ดร.มานะ ชี้ 4 เหตุผลสำคัญ 'เที่ยวไทยคนละครึ่ง' โครงการกระตุ้นศก.รัฐบาลอิ๊งค์ ล่มไม่เป็นท่า

6 ก.ค.2568-ดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทำไม ‘เที่ยวไทยคนละครึ่ง’ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในยุครัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่ทุ่มงบกว่า 1.7 พันล้านบาท ล่มไม่เป็นท่า

ข้ออ้างที่เปลี่ยนวิธีลงทะเบียน+สร้างแอปใหม่คือ การท่องเที่ยวฯ ไม่มีฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวไทย เพราะที่ผ่านมา ’เที่ยวด้วยกัน’ หรือ มาคนละครึ่ง’ ข้อมูลอยู่ในมือกรุงไทยทั้งหมด

สรุปคือ.. 1. ราชการไทย ตัวใครตัวมัน  2. หน่วยงานอื่นทำแล้ว ฉันต้องทำเพื่อมีผลงานของตัวเอง  3. อ้างอะไรก็ได้ ไม่ต้องอายใคร ชาวบ้านงงๆ ไม่รู้เหตุผลแท้จริง  4. สุดท้ายควักภาษีชาวบ้าน แก้ปัญหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งศาลรธน. วินิจฉัย ยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล. ปรับโครงสร้างพลังงาน ขัดรธน.

'ฝ่ายค้าน' ยื่น 'ปธ.สภาฯ' ส่งเรื่องศาลรธน.วินิจฉัยยับยั้งเงินกู้ 2 แสนล้านเฉพาะปรับโครงสร้างพลังงาน เหตุ ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 ไม่เข้าข่ายความจำเป็นเร่งด่วน ยัน เขียนคำร้องรอบคอบ ด้าน 'โสภณ' กั๊ก ส่งคำร้องก่อน 14 พ.ค.หรือไม่ บอกแค่จะยื่นให้เร็วที่สุด

'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น

‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น

ข่าวดี! 12 พ.ค. ออก 'Form TC ไทย-ชิลี' ดิจิทัลเต็มรูปแบบ

ดีเดย์ 12 พ.ค. รัฐบาลเปิดให้บริการออก Form TC ไทย-ชิลี ผ่านดิจิทัลเต็มรูปแบบ อำนวยความสะดวกให้ผู้ส่งออกขอหนังสือรับรอง ติดตามสถานะออนไลน์ได้ 24 ชั่วโมง

'รบ.' จ่อตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตามใช้เงิน พรก.กู้เงิน 4 แสนล.

รัฐบาล เตรียมตั้งหน่วยงานภายใต้ สบน. คุมความเสี่ยงหนี้สาธารณะ ติดตาม-ประเมินผลการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน

นักวิชาการ วิเคราะห์ 'พ.ร.ก.กู้เงิน4แสนล้าน' เมื่อนโยบายระยะยาวสวมรอยเหตุฉุกเฉิน

หากคดีนี้ไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยที่ออกมาจะเป็น 'หมุดหมายสำคัญ' ที่กำหนดทิศทางว่า ในอนาคตรัฐบาลจะสามารถกู้เงินนอกระบบงบประมาณเพื่อทำนโยบายระยะยาวได้กว้างขวางเพียงใด