19 พ.ย.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “เพื่อไทย ขุดทักษิณ มาขายอีก” ระบุว่า หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร ถูกอัยการสูงสุดมีความเห็น ยื่นอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 ต่อศาลอุทธรณ์ และในวันเดียวกันศาลฎีกามีคำพิพากษาให้นายทักษิณชดใช้ภาษี จากการขายบริษัทชินคอร์ปอเรชั่นให้กับกองทุนเทมาเสก ประเทศสิงคโปร์ 17,600 ล้านบาท ทำให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายคน ออกมาเคลื่อนไหว พยายามพลิกวิกฤตของนายทักษิณครั้งนี้ให้เป็นโอกาส เพื่อหวังเพิ่มคะแนนเสียง และเรียกคะแนนสงสารจากประชาชน ที่เห็นได้ชัดคือ
กรณีนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้โพสต์เฟซบุ๊ก ข้อความว่า “การกระทำต่อคุณทักษิณ ถูกมองว่ามาแบบซีรี่ส์ที่มีการจัดวาง ขัดต่ออารมณ์และความรู้สึกของคนทั่วไปเป็นอย่างมาก
ผลักไสไล่ส่งเอาคนที่สามารถทำประโยชน์ให้ประเทศมากๆ ไปอยู่ต่างประเทศ และ ขังคุก จากนั้น ก็เอาเอาพวกเฮงซวยมาบริหารประเทศ
ไม่แปลกใจที่ประเทศถดถอยมาตามลำดับ จนหนี้ประเทศ และ หนี้ครัวเรือนสูงสุด คนไทยส่วนใหญ่ แทบไม่มีความหวังกับประเทศนี้อีกเลย
สงสารประเทศไทย พอได้หรือยังครับ!”
ข้อความของนายก่อแก้วโดยพยายามที่จะโยงคดีของนายทักษิณ ซึ่งเป็นคดีที่ศาลยุติธรรมได้พิพากษาพิจารณาอย่างละเอียดถ่องแท้แล้ว พยายามนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองให้ได้ หรือแม้แต่นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กไทม์ไลน์ของนายทักษิณเกี่ยวกับคดีความต่างๆ
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการพยายามจะใช้โอกาสของนายทักษิณ ที่โดนคดีหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย เพราะพรรคเพื่อไทยในวันนี้ไม่มีจุดขายเลย นอกจากจุดขายเดิมที่ก่อตั้งพรรคมา ก็คือขายตัวนายทักษิณ ชินวัตร จึงจำเป็นต้องใช้นายทักษิณ ชินวัตร ออกมาเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง เพื่อเรียกเสียงสนับสนุนจากมวลชนคนเสื้อแดง และผู้สนับสนุนส่วนหนึ่ง ที่ยังสวามิภักดิ์ต่อนายทักษิณ ซึ่งไม่ว่านายทักษิณหรือพรรคเพื่อไทย จะตระบัดสัตย์ เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์อย่างไรก็ตาม คนเหล่านี้ก็ยังสนับสนุนอยู่ จึงพยายามจะรักษามวลชนคนเหล่านี้ไว้
เห็นได้จากตั้งแต่นายทักษิณเข้าอยู่เรือนจำคลองเปรม ทุกวันเสาร์จะมีแกนนำคนเสื้อแดงหลายคน เปลี่ยนหน้ากันมาจัดกิจกรรมที่หน้าเรือนจำ นัดกินก๋วยเตี๋ยวบ้าง นัดกินข้าวมันไก่บ้าง ปราศรัย ไฮปาร์คกัน รวมไปถึงวันที่บุคคลในครอบครัวชินวัตรเข้าเยี่ยมคุณทักษิณ ก็จะมีการเกณฑ์มวลชนคนเสื้อแดงมาให้กำลังใจ ซึ่งพยายามจะปลูกกระแส เพื่อต้องการให้เป็นจุดขายของพรรคเพื่อไทย
ซึ่งในวันนี้ถ้าดูผลการสำรวจของนิด้าโพล ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสาน หรือภาคกลาง คะแนนของพรรคเพื่อไทยตกต่ำอย่างน่าใจหาย คงจะไม่มีไม้เด็ดหรือวิธีการใดที่จะกอบกู้คืนความนิยมจากประชาชนได้นอกจากขายนายทักษิณเหมือนเดิม เพราะนั้นจะเห็นได้ว่า คนในพรรคเพื่อไทยก็พยายามใช้วิธีการเดิมๆ ปลุกผีทักษิณ นำคุณทักษิณมาขายในสนามการเมืองอีกครั้งหนึ่ง
จึงพยายามนำเอาเงื่อนไขที่อัยการสูงสุดอุทธรณ์คดีความผิดมาตรา 112 กับศาลฎีกาตัดสินให้ชดใช้ภาษีขายหุ้นชินคอร์ปอเรชั่น 17,600 ล้านบาท มาเป็นประเด็นทางการเมือง ซึ่งเชื่อว่าประชาชนตื่นรู้และเข้าใจว่านี่คือลูกไม้เก่าๆของพรรคเพื่อไทย ที่ใช้มาโดยตลอด ถึงวันนี้คนไทยจับได้ไล่ทันกันหมดแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’
“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้ ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.
3 แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย นั่งรถไฟฟ้า ชูเป็นรัฐบาล 20 บาทตลอดสายใน 3 เดือน
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยพร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ขึ้นรถไฟฟ้าจากสถานีเพลินจิต ไปยังสถานีสนามกีฬาแห่งชาติ เพื่อไปสนามกีฬาเทพหัสดิน ซึ่งเป็นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อ
'จุลพันธ์' เชื่อมีขบวนการเร่งรัดผิดปกติ หลังผู้สมัครเพื่อไทยโดนคดีเว็บพนันช่วงเลือกตั้ง
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มงานสอบสวนกองบังคับการ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ส่งหมายเรียกนายพลากร พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย หลังมีกระแสข่าวเอี่ยวเว็บพนันออนไลน์ ว่า หากเป็นเรื่องมีมูลเราก็ไม่ปกป้อง
ออกหมายเรียก 'พลากร' ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย โยงคดีเว็บพนันบ้านหวย98
กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.3 ได้ทำหนังสือถึง ผกก.สภ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ขอความร่วมมือส่งหมายเรียกผู้ต้องหา ครั้งที่ 1 ถึง นายพลากร พิมพะนิตย์ ผู้สมัคร สส. เขต 2 พรรคเพื่อไทย
เพื่อไทย แจงยิบ ปม 'สุริยะ' ซื้อเครื่องบินหรู 800 ล้าน แต่แจ้ง ป.ป.ช. เพียง 30 ล้าน
รองโฆษกเพื่อไทย แจงปม "สุริยะ" ซื้อเครื่องบินหรู 800 ล้าน แต่แจ้ง ป.ป.ช. เพียง 30 ล้าน ตามสัดส่วนถือครองทรัพย์สิน ส่วนมูลค่าที่เหลือเป็นการถือครองโดยกลุ่มญาติพี่น้อง ปัดข่าวใช้ลำเลียงกระสุนซื้อเสียงเลือกตั้ง ไม่เป็นความจริง
บี้ กกต. สอบ 'สุริยะ' ใช้เครื่องบินหาเสียง ส่อในทางมิชอบหรือไม่
'เรืองไกร' ร้อง กกต. สอบ 'สุริยะ' ใช้เครื่องบินหาเสียงในทางมิชอบหรือไม่ ส่อฝ่าฝืนกม.เลือกตั้ง มาตรา 73 พร้อมชง ป.ป.ช. เช็กอีกทาง

