
‘จตุพร’ ชงรื้อที่มา สว.ใหม่ แนะเอกซเรย์ทุกคนฮั้วกันหรือไม่ คาด ส.ค. ทุกสีงัดข้อมูลละเลงใส่กัน ป่วนการเมืองตะลุมบอน ทั้งส้ม-แดง-น้ำเงินเละเทะ ไม่เหลือพื้นที่การเมืองดีให้ยืน
27 ก.ค. 2569 – นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า เมื่อฝ่ายค้านและนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เปิดเกมฮั้ว สว. เล่นงานพรรคภูมิใจไทย หากถูกตอบโต้กลับแบบเดียวกันย่อมนำสู่สถานการณ์ตะลุมบอนเละเทะ จน สว. 200 คน ไม่เหลือคนดีสักคน
ส่วนที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน เปิดเผย 5 ขั้นตอนฮั้ว สว. นั้น หากพูดกันตามเนื้อผ้าแล้วล้วนเป็นขั้นตอนที่ทุกพรรค ทุกฝ่ายทำกันทั้งฝ่ายสีส้ม แดง น้ำเงิน เพราะระบบเช่นนี้ รัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบไว้อย่างมีความพิสดาร ดังนั้น เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องมีคำตอบจะเอาอย่างไรกันสำหรับฝ่ายค้านและไอลอว์ ในช่วง 4 สัปดาห์ของเดือนสิงหาคมนี้ คงเปิดข้อมูลต่างๆ มากยิ่งขึ้น ดังนั้น กกต.จะหาทางเดินออกจากเกมฮั้ว สว. อย่างไร แบบไหน ย่อมเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง
นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อผู้สร้างรัฐธรรมนูญ 2560 วางระเบิดเวลาด้วยออกแบบที่มา สว. ให้สับสนอลหม่านและผิดธรรมชาติ เนื่องจากจ่ายค่าสมัคร สว. แล้ว แต่ต้องไปเลือกคนอื่น จึงสะท้อนการไม่ศรัทธาตัวเอง ไม่ไว้วางใจตัวเอง อีกอย่างนิยาม “ฮั้ว” กกต. จะจำกัดนิยามโดยอิงคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในคดี กกต. ฟ้องในเรื่องคุณสมบัติ ดังนั้น กกต. จะหาทางไปในเรื่องฮั้วอย่างไร ถ้าขืนไปแบบคนรับไม่ได้ ยิ่งทำให้เกิดสถานการณ์เปราะบาง แล้วนำไปสู่ปัญหาอื่นตามมาอีก
ทั้งนี้เชื่อว่า อีกซีกหนึ่ง คงไม่ปล่อยให้ (ฝ่ายค้าน-ไอลอว์) เดินกันแบบสบาย ในขณะนี้ข้อมูลของธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ) อีกฝ่าย (สีน้ำเงิน) ต้องเปิดแบบพรั่งพรูเหมือนกัน หรืออาจขยายไปสีอื่นเพื่อให้เห็นว่า มันทำกันทุกคน (ฝ่าย) นะ ขบวนการ ฮั้ว สว. เหมือนถูกวางยา ซึ่งที่มา สว. แบบนี้เป็นสูตรที่ไม่มีใครคิดได้พิสดาร หรือจะอธิบายแบบวิทยาศาสตร์ยังไม่ได้ และไม่มีประเทศไหนในโลกใช้กัน เมื่อไทยเป็นประเทศแรกคิดขึ้นใช้ก็เป็นปัญหา
“ในความเห็นผมถ้าตีความนิยามฮั้ว คือ การตกลงกัน สมยอมกัน ผมว่า (200 สว.) ไม่เหลือสักคน จะรูปแบบไหนก็เข้าหมด เพราะแบบถูกออกมาผิดธรรมชาติ วันนี้ กกต. จะตัดสินใจอย่างไร ก่อนถึงกำหนดจะเห็นการละเลงกันว่า ความเป็นจริงมันเละกันทุกสี ไม่ใช่สีใดสีหนึ่ง” นายจตุพร ระบุ
นายจตุพร เชื่อว่า ระบบที่มา สว. เป็นตามแบบรัฐธรรมนูญ 2560 แล้ว อย่างไรก็ผิด เพราะรัฐธรรมนูญเขียนบังคับไว้อย่างนี้ ถ้าถามที่มา สว. แล้ว คนทั่วไป 10 คน จะอธิบายถูกสักกี่คนกัน แต่ กกต. ต้องกุมขมับตัดสินใจเลือกแบบที่มา สว. ที่มีปัญหาจากระบบรัฐธรรมนูญออกแบบไว้
“ถ้าเราจะแก้ไขกันทั้งระบบแล้ว ควรเอกซเรย์ทั้ง 200 สว. กันเลย ถ้านิยามคำว่าฮั้วแล้ว ยืนยันจะไม่เหลือแม้แต่คนเดียว และอย่าถามหาความชอบธรรม เพราะอยู่ที่ว่าใครอธิบายความชอบธรรมอย่างไร” นายจตุพร ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
14ก.ย.ชี้ชะตา 'กระดานการเมือง' คดีฮั้ว สว.กำหนดทิศทางประเทศ
วันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ ถือเป็นวันที่กำหนดทิศทางการเมืองของประเทศไทยอีกครั้ง หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะวินิจฉัยและลงมติคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
'ศุภชัย' สวน 'อภิสิทธิ์' กดดันส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์
"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมจี้ กกต. ส่งเรื่องฮั้วสว. ให้ศาลฎีกา บอก กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ขอเคารพองค์กรอิสระ ยืนยันภูมิใจไทยไม่ปกป้องคนผิด
ภูมิใจไทยคึกคัก! การเมือง-เอกชน แห่อวยพร 'อนุทิน' อายุครบ 60 ปี
ที่พรรคภูมิใจไทย ก่อนการประชุมพรรคประจำสัปดาห์ในเวลา 16.30 น. เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากช่วงค่ำจะมีการรับประทานอาหารและอวยพรวันคล้ายวันเกิด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
'พริษฐ์' ขู่ กกต. หากยกคำร้องฮั้ว สว. 229 ราย ไม่จบแน่ 'ม.157' รออยู่
‘พริษฐ์’ ลั่นหาก 14 ก.ย.นี้ กกต. ไม่ส่งฟ้องศาล 229 คนเอี่ยวฮั้วสว.ไม่จบง่าย ลั่น เจอกันเวทีสภาขอตอบคำถามให้ได้ ชวนคิดเอกสารพยานกลับคำให้การหลุดหรือปล่อยแซะ หลายคนพูดเรื่องเหนือดวงแต่กลัวบางสีอยู่เหนือกฎหมาย
ฝ่ายค้านลุยยื่นซักฟอก ก.ย.นี้ ล็อกเป้าถล่ม 'อนุทิน-ไชยชนก'
“พริษฐ์” ยันฝ่ายค้านยื่นซักฟอกภายใน ก.ย.นี้ ล็อกเป้า “อนุทิน–ไชยชนก” ถลกโกงสอบท้องถิ่น–ฮั้ว สว.–AI Passport แย้ม มีเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเปิด อุบโยง “คนที่บุรีรัมย์” ลั่น หากมีหลักฐานว่ารับใช้ใคร ก็ต้องอภิปรายด้วย
'ธนพร' ซัดม็อบสีส้ม 13 ก.ย. แค่คนแพ้ เกมอำนาจ เตือนอย่าเล่นนอกกติกา กดดัน กกต.จนบ้านเมืองไร้ขื่อแป สะกิด เล่นแรง ระวังโดน VAR แจกใบเหลือง-แดง
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงการนัดชุมนุมและเดินขบวนในวันที่ 13 กันยายนว่า การชุมนุมโดยสงบถือเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นหรือความไม่พอใจได้ แต่ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตัดสินใจไปตามความประสงค์ของผู้ชุมนุมหรือไม่

