
“อดุลย์”เบรกฝ่ายค้านไม่ควรยื่นญัตติซักฟอกเพราะนายกฯจะชิงยุบสภาฯก่อนทำให้ร่างแก้ไขรธน.ตกไปทั้งหมด แนะไม่ต้องมีสสร.จะขัดคำวินิจฉัยศาลรธน.และเสียเวลา กมธ.ยกร่างรธน.ต้องมาจากหลากลายปิดช่องการครอบงำ ‘คนละครึ่งพลัส’ ช่วยกระตุ้นศก.แต่ไม่ควรทำต่อเนื่องสร้างภาระหนี้ให้ลูกหลาน จี้นายกฯใช้ความเด็ดขาดล้างบ้างขรก.ทุจริตต้นเหตุทุนสีเทา
23 พ.ย. 2568 -นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงนี้ ว่า เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลชุดนี้เกิดจากบันทึกข้อตกลง หรือ เอ็มโอเอ ที่พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันลงนามนำไปสู่การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และจะมีการยุบสภาภายใน 4 เดือน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำหนดไทมไลน์ไว้แล้วว่าจะยุบสภาในวันที่ 31 ม.ค.2569 ดังนั้นในระยะเวลา 4 เดือนนี้ต้องเร่งจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แตะหมวด 1 -2 อย่างเด็ดขาด และไม่จำเป็นต้องมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)เพราะนอกจากจะขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญแล้วยังทำให้เสียเวลา เปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น ส่วนคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องมาจากผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลาย คัดเลือกผู้เหมาะสมจาก นักวิชาการและภาคประชาชน ปิดช่องทางไม่ให้เกิดการครอบงำจากกลุ่มอำนาจทางการเมือง เพื่อให้เป็นไปตามเจตจำนงของสาธารณชนแล้วจะได้รัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง
นายอดุลย์ กล่าวถึงกรณีฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า เข้าใจบทบาทฝ่ายค้านที่มีหน้าที่ควบคุมตรวจสอบรัฐบาล หากพบว่ารัฐบาลมีพฤติการณ์ที่ทำผิดร้ายแรงสร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองก็ต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่รัฐบาลชุดนี้เพิ่งทำงานได้ไม่ถึง 2 เดือน มีพฤติการณ์ที่สร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองแล้วหรือยัง ที่สำคัญหากฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายฯ นายกฯอนุทิน ก็บอกแล้วว่าต้องชิงยุบสภาก่อน เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยโหวตเมื่อไหร่ก็แพ้ และก็จะทำให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็ต้องตกไปด้วย สิ่งที่ทำกันมาก็สูญเปล่า การจะเริ่มร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เป็นไปได้ยากอีก และหากยุบสภาก่อนกำหนด พรรคแกนนำรัฐบาลจะได้เปรียบกว่าทุกพรรค ดังนั้นฝ่ายค้านควรไตร่ตรองให้ดี แต่ยังมีช่องทางขอเปิดอภิปรายทั่วไปตามม.152 โดยไม่มีการลงมติจะเหมาะสมกว่า เพื่อซักถามข้อเท็จจริง และเสนอนโยบายเพื่อประโยชน์สาธารณะจะเกิดดประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองมากกว่า
“ในช่วงเวลา 4 เดือนนี้ รัฐบาลสามารถทำเรื่องเร่งด่วนได้ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน การทำ โครงการ คนละครึ่ง พลัส มีความจำเป็นในภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบ แต่ไม่ควรทำต่อเนื่องเพราะจะสร้างภาระหนี้ไว้ให้ลูกหลานในอนาคต และต้องมีมาตรการลดค่าครองชีพชาวบ้านทุกทาง เช่น ค่า น้ำ ไฟฟ้า พลังงาน เป็นต้น สำหรับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ล้วนเกิดจากรัฐบาลก่อนและทหารในกองทัพบางกลุ่มที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ควรใช้โอกาสนี้สะสางปัญหาให้หมด และจัดความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านให้ถูกต้อง เพราะสงครามสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนทั้งสองฝ่ายถึงอย่างไรเพื่อนบ้านก็ต้องอยู่ร่วมกัน ส่วนปัญหาสแกมเมอร์และกลุ่มทุนสีเทาต้นเหตุมาจากเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตคอร์รัปชันรับส่วยสินบนและยังไม่มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ในภาวะเช่นนี้นายกฯอนุทิน ต้องใช้ความเด็ดขาดล้างบางเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตต่อหน้าที่ให้หมด และทุกพรรคการเมืองต้องมีนโยบายปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้ประชาชนเห็นชัดเจนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน” นายอดุลย์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทินเดินหน้าพรบ.สร้างสันติสุข
ประธานญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทิน-ปธ.วิปรัฐบาลที่ยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขกลับไปให้วุฒิสภาพิจารณา วอนปธ.วุฒิสภาและสว.ทุกคน เห็นชอบ3วาระรวดก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะเป็นการสร้างกุศลร่วมกัน เป็นการทำบุญใหญ่ให้กับสังคม คนต้องคดีการเมืองจะได้ดำเนินชีวิตปกติสุข พี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังสู้วิกฤตได้ 10 พฤษภาคม 2569 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า ญาติวีรชนพฤษภาฯ ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ คือ ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... อันเนื่องจากต้องหยุดชะงักจากการยุบสภา และต้องชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลจนทำให้ทุกฝ่ายได้เห็นชอบยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กลับไปให้รัฐสภาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะช่วยกันสร้างสามัคคีของคนในชาติในภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบัน เชื่อว่าหากท่านนายกฯ รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเช่นนี้ และรู้จัก ”ให้ผู้อื่นก่อน“ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ร่วมกันแก้วิกฤติของบ้านเมืองได้ นายอดุลย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร 3 ร่าง ประกอบด้วย ร่างของพรรคภูมิใจไทย, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภาแล้ว หลังจากนี้วุฒิสภาสามารถพิจารณาต่อจากวาระที่ค้างอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการนับหนึ่งใหม่ จึงฝากควาวหวังไว้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และวิปวุฒิสภา ได้ประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ทุกคน ร่วมกันพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข 3 วาระรวด ก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ถือเป็นการสร้างกุศลร่วมกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติ บ้านเมืองจะกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานมงคลฯ และสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ “กว่าสองทศวรรษบ้านเมืองไทยบอบช้ำจากความแตกแยกทางความคิด แบ่งเสื้อสี แบ่งขั้วกันอย่างรุนแรง บาดลึกถึงครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ญาติวีรชนพฤษภาฯ ในฐานะผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง มีความผูกพันกับแกนนำทางการเมืองทุกเสื้อสี ซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนพ้องพี่น้องกันทั้งสิ้น โดยส่วนตัวได้ตระเวนพบปะกับแกนนำทุกระดับที่เคยชุมนุมทางการเมือง ทุกคนก็มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่มีความคิดต่างกัน บางครั้งก็ต้องฟาดฟันกันเอง บางคนโดนคดีความด้วยความทุกข์ยาก โดยเฉพาะเยาวชนอายุ 18 ปี ทุกฝ่ายมีความห่วงใยอนาคตของชาติ ได้หาทางออกให้หลุดพ้นคดี จึงเห็นร่วมกันว่าถึงเวลาทุกฝ่ายต้องสามัคคีผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เชื่อได้ว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่ต้องคดีจะได้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย” และทุกฝ่ายซึ่งเป็นพี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพันวิกฤตครั้งนี้ได้” นายอดุลย์ กล่าว
ปชน. ยื่นซักฟอก หลังแพ้โหวตคงอำนาจ สว. 1 ใน 3 แก้ รธน.
บรรยากาศจากอาคารรัฐสภา ว่า ภายหลังจากการโหวต มาตรา 256/28 ที่ประชุมรัฐสภามีมติไม่เห็นด้วยกับ กมธ.เสียงข้างมาก ในการใช้เสียงกึ่งหนึ่งของที่ประชุมรัฐสภา เห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ
‘เอ็ดดี้’ จี้ ‘เพื่อไทย-ส้ม’ อย่าดีแต่ปาก กลัวอะไรอยู่ ยื่นซักฟอกเลย
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความว่า เห็นขู่กันฮึ่มๆ ว่าจะจะยื่นญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะรัฐบาลไม่น่าไว้วางใจ
‘เทพไท’ เปิดสาเหตุ 'เพื่อไทย' ไม่กล้ายื่นซักฟอก ทั้งที่ตัวเองได้เปรียบ
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิประบุว่า
‘ภูมิใจไทย’ พร้อมหากถูกซักฟอก ขอเพื่อไทยอย่ารีบโจมตีปมภาษีสหรัฐฯ
“ภูมิใจไทย” พร้อมหาก “เพื่อไทย” ยื่นซักฟอก มั่นใจ ชี้แจงได้ หลังหนึ่งเดือนครึ่ง บริหารดี ไม่มีอะไรเสียหาย ขอ ”พท.“ อย่ารีบโจมตีปมภาษีสหรัฐฯ เหตุไทย-อเมริกาคนละไทม์โซน เชื่อมั่น “อนุทิน” ทำได้ดีทั้งเรื่องศก.และอธิปไตย
‘วิสุทธิ์’ โยน ‘จุลพันธ์’ คุยปชน.ยื่นซักฟอกร่วม พท.ด้วยหรือไม่
นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในพรรคเพื่อไทยมีการพูดคุยกันเพิ่มมากขึ้นหรือไม่

