“ราชทัณฑ์” พร้อมส่งตัว “แส จิ้นเจียง“ ผู้ต้องหาชาวจีน เจ้าพ่อพนันชเวก๊กโกให้รัฐบาลจีนดำเนินคดี หลัง “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัย “พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ไม่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ระบุ อยู่ระหว่างรับประสานงาน “อัยการ-ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ“ ยืนยัน ผู้ต้องหาเป็นบุคคลสำคัญเกี่ยวกับความมั่นคง ต้องดูแลความปลอดภัยเต็มที่ ป้องกันชิงตัวผู้ต้องหา
23 ตุลาคม 2568 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแส จิ้นเจียงหรือจื้อเจียง (She Zhijiang) สัญชาติจีนและกัมพูชา ความผิดฐาน เปิดบ่อนคาสิโน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบันนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำกลางคลองเปรม รอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ทางการจีน ตามคำขอ ซึ่งเรื่องนี้ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ จึงสามารถให้พนักงานอัยการ ในฐานะโจทก์ ดำเนินการส่งตัวผู้ต้องหากลับไปยังรัฐบาลจีนตามคำขอ ซึ่งในส่วนของกรมราชทัณฑ์ ที่รับหน้าที่คุมขังผู้ต้องหาภายในเรือนจำกลางคลองเปรม นั้น ที่ผ่านมา กรมราชทัณฑ์ได้มีการประสานงานกับสำนักงานต่างประเทศ สำนักงานอัยการสูงสุด มาอย่างต่อเนื่อง หากมีการประสานในเรื่องการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอย่างไร ก็จะมีการดำเนินการเรื่องวิธีการขั้นตอนทางธุรการเอกสารระหว่างพนักงานอัยการและกรมราชทัณฑ์ อย่างไรก็ดี ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัว ทราบว่าทางพนักงานอัยการ สำนักงานต่างประเทศ ก็คงจะมีการเร่งรัดดำเนินการ
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนธุรการหรือแนวทางการปฏิบัติส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน หากเป็นรายละเอียดเชิงลึก จะเป็นการประสานงานระหว่างทางการจีน พนักงานอัยการ และผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อมีความพร้อมครบถ้วนแล้วจึงจะได้มีการประสานมายังกรมราชทัณฑ์ตามขั้นตอน และทางเรือนจำฯ ก็จะได้เตรียมตัวผู้ต้องหาไว้ส่งให้หน่วยงานต่อไป นอกจากนี้ ที่ผ่านมาทางกรมราชทัณฑ์ก็ได้มีแนวทางปฏิบัติเช่นนี้มาก่อนแล้ว ยกกรณีตัวอย่าง นางโจว จิงหัว(Zhou Jinghua) หรือโจว ฉานหลิง (Zhou Chanling) บุคคลสัญชาติจีน ที่เคยถูกคุมขังอยู่ในทัณฑสถานหญิงกลาง เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์สินของรัฐโดยใช้ตำแหน่งหน้าที่ของตนฯ กรมราชทัณฑ์ ก็ได้รับการประสานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอรับตัวนางโจว จิงหัว ผู้ร้ายข้ามแดน ไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 18 ก.ค.68 โดยการดำเนินการส่งมอบตัวเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด
อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อว่า ส่วนวันที่และเวลาการส่ง-รับตัว นายแส จิ้นเจียง ผู้ร้ายข้ามแดนออกจากเรือนจำกลางคลองเปรมนั้น เนื่องด้วยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง จะไม่สามารถเปิดเผยวันที่เวลาได้ เพราะผู้ต้องหารายดังกล่าวถือเป็นผู้ต้องหาสำคัญ จึงต้องยิ่งเพิ่มความระมัดระวังดูแลความปลอดภัย เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดคิด หรือการชิงตัวผู้ต้องหา ดังนั้น ตามขั้นตอนแล้วก็จะเป็นรถตู้ควบคุมตัวผู้ต้องหาของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มารับตัวผู้ต้องหาที่เรือนจำฯ หรือหากประสงค์ให้กรมราชทัณฑ์เป็นผู้นำตัวผู้ต้องหาไปส่งแทนก็สามารถดำเนินการได้เช่นเดียวกัน แต่หลักสำคัญคือการดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร. ยันตั้งตู้คอนเทนเนอร์พื้นที่ 'ทมอดา' ตามแนววางกำลังเดิม ไม่ผิดข้อตกลงหยุดยิง
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ดำเนินการวางตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ชายแดนบริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นมาตรการด้านความมั่นคงที่ดำเนินการอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569
เอาแล้ว! เรืองไกรร้องศาลปกครองเพิกถอนทำประชามติเหตุคำถามไม่ตรงคำวินิจฉัยศาล
เรืองไกรร้องศาลปกครอง เพิกถอนการทำประชามติ เหตุรัฐสภาไม่ได้มีมติตามคำบังคับศาลรัฐธรรมนูญ
มติเอกฉันท์! ไม่รับคำร้อง MOA 'เท้ง-หนู'
มติเอกฉันท์ ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง ปมMOA 'เท้ง-หนู' เหตุผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่น
จบข่าว! ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ตีตกปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
'ศาลรัฐธรรมนูญ' มีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง 'คดีถนนสาธารณะขึ้น-ลงอากาศยาน' ชี้ผู้ร้องยื่นซ้ำไร้สาระใหม่ ปมกล่าวหา 'อนุทิน' ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ขัดรธน.
รวบ 5 จีนเทา เครือข่ายแก๊สหัวเราะรายใหญ่กลางกรุง ยึดของกลาง 1,770 ถัง
ทลายเครือข่ายแก๊สหัวเราะรายใหญ่กลางกรุง รวบ 5 จีนเทา ยึดของกลาง 1,770 ถัง มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาท
ศาล รธน. เรียกเอกสารหลักฐานจาก รมว.กลาโหม เพื่อวินิจฉัยคดีต่อต้านเกณฑ์ทหารของ 'เนติวิทย์'
ศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาในคดที่ กรณีพ.ร.บ.รับราชการทหาร พ.ศ. 2497 มาตรา 27 และมาตรา 45 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 31 หรือไม่

