22 ต.ค.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ปราบสแกมเมอร์ โชว์ภาวะผู้นำ” ระบุว่า มีกระแสกดดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แสดงภาวะผู้นำ มีความกล้าหาญในการแก้ปัญหาปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งกำลังถูกไล่ล่าจากประเทศอย่างอเมริกา อังกฤษ และเกาหลีใต้ ซึ่งประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศชายแดนติดกันกับประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นแหล่งแก๊งสแกมเมอร์ เมื่อโลกกำลังล้อมประเทศกัมพูชาอยู่ ประเทศไทยหรือรัฐบาลไทยควรจะใช้โอกาสนี้ แสดงตัวเป็นเจ้าภาพในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา
ถ้าหากนายอนุทินได้แสดงภาวะผู้นำ เป็นฝ่ายปราบแก๊งสแกมเมอร์ จะมีผลที่ตามมาอย่างน้อย 4 ด้าน คือ
1.การปราบแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นรายได้หลักของรัฐบาลกัมพูชา ได้ใช้รายได้จากแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ บ่อนกาสิโนเป็นรายได้หลักของประเทศ และนำเงินทั้งหมดซื้ออาวุธ สนับสนุนกองทัพ เพื่อมาสู้รบกับทหารไทย ล้วนเป็นเงินจากรายได้ของแก๊งสแกมเมอร์ ถ้าสามารถปราบแก๊งสแกมเมอร์ไปแล้ว จะทำให้รัฐบาลกัมพูชาขาดรายได้ ซึ่งมาจากแก๊งสแกมเมอร์สูงถึง 60% จะทำให้กองทัพกัมพูชาขาดงบประมาณสนับสนุน ในที่สุดจะไม่มีอาวุธยุทธโธปกรณ์จะสู้รบกับประเทศไทย
2.จะเป็นการตัดวงจรธุรกิจสีเทา ที่กำลังแพร่หลายอยู่ในประเทศไทย มีทุนสีเทาจากแก๊งสแกมเมอร์ เข้ามาซื้อกิจการธุรกิจ จำนวนมาก มีการซื้อหมู่บ้านจัดสรรเหมายกทั้งหมู่บ้าน และซื้อคอนโดมิเนียมยกชั้น หรือยกแท่ง ทำให้กลุ่มทุนธุรกิจสีเทาแพร่ระบาดในประเทศไทย และลุกลามไปถึงธุรกิจผิดกฎหมายอื่นๆด้วย
3.เป็นการตัดวงจรของแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองในประเทศไทย ในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะถึงนี้ ถ้าไม่ตัดแก๊งสแกมเมอร์ออกไป รายได้ของแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และธุรกิจสีเทา จะมาสนับสนุนพรรคการเมือง เป็นแหล่งทุนให้กับพรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองใช้เงินสีเทา จากธุรกิจมืด ธุรกิจผิดกฎหมายธุรกิจเถื่อน เพื่อซื้อเสียง จะทำให้นักการเมืองประเภทวัยรุ่นสร้างตัว มีโอกาสเข้ามาเป็น สส. และจะทำให้มี สส.สีเทา นักการเมืองสีเทา พรรคการเมืองสีเทา เข้ามาอยู่ในสภาเป็นจำนวนมาก
4.จะได้เป็นการเคลียร์ข้อครหาของรัฐบาลชุดนี้ ที่ถูกข้อครหาว่ามีรัฐมนตรีบางคน ที่นายอนุทินได้แต่งตั้งให้เป็น รัฐมนตรีร่วมคณะ ได้ถูกอภิปรายจากพรรคฝ่ายค้านอภิปรายในวันแถลงนโยบาย ตั้งข้อสังเกตว่า มีความผูกพันเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ นักธุรกิจสีเทาที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับหรือที่ปรึกษา เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กับรัฐบาลฮุนเซน และเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยหลายคน ซึ่งรัฐบาลยังไม่สามารถให้ความกระจ่างชัด หรือให้คำตอบกับสังคมได้
ถ้าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล ใช้บทบาทนายกรัฐมนตรี ผู้นำสูงสุดของประเทศ เอาจริงเอาจังกับการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และธุรกิจสีเทา ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลดีขึ้น และจะเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ และประเทศอื่นๆ ที่ถูกแก๊งสแกมเมอร์กำลังปฏิบัติการหรือคุกคามอยู่ในขณะนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ชี้จ่ายเงินเยียวยาแพะ 8 พันล้านไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ!
นายกฯ เปิดงาน '24 ปีการช่วยเหลือเหยื่อผู้บริสุทธิ์' สั่งการผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ทำงานรวดเร็ว ทั่วถึงเป็นธรรม ชี้จ่ายเงินเยียวยา 8 พันล้าน ไม่ใช่ผลงานแต่เป็นความอัปยศ ยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยสู่สากล
'บิ๊กเกรียง' ประกาศชัดไม่ได้เดินตามนายกฯ แต่เดินคู่เลย
'บิ๊กเกรียง' ลั่นไม่ได้เดินตามนายกฯ แต่ 'นายกฯ' ให้เดินคู่เลย แจงถูกเชิญเข้าพบกินข้าว-หารือปัญหาชายแดนใต้ คุย เป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. 'อนุทิน' บินให้กำลังใจช่วงฮ.ตก เป็นคนแรก ไม่เห็นมีใครว่าอะไร
'อนุทิน' โกอินเตอร์! บินไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์พรุ่งนี้
นายกฯ บินฟิลิปปินส์พรุ่งนี้ ชูบทบาทไทยในเวทีอาเซียน เป็นตัวเชื่อมความร่วมมือ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน
'สีหศักดิ์' ย้ำ ยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
เขมรตกใจ! 'มท.2' จุดบั้งไฟสิบล้าน บวงสรวงเจ้าพ่อศรีนครเตาฯ
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ นางสาวสุรีย์ ธัมมาตร สส.สุรินทร์ เขต 4

