ผู้ต้องคดี 112-มือเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ชูสามนิ้ว ชี้แจงกม.นิรโทษฯ สส.ปชน. ร่วมให้กำลังใจ

มือปิดประชุมทำงาน! "พิเชษฐ์" ชิงสั่งปิดประชุมตอนห้าโมง หลังผู้ชี้แจงขึ้นกล่าวได้แค่ 2 ร่างกม.นิรโทษกรรม ขณะ สส.ปชน. ขึ้นให้กำลังใจผู้ชี้แจงจากภาคประชาชน "ปูน ธนพัฒน์-เบญจา" ในฐานะผู้ต้องคดี ม.112 บอกประชาธิปไตยไทยจะไม่เบ่งบาน ถ้ายังดำเนินคดีคนเห็นต่าง ก่อนลุกยืนชูสามนิ้ว

9 กรกฎาคม 2568 - เวลา 17.00 น. ภายหลังสมาชิกได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมทั้ง 5 ฉบับ ได้แก่ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... ซึ่งนายวิชัย สุดสวาสดิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ, ร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... ซึ่งนายปรีดา บุญเพลิง กับคณะ เป็นผู้เสนอ, ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่บุคคลซึ่งได้กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง พ.ศ. .... ซึ่งนายชัยธวัช ตุลาธน กับคณะ เป็นผู้เสนอ, ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมประชาชน พ.ศ. .... นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 36,723 คน เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในขณะนั้น ได้ให้ผู้ชี้แจงขึ้นกล่าว

นายธนพัฒน์ กาเพ็ง ในฐานะผู้ชี้แจงในร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับภาคประชาชน ระบุว่า ตนเองเป็นประชาชนที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 ตั้งแต่ยังไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม ตนเองไม่เคยคิดว่าการเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุมในฐานะเยาวชนที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 112 ตั้งแต่ตนศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และปัจจุบันตนเองมีคดีทางการเมืองติดตัวอยู่ 24 คดี และมีคดีมาตรา 112 จำนวน 3 คดี

นายธนพัฒน์ กล่าวว่า ตนเองถูกมองว่าเป็นภัยความมั่นคง เป็นคนหัวรุนแรง เป็นเด็กนอกคอก เป็นอะไรก็แล้วแต่ที่พวกท่านจะตีตรา ทั้งที่ตนเองเป็นเยาวชนคนหนึ่งที่อยากใช้สิทธิพลเมือง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและบ้านเมืองของเราดีขึ้น โดยหวังว่าวันหนึ่งพวกท่านจะหันมารับฟังความเห็นต่าง บางท่านบอกว่าพวกเราถูกชี้นำ ถูกชักจูงล้างสมอง ขอยืนยันว่าสิ่งที่พวกเราคิดและทำคือ การแสดงออกตามสิทธิพลเมือง เป็นการแสดงออก ตามสังคมประชาธิปไตย

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลายคนคิดว่าคดีมาตรา 112 ไม่ใช่คดีความทางการเมือง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 จนปัจจุบันแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามาตรา 112 คือคดีความที่พวกเราถูกกลั่นแกล้ง การจะนิรโทษกรรมโดยไม่รวมคดีความมาตรา 112 คือ การยุติความขัดแย้งเพียงครึ่งเดียวและจะไม่มีสันติภาพใดเกิดขึ้นได้จากความยุติธรรมที่เลือกข้าง

นายธนพัฒน์ เชื่อว่า การนิรโทษกรรมที่รวมคดีมาตรา 112 ไม่ใช่เพื่อลบล้างความผิดให้กับคนเห็นต่าง แต่คือการฟื้นฟูกระบวนการยุติธรรม ฟื้นฟูประชาธิปไตยให้พวกเราที่เคยถูกตีตราว่าผิดได้กลับมาใช้ชีวิตในฐานะพลเมืองอย่างเท่าเทียม ตนเองขอเรียกร้องไปยังผู้แทนราษฎร สส.ที่กล่าวว่าเห็นใจเยาวชนและประชาชนช่วยกันยกมือสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับประชาชนที่รวมคดีมาตรา 112 ด้วย

"ประชาธิปไตยจะไม่มีวันเบ่งบานในประเทศเรา ถ้าท่านยังปล่อยให้เยาวชนคนที่เห็นต่างทางความคิดถูกดำเนินคดีเพียงเพราะพวกเขามีความฝัน" นายธนพัฒน์ กล่าว

นางสาวเบนจา อะปัญ ผู้ชี้แจง กล่าวว่า การทำร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรมจำเป็นต้องมีคดีเกี่ยวกับประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ด้วย ซึ่งการบอกว่าผู้ที่ลี้ภัยไปต่างประเทศใช้อภิสิทธิ์ ซึ่งตนเองจดบันทึกทุกวันว่าวันนี้เพื่อนเราหายไปหรือไม่ ซึ่งมีหลายคนในนั้น ไม่ได้มีสิทธิ์อะไรเลย การใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนไม่มีต้นทุนไม่ได้ภาษา ดังนั้น จะมาบอกว่ามีอภิสิทธิ์ไม่ได้ แต่พวกเขาคือกลุ่มคนที่ไม่อยากต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม การขอศาลออกหมายเรียกพยานมันยากเย็น ดังนั้น จะเรียกว่ายุติธรรมสำหรับฝ่ายจำเลยอย่างพวกเราได้อย่างไร

นางสาวเบนจา กล่าวอีกว่า คนที่ติดคุกอยู่ และกำลังจะติดคุกก็เป็นเรื่องคดีมาตรา 112 ทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้าจะสันติสุข หากไม่รวมคดีนี้เข้าไป จะสันติสุขแบบไหน จะสันติสุขเฉพาะพวกท่านหรือไม่ และถ้าบอกว่าอยากก้าวไปด้วยกัน เพื่อได้โอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ทำไมถึงไม่ให้โอกาสคนอย่างพวกเรา คนรุ่นใหม่ให้ก้าวผ่านไปด้วยกัน เหมือนกับคดีอื่น ๆ ซึ่งเราก็ไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่มีใครเปลี่ยนอดีตได้ แต่เราร่วมกันเปลี่ยนแปลงอนาคตได้ตั้งแต่วันนี้

จากนั้น นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ยังมีเจ้าของร่างจาก 5 ร่าง เหลือ 3 ร่าง ที่จะกล่าวสรุป ขอให้ไปต่อในสัปดาห์หน้า และสั่งปิดการประชุมในเวลา 17.09 น.

ทั้งนี้ ภายหลังการกล่าว กลุ่มผู้ชี้แจงได้ลุกขึ้นยืน พร้อมชูสามนิ้ว โดยมีรายงานว่า สส.พรรคประชาชนบางส่วน ได้ขึ้นไปให้กำลังใจด้วย อาทิ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ , นางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม., นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี, นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' เซ็นคำสั่ง สส. เข้าประชุมสภาฯ ไม่จำเป็นต้องสวมสูท เพื่อประหยัดพลังงาน

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงนามในคำสั่งประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการแต่งกายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า สืบเนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ด้านพลังงานและเชื้อเพลิงของประเทศ อันเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเศรษฐกิจของประชาชน

'อดิศร' กระทุ้งนายกฯ-รมต. ไม่ตอบสภาถกแก้วิกฤตน้ำมัน ระวังรัฐบาลใหม่พังเพราะประชาชนไม่ไว้ใจหมดศรัทธา

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การอภิปรายของบรรดา สส.ทุกพรรคการเมือง กว่าร้อยขีวิตในญัตติเรื่องวิกฤติพลังงานน้ำมัน ทึ่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นการอภิปรายในทางการเมืองที่เป็นประวัติศาสตร์ จะต้องจารจารึกไว้

'ณัฐชา' อ้างชาวบ้านเห็นเรือแอบขนน้ำมันเถื่อนไปโรงกลั่น เหน็บบางปั๊มให้เติมแค่ 500 กับสมัครสมาชิก

“ณัฐชา” อ้างชาวบ้านแอบเห็นเรือขนน้ำมันเถื่อน ไปโรงกลั่น มาฟันกำไรกับปชช. เหน็บบางปั๊มให้เลือกแค่ 2 อย่าง เติม 500 กับสมัครสมาชิกปั๊ม ถ้าสมัครสมาชิกพรรคด้วยจะยุ่ง

สส.ณัฐธิดา แนะรัฐปฏิรูปพลังงาน หนุนชีวมวลจากเกษตร

สส.ณัฐธิดา แนะ รัฐบาลปรับโครงสร้างพลังงานไทย หนุนส่งเสริมพลังงานจากชีวมวลจากของเหลือใช้การเกษตร ชี้ได้ 2 เด้ง ทั้งผลิตไฟฟ้า-ลดปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5

'อรรถวิชช์' แฉกลางสภา 'ไอ้โม่ง' คือ โรงกลั่น กักตุนน้ำมัน รอขายเมื่อราคาสูง

"อรรถวิชช์" แฉ "ไอ้โม่ง" คือโรงกลั่น ชี้ให้ไปถามว่าน้ำมันหน้าปั๊มไปไหน ยกปัญหากลไก 2 ราคา ค้าปลีกลดลง-ค้าส่งแพงขึ้น ทำให้หน้าปั๊มขาดแคลน แนะนายกฯ ใช้ พ.ร.ก. ป้องกันขาดแคลนน้ำมัน ทุบโรงกลั่นตั้งราคาตายตัว

'อาจารย์เชน' อภิปรายครั้งแรก จี้ใช้ระบบดิจิทัลติดตามโรงกลั่น ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน

"ยศชนัน" ลุกอภิปรายครั้งแรก แนะมอง 3 มิติแก้ปัญหาพลังงานอย่างรอบคอบ บอก วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ "ก.พลังงาน" อย่างเดียว แต่เป็นความร่วมมือทุกภาคส่วน