'เทพไท' วิเคราะห์ภาษากาย 'อุ๊งอิ๊ง' เชื่อว่ารู้ชะตากรรมคดีคลิปอังเคิลแล้ว

14 ส.ค.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “อ่านภาษากายอุ๊งอิ๊ง รู้ชะตาคดีคลิปหลุด” ระบุว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันอ่านคำวินิจฉัยคดี ของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กรณีฝ่าฝืนผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง กำหนดฟังคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 และนัดสืบพยานฝ่ายผู้ถูกร้องในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 และเปิดโอกาสให้ทางฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง ได้แถลงคดีในวันที่ 27 สิงหาคม 2568 ซึ่งคดีนี้อยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน มีการวิเคราะห์ถึงผลของคดีที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองของนางสาวแพทองธาร ซึ่งก่อนหน้านี้เก็บตัวเงียบ แม้ว่ายังคงปฎิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรี หลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถาม หลีกเลี่ยงที่จะพบปะผู้คน หรือเคลื่อนไหวที่ให้เป็นประเด็นทางการเมือง

จนล่าสุดวันที่ 12 สิงหาคม วันแม่แห่งชาตินางสาวแพทองธารได้ไปร่วมกิจกรรมที่ท้องสนามหลวง เมื่อเจอนักข่าวสอบถาม เรื่องประเด็นทางการเมือง นางสาวแพทองธาร ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม เพียงแต่บอกว่าคิดถึงนักข่าว จนถึงวันที่ 13 สิงหาคม มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล นางสาวแพทองธารเดินทางไปที่อาคารรัฐสภาในตอนเช้า แต่เลี่ยงที่จะตอบคำถามของนักข่าว ได้ส่งยิ้มให้กับนักข่าว แล้วเดินจากไป จนถึงตอนเย็น เมื่อมีกระแสข่าวออกมาว่าศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยคดีในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ นางสาวแพทองธาร ได้หลบนักข่าวมุดลงชั้นใต้ดิน เดินทางกลับบ้านทันที

ถ้าหากอ่านจากภาษากาย หรือภาษาอังกฤษที่เรียกว่า Body language แล้ว จะเห็นได้ว่า นางสาวแพทองธาร ขาดความมั่นใจในคดีนี้มาตั้งแต่ต้น ไม่ยอมแสดงความคิดเห็นใดๆ เมื่อผู้สื่อข่าวถามก็พยายามหลบเลี่ยง ซึ่งเป็นการสันนิษฐานว่า นางสาวแพทองธาร รู้ชะตากรรมของตัวเองดีว่าจะเป็นเช่นไร ระหว่างเวลาที่เหลือจนถึงวันที่ 29 สิงหาคม ก็ต้องรอความเคลื่อนไหวและการดำเนินการของนายทักษิณผู้เป็นพ่อว่า สามารถที่จะต่อดีลหรือดีลต่อสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จก็ยังมีเวลาเพียงพอ ที่จะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ จนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2568

ขอฝากให้ทั้งนายทักษิณและนางสาวแพทองธารได้ชั่งใจ ถ้ามั่นใจก็เดินหน้าต่อไป แต่ถ้าไม่มั่นใจ ก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสม เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เชื่อว่าจะเป็นทางออกของประเทศ และอาจทำให้บรรยากาศการเมืองในประเทศดีขึ้นมาด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%

กมธ.สว.-สส. เผยผลหารือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้เลือกตั้ง 'สสร.' ได้ไม่ขัดคำวินิจฉัย

กมธ.สส.-สว. เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ก่อนสรุปแนวทางว่า การเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. จากประชาชนโดยตรงสามารถดำเนินการได้ แต่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่อาจมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คัดค้านคำชี้แจงรัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ทำลายวินัยทางการคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท  โดยนายกรณ์  กล่าวว่า จากคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี

อดีตผู้พิพากษาตั้งคำถามมติ ‘ป.ป.ช.’คดีศักดิ์สยามเป็น ตรรกะวิปริตทางกฎหมาย? หรือไม่

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า คดีตรวจสอบ ป.ป.ช.: เมื่อความคุ้มกันตามกฎหมาย อาจขึ้นอยู่กับคำถามว่า "ได้แสดงเหตุผลอันสมควรแล้วหรือยัง?”