12 พ.ย.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “เลิกปฎิญญาสันติภาพ ระวังเข้าทางเขมร” ระบุว่า หลังจากการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานที่ประชุม ผลการประชุมได้มีมติให้ระงับปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชา จนกว่าทหารกัมพูชา หรือฝ่ายกัมพูชาไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศไทย รวมทั้งมีมติงดส่งเฉลยศึก 18 คนกลับคืนประเทศกัมพูชาด้วย ซึ่งสอดคล้องกับท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุทหารไทยจำนวน 4 นาย เหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งนายอนุทินได้แสดงท่าทีต้องการระงับหรือยุติปฏิญญาสันติภาพ ที่ได้ลงนามกันไว้ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย
เมื่อผลการประชุมของ สมช.ออกมาเช่นนี้ เข้าใจได้ว่า ต้องการจะเปิดทางให้ฝ่ายกองทัพได้มีการปฏิบัติการตอบโต้ ปกป้องอธิปไตยของไทย เพราะถ้ายังมีปฏิญญาสันติภาพบังคับใช้อยู่ กองทัพไทยก็ไม่สามารถจะตอบโต้หรือปกป้องหรือป้องกันตัวเองได้ จึงจำเป็นต้องมีการประกาศระงับ หรือยุติ หรือหยุดการบังคับใช้ปฏิญญาสันติภาพฉบับนี้ไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ ปฏิญญาสันติภาพไทย-กัมพูชาฉบับนี้ ในสาระสำคัญหรือในเนื้อหาทั้ง 4 ข้อ ถือได้ว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทยมากกว่าประเทศกัมพูชา
จึงไม่อยากให้การยกเลิกปฎิญญาสันติภาพฉบับนี้แบบถาวร ซึ่งอาจจะเข้าทางประเทศกัมพูชาได้ เพราะในสาระสำคัญ 4 ข้อนั้น มี 2 ข้อที่ฝ่ายกัมพูชาบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมตกลงกับฝ่ายไทยในการปฏิบัติการใน 2 ข้อนี้ก็คือ การปราบแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กับการร่วมกันกู้ทุนระเบิด ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาฝ่ายกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ยอมมีข้อตกลงใน 2 เรื่องนี้เลย แต่ในปฏิญญาสันติภาพ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ฉบับนี้ กัมพูชาได้ยินยอมลงนามในปฎิญญา ซึ่งจะเห็นได้ว่าในปฎิญญาสันติภาพ 4 ข้อคือ 1.ถอนกำลังอาวุธหนักออกจากชายแดน 2.การร่วมมือกันปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 3.การร่วมกันกู้ทุ่นระเบิด 4.การพัฒนาพื้นที่ทับซ้อน
ถ้าหากทั้ง 2 ฝ่ายได้นำข้อตกลงในปฎิญญาสันติภาพฉบับนี้มาปฏิบัติการ มาปฏิบัติใช้กันโดยเคร่งครัด ก็จะเป็นประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย และที่เป็นประโยชน์มากกว่าก็คือฝ่ายไทย ที่ต้องการในการจะปราบแก๊งสแกมเมอร์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นปัญหาหนักและเป็นปัญหาใหญ่หลวง เป็นปัญหาที่กระทบต่อเศรษฐกิจสังคม และผู้คนในประเทศไทย รวมไปถึงการกู้ทุ่นระเบิด ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตของทหารไทย และประชาชนคนไทย ที่อาศัยอยู่ในบริเวณตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา
เพราะฉะนั้นปฎิญญาสันติภาพ กรุงกัวลาลัมเปอร์ฉบับนี้ ถือว่ายังเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ถ้ารัฐบาลและสมช.จะระงับการใช้ชั่วคราว เพื่อให้ผ่านสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ไปก่อน หลังจากนั้นก็ควรจะรื้อฟื้นนำมาบังคับใช้ใหม่ เพราะถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า
"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”
ไม่พลิก! สมช.เคาะเลิกเอ็มโอยู 2544 เตรียมชง ครม.เห็นชอบเร็วที่สุด
'นายกฯ' เผย สมช. รับทราบยกเลิก MOU 44 กต.จ่อชงครม.เร็วที่สุด ใช้ UNCLOS แทน ยันไม่ต้องแจ้งกัมพูชา
สมช. ตั้ง 'ผอ.ข่าวกรอง' เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ ดึงมาเลเซียร่วมดับไฟใต้
นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุม สมช. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานว่า ในเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญ 5 เรื่อง ดังนี้ 1.การบริหารจัดการเรื่องการศึกษา
'อนุทิน' ให้รอฟัง 'เอกนิติ' แจงไทยช่วยไทยพลัสทั้งเรื่องวงเงินและสัดส่วนการจ่าย
'นายกฯ' บอกรอฟัง 'เอกนิติ' แจงโครงการไทยช่วยไทย หลังสะพัดเปิดสูตร รัฐจ่าย 60 ปชช.จ่าย 40
'อนุทิน' นั่งหัวโต๊ะประชุท ก.น.บ.นัดแรกตอกย้ำเรื่องงบประมาณต้องคุ้มค่าไม่ซ้ำซ้อน
นายกฯ 'อนุทิน' นั่งหัวโต๊ะประชุม ก.น.บ. ตั้งรองนายกฯ เป็นประธานคณะอนุฯ 6 ภาค ยึดหลักลดความซ้ำซ้อน ผลลัพธ์ที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
ด่วน! จับตา สมช.ชงยกเลิกเอ็มโอยู 2544 วันนี้
สมช.จ่อยกเลิกเอ็มโอยู 44 วันนี้ ใช้กลไก UNCLOS แทน

