เทพไท ชี้ ‘อภิสิทธิ์’ ถูกจองกฐินดิสเครดิตทางการเมืองแน่

4 พ.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง”ในหัวข้อ วิเคราะห์อะไรไว้ ไม่เคยพลาด

ผมเคยวิเคราะห์การกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ว่า นายอภิสิทธิ์จะเจอกับดักทางการเมืองใน 5 ข้อ ซึ่ง 1ใน 5 นั้นก็คือ การปลุกปั่นด้วยวาทกรรม คดี 99 ศพจากการชุมนุม เมื่อปี 2553 และแล้วคำวิเคราะห์ทางการเมืองของผมก็เป็นจริง หลังจากกระแสการรีเทิร์นกลับมาของนายอภิสิทธิ์ ได้รับความนิยมสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นความหวังของกลุ่มคนที่ไม่มีทางเลือกทางการเมือง

จึงทำให้มีการปลุกกระแส เพื่อเครดิตนายอภิสิทธิ์ขึ้นมาทันที ที่เห็นได้ชัดจากกรณีของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน5คน ถือป้ายทวงถามคดีคนตายจากการชุมนุม เมื่อปี 2553 ซึ่งนิสิตกลุ่มนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมครั้งที่ผ่านมาแต่อย่างใด แต่น่าจะมาจากกระแสการปลุกปั่น และมีคนอยู่เบื้องหลัง เพราะหลังจากปรากฎข่าวเกิดขึ้นผ่านหน้าสื่อ ก็มีสื่อบางสำนัก และกลุ่มคนบางกลุ่มนำเรื่องนี้มาขยายผล เช่น นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับนายอภิสิทธิ์มาโดยตลอด และมีส่วนได้เสียกับเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อปี2553 ทั้งสิ้น

ผมในฐานะนักวิเคราะห์การเมืองอิสระ เห็นว่าการที่นายอภิสิทธิ์ไม่ปล่อยผ่านกับเหตุการณ์ที่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทวงถามความจริงที่เกิดขึ้นจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง เมื่อปี 2553 ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ให้ความสำคัญ เจียดเวลามาชี้แจง อธิบายและทำความเข้าใจจนนิสิตกลุ่มนั้น ที่ไร้เดียงสาทางการเมือง ค่อยข้างมึนงง หูตาสว่างขึ้นมาทันที ส่วนนายอภิสิทธิ์ก็ได้รับคำชมจากหลายฝ่ายว่า เป็นผู้นำที่กล้าเผชิญความจริง ไม่หนีปัญหาเหมือนกับผู้นำคนอื่นๆ

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อครั้งเหตุการณ์ชุมนุมของคนเสื้อแดง ปี 2553 นายอภิสิทธิ์ได้เชิญแกนนำการชุมนุมคนเสื้อแดง 3 คนคือ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธ์และนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ มาเจรจาพูดคุยหาทางออกให้กับเหตุการณ์ทางการเมืองในขณะนั้น ซึ่งไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนไหนให้เกียรติกับผู้นำการชุมนุม ถึงขั้นยอมพูดคุยเจรจาถ่ายทอดสดผ่านสื่อโทรทัศน์

ผมเชื่อว่าหลังจากนี้เป็นต้นไป ถ้าบทบาทของนายอภิสิทธิ์ มีความโดดเด่นทางการเมือง และเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่ประชาชนคาดหวัง และพร้อมให้การสนับสนุน ก็จะมีขบวนการดิสเครดิตและจ้องทำลายนายอภิสิทธิ์อย่างแน่นอน เหมือนกับที่ได้เคยวิเคราะห์ไว้ตั้งแต่วันที่นายอภิสิทธิ์ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์มาแล้ว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อภิสิทธิ์' นำทัพปชป. ปล่อยขบวนรถหาเสียงวันสุดท้าย ย้ำจุดยืน 'การเมืองสุจริต'

ประชาธิปัตย์เปิดฉากวันหาเสียงสุดท้าย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” อารมณ์ดีออกสเต็ปหยอกสื่อ ก่อนปล่อยขบวนรถแห่ 3 เส้นทางทั่วกรุง ประกาศจุดยืนขอเป็นหลักประกั

'อภิสิทธิ์' สวน 'อนุทิน' ปราศรัยด้อยค่า ปชป. ชี้คนเป็นผู้นำต้องพร้อมแข่งขัน กล้าถูกตรวจสอบ

พรรคประชาธิปัตย์ จัดปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 8 ก.พ. ภายใต้ชื่อ "ทางรอดที่ปลอดภัย ไว้ใจอภิสิทธิ์" โดยภายในงานมีการนำเสนอนโยบายของพรรคฯทั้ง 27 นโยบาย นอกจากนั้นยังมีการนำกาสสีฟ้าที่เขียนข้อความพรรค และเขต มาเป็นเพราะให้ประชาชนนำไปถ่ายรูปกับสแตนดี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

เลือกคนขับ ต้องมีเบรก 'ประชาธิปัตย์' ในสมการอำนาจหลัง 8 กุมภา

การเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กำลังเดินมาถึงช่วงตัดสิน อีกไม่นานประเทศไทยจะรู้ผลว่า พรรคใดได้ที่หนึ่ง ใครเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และใครจะถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

'สาธิต' รวมพลังประชาธิปัตย์ระยอง ปราศรัยโค้งสุดท้าย ชูพรรค ปชป. เป็นทางรอดประเทศ

บรรยากาศการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งคึกคัก เมื่อ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ “รวมพลังระยอง โค้งสุดท้าย” ขอคะแนนเสียงให้ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเชิญชวนประชาชนเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นพลังสำคัญในการผลักดันการเมืองสุจริตและพาประเทศก้าวพ้นวิกฤต

'อภิสิทธิ์' นำทัพ ปชป. ลุยธนบุรีหาเสียงโค้งสุดท้าย ชูจุดยืนทางรอดที่ปลอดภัย ชี้โอกาสหลุดพ้นวิกฤต

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค และ นางสาวมารีญา ฤกษ์ดี ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 24 (ธนบุรี-คลองสาน-ราษฎร์บูรณะ) หมายเลข 7 ลงพื้นที่รณรงค์หาเสียงอย่างต่อเนื่องในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยได้รับการต้อนรับจากพี่น้องชาวฝั่งธนบุรีอย่างคึกคัก

กระแสมาร์ค แรง-ปชป.พุ่ง กับบทบาทพรรคตัวแปร

เป็นกระแสที่มาแรงจริงๆ สำหรับการกลับมาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยเฉพาะการลงพื้นที่ไปหาเสียงที่ภาคใต้ และในกรุงเทพมหานคร ที่มีกระแสตอบรับสูง