจากเมียวดี เพื่อรักษาระบบส่วยและคอร์รัปชัน สร้าง “รัฐซ้อนรัฐ” ที่ริดรอนสิทธิประชาชน

นายรัชต์พงศ์ กล่าวเสริมว่า ปัญหานี้สร้างความเดือดร้อนมานาน โดยเฉพาะ 2 ปีที่ผ่านมา สะท้อนปัญหานโยบายระดับชาติเรื่องการจัดการแรงงานต่างชาติ จึงยื่นเรื่องให้ดีเอสไอสืบสวนและเสนอแนะนโยบายต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน

เอกสารที่ยื่นระบุว่า แม่สอดมีแรงงานต่างชาติราว 200,000 คน ขึ้นทะเบียนถูกต้องเพียง 60,000 คน ส่วนที่เหลือ 140,000 คน อาจเข้าเมืองผิดกฎหมาย และถูกเรียกเก็บส่วยราว 1,000 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้ ยังพบการใช้ตัวแทนสัญชาติไทยจดทะเบียนทรัพย์สินหรือกิจการ เพื่อหลบเลี่ยงกฎหมาย เกี่ยวโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น ค้ามนุษย์ ปล่อยเงินกู้ การลักลอบนำเข้าสินค้า และค้ายาเสพติด ส่งผลให้รัฐควบคุมพื้นที่ได้ยาก โดยเฉพาะท่าข้าม 42 แห่ง

ทั้งนี้ดีเอสไอรับเรื่องเพื่อสืบสวนขยายผล โดยนายรัชต์พงศ์ จะประสานข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไทยรายงานสหรัฐฯ แฉเมืองโอร์เสม็ด กัมพูชา เป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ กักขังทรมานแรงงาน

ไทย-สหรัฐ ร่วมมือยกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ คาดโอร์เสม็ดเป็นแหล่งค้าอวัยวะ

'วิโรจน์' ขานรับ 'ปิยบุตร' ไม่อยากเห็นสส.ปชน.สร้างคอนเทนต์ ทำตัวเป็นอินฟลู หวังสานต่ออุดมการณ์

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

'วิโรจน์' บี้ 'กทม.' หามาตรการป้องกันไฟดูด-ไฟลัดวงจร ป้องกันความสูญเสียชีวิตทรัพย์สิน

วิโรจน์ ลั่น กทม. เป็นเมืองที่ไม่มีใครถูกไฟดูดตายในบ้านได้ ไม่ต้องมีเหตุไฟไหม้จากไฟลัดวงจรได้

'วิโรจน์' ซัดกกต.กลั่นแกล้งปชช. 6 ราย ยุแจ้งความกลับฐานให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ-ผิดม.157

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน(ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ [ ข้อกล่าวหาของ กกต. หากพิจารณาตามองค์ประกอบของกฎหมาย กกต. อาจเข้าข่ายกลั่นแกล้งให้ประชาชนต้องโทษคดีอาญา ควรแจ้งความดำเนินคดีกลับกับ กกต. ทันที ] มีเนื้อหาดังนี้

วิโรจน์ ตามบี้ ทบ. ลงโทษบังคับพลทหารมุดบ่อเกรอะ ต้องฟันพรบ.อุ้มหาย ไม่ใช่ทำร้ายร่างกายอย่างเดียว

วิโรจน์ บี้เมื่อพบการกระทำที่เข้าข่ายย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จึงต้องพิจารณาดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.อุ้มหาย และนำตัวผู้ต้องหาไปพิจารณาในศาลอาญาทุจริต