'ดีเอสไอ' พบเส้นเงินกระจาย 45 จังหวัด โยงนักการเมืองพื้นที่ ขบวนการฮั้วเลือก สว.

“ดีเอสไอ" ร่อนหมายเรียกพยาน 1,200 รายทั่วประเทศครอบคลุมทุกภาค มอบ 10 กองคดีแบ่งสอบปากคำ ไขปม “พลีชีพ-ลงทุนเป็นโหวตเตอร์” โหวต สว.ตามโพย ชี้ชัด ผลสืบสวนธุรกรรมทางการเงิน พบเส้นเงินกระจาย 45 จังหวัด โยงนักการเมืองพื้นที่-คนในพื้นที่-ขบวนการจัดฮั้ว

16 สิงหาคม 2568 - จากกรณีเมื่อวันที่ 15 ส.ค. คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) นำโดย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบความคืบหน้าจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณีคดีพิเศษที่ 24/2568 การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ซึ่งเป็นความคืบหน้าของการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.68 จนถึงปัจจุบัน

โดยที่ผ่านมาได้มีการสอบพยานที่เกี่ยวข้องไปทั้งสิ้น 90 ปาก มีการจัดทำเหตุการณ์จำลองทั้งสถานที่ใช้ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) และกระบวนการคัดเลือกพร้อมขอรับภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุจากหลายหน่วยงาน มีการตรวจสอบร่องรอยทางการเงินพบว่ามีความเชื่อมโยงกัน 1,200 คน

ทั้งนี้ เพื่อพิสูจน์ทราบความสัมพันธ์ของกลุ่มขบวนการได้มีการตรวจสอบข้อมูลโทรศัพท์ จากข้อมูลการสืบสวนพบว่ามีผู้ช่วยสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกวุฒิสภาเกี่ยวข้องในพื้นที่ 45 จังหวัด เป็นเหตุให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เตรียมออกหมายเรียกผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาอีก 1,200 ราย เพื่อเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในฐานะพยาน และเนื่องด้วยทางคดีมีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องค่อนข้างมาก อธิบดีฯ จึงได้มอบหน่วยงานภายในสังกัดรวม 10 กองคดีที่เป็นคณะพนักงานสอบสวน เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เปิดเผยว่า สำหรับหมายเรียกพยาน จำนวน 1,200 ราย ที่คณะพนักงานสอบสวนได้ออกไปนั้น ส่วนใหญ่คือกลุ่มคนที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการเพื่อเป็นโหวตเตอร์ หรือกลุ่มพลีชีพ โดยมีปรากฏตั้งแต่ระดับการเลือก สว. ในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ เพื่อโหวตเลือกบุคคลที่สมัครสมาชิก สว. ตามโพย โดยไม่เลือกตัวเอง ซึ่งถ้าในขั้นตอนการสอบสวนปากคำพยาน รายใดมีการยอมรับหรือให้การเพิ่มเติมว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับคนกลุ่มไหน กลุ่มของใคร ก็จะเห็นความชัดเจนเกี่ยวข้องสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความเกี่ยวโยงกับนักการเมืองในพื้นที่ เนื่องจากการสืบสวนยังพบว่ามีร่องรอยทางการเงินเข้ามาเชื่อมโยงกันมากถึง 45 จังหวัด อาทิ มีการโอนเงิน-รับโอนเงินระหว่างกันของคนในพื้นที่ นักการเมืองในพื้นที่ และขบวนการจัดฮั้ว เป็นต้น

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. กล่าวอีกว่า ด้วยจำนวนพยาน 1,200 รายที่ต้องสอบปากคำ มีการกระจายตัวอยู่ตามพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน จึงได้มอบหมายให้ 10 กองคดีที่มีพนักงานสอบสวน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์การสอบปากคำในคดีซับซ้อน มีคนจำนวนมาก มีนิติกรรมทางการเงิน เข้ามาดำเนินการรับผิดชอบสอบปากคำ และจะได้รวบรวมรายงานผลการสอบปากคำของแต่ละคณะทำงานมาหารือความคืบหน้ากันอีกครั้งในที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งนี้ ประเด็นที่จะใช้ในการสอบปากคำพยาน 1,200 ราย ยกตัวอย่าง เดิมทีผู้สมัคร สว. เหล่านี้สมัครในกลุ่มอาชีพอะไรบ้าง อยู่กลุ่มใด และให้ชี้แจงเรื่องธุรกรรมการเงินที่พนักงานสอบสวนพบในสำนวนว่าเป็นเงินดำเนินการจากกิจกรรมใด ได้รับโอนมาจากใคร เป็นค่าดำเนินการอะไร สิ่งเหล่านี้พยานต้องชี้แจงให้ชัดเจน

สำหรับการประสานขอเอกสารกับวุฒิสภา เรื่องการแต่งตั้งผู้ช่วย ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษาประจำตัว สว. ของ สว. 200 ราย ที่ดีเอสไอได้เร่งติดตามมาตลอดนั้น ล่าสุดยังคงไม่ได้รับเอกสารจากวุฒิสภาแต่อย่างใด แต่ก็ไม่ถือเป็นอุปสรรค พนักงานสอบสวนจะมีการติดตามสอบถามต่อเนื่องควบคู่ไปกับการสอบสวนพยานกลุ่มต่าง ๆ ตามที่มีข้อมูลปรากฏ เพื่อให้มีความรอบคอบ รัดกุม เป็นธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ เรียกสอบ 8 บริษัทเรือขนส่งน้ำมัน พิรุธน้ำมันล่องหน 60 ล้านลิตร กลางทะเลสุราษฎร์

ดีเอสไอ-พลังงานอ่างทอง แกะรอยเก็บตัวอย่างน้ำมัน 2 ถัง “บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง” ตรวจสอบปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง - ได้มาตรฐานน้ำมันตามกฎหมายหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ถูกตำรวจ ปคบ. อายัดไว้แล้ว 2 ถัง พ่วงดำเนินคดี 3 ข้อหา

5คลังน้ำมันเตรียมหนาว ดีเอสไอรอเช็กพันกักตุน

ดีเอสไอลุยสอบ 3 กรณีกักตุนน้ำมัน พร้อมคุ้ยกรณีน้ำมันหายกลางทะเลสุราษฎร์ฯ กว่า 60 ล้านลิตร 5 คลังเตรียมหนาว! “ยุทธนา” รอข้อมูลตำรวจหากพบมีเอี่ยวแยกเป็นรายละคดี

ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงเป็น 'คดีพิเศษ'

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ประกาศดีเอสไอ ให้ความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่กระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง เข้าข่ายคดีพิเศษ มีผลย้อนหลัง 1 มี.ค. 2569 รองรับการดำเนินคดีกลุ่มขบวนการหรือพฤติการณ์ซับซ้อน

บอร์ด กคพ. ไฟเขียวสอบ 'กักตุนน้ำมัน' เป็นคดีพิเศษ พบ 24 เที่ยวเรือขนน้ำมันผิดปกติ

บอร์ด กคพ. ลงมติรับสอบสวนคดีกักตุนน้ำมันเป็นคดีพิเศษ ระบุ เริ่มต้นสอบสวนคดีน้ำมันนับแต่วันที่ 1 มี.ค.69 จนกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะสงบ เน้นจุดเริ่มที่บริษัทคลังน้ำมันรายใหญ่ในสุราษฎร์ฯ - น้ำมัน

พบพิรุธโรงกลั่นย่อย-คลังน้ำมัน มีรถขนน้ำมันแต่ไม่ส่งปั๊ม ใช้ไฟฟ้าสูงช่วงน้ำมันขาด ส่อกักตุนเก็งกำไร

“ทีมคลี่คลายกักตุนน้ำมัน” เผยพบความผิดปกติ ของโรงกลั่นและบริษัทคลังน้ำมันในพื้นที่จังหวัดระยอง ปทุมธานี โดยเฉพาะกรณีมีรถขนส่งน้ำมันแต่ไม่ส่งจ่ายน้ำมันให้ปั๊ม - มีการใช้จ่ายกระแสไฟฟ้าสูงในช่วงน้ำมันขาดแคลน ลักษณะคล้ายกักตุนน้ำมันและรอขายออกเพื่อเก็งกำไร