“กกต.”อยู่ระหว่างเขาควาย ถูกบีบเลือก"เส้นทางรอด"

คดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) กำลังเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายที่ต้องวัดใจ เพราะนับตั้งแต่จบการเลือก สว. เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ข้อครหาเรื่องขบวนการจัดตั้ง การเดินสายจองห้องพักในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การแจกตั๋วเครื่องบิน ตลอดจนตารางโพยลงคะแนน ได้กลายเป็นของติดตัว สว.ชุดปัจจุบันสัดส่วนเกินครึ่งสภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า "สว.สีน้ำเงิน"

 แม้ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กกต.จะเคยออกมาการันตีและให้สัญญากับประชาชนว่าจะเคาะชี้ขาดคดีนี้ให้จบภายในสิ้นเดือน ส.ค.2569 แต่มีกระแสมาอีกสายของ กกต.ว่า “บอร์ด กกต.ชุดใหญ่” เตรียมใช้สิทธิ์ขยายเวลาออกไปเป็นช่วงเดือน ก.ย.2569 โดยอ้างว่าต้องขอเวลาไปตรวจพยานหลักฐานเพิ่มเติม หากเป็นในทางสายนี้ ก็ไม่สามารถเลี่ยงกระแสสังคมที่ตามมานั่นคือ การพยายามหาทางลงให้กับ กกต.และสว.

ไล่เรียงประเด็นกุมขมับบอร์ด กกต.ชุดใหญ่ มาจากการชนกันของคณะทำงาน 2 ชุดภายในองค์กร โดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง (คณะที่ 26) ซึ่งมีหน้าที่ลงพื้นที่เกาะติดทำคดี ได้รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเข้มข้นและสรุปสำนวนแบบดุดันเสนอฟันผู้ถูกกล่าวหามากถึง 229 ราย แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบันมากถึง 138 ราย และกลุ่มผู้จัดตั้ง เครือข่าย หัวคะแนน ตลอดจนนักการเมืองท้องถิ่นอีก 91 ราย

ทว่าพอส่งเรื่องต่อไปให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง (คณะที่ 36) เพื่อช่วยตรวจคัดกรองข้อกฎหมายก่อนยื่นบอร์ดใหญ่ คณะที่ 36 กลับลงมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง ชนิดพลิกฝ่ามือ บอกว่าไม่มีมูลความผิดทั้ง 229 ราย ก่อนจะส่งให้บอร์ด กกต.ชุดใหญ่พิจารณา

มติ 5 ต่อ 2 ของคณะอนุฯ ชุดที่ 36 นี้เอง ที่จุดชนวนสงสัยเมื่อเปิดรายชื่อกรรมการ 7 คนออกมาแล้ว พบว่ามี นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต (อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก) และ นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ (อดีตอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน) ร่วมนั่งชี้ขาดอยู่ด้วย การนำ อดีตข้าราชการสายคมนาคมและสายแรงงาน ซึ่งเป็น 2 กระทรวงในโควตาการเมืองระดับไข่แดงของพรรคภูมิใจไทย เข้ามาชี้คดีที่พรรคถูกพาดพิงเรื่อง "สว.สีน้ำเงิน" จึงถูกพรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคประชาชน และ ภาคประชาสังคม อย่าง iLaw ตั้งคำถามทันทีว่า นี่คือการตั้งคนเข้ามาทำหน้าที่เป็น "วอลเปเปอร์ฟอกขาว" เพื่อตัดไฟคดีตั้งแต่ต้นลมในชั้นอนุกรรมการหรือไม่

เพราะหากตัด 2 เสียงข้ามสายงานนี้ออกไป น้ำหนักมติในคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ก็อาจจะไม่ใช่การยกคำร้องเสียงข้างมากขาดลอยแบบนี้

นอกจากประเด็นเรื่องตัวบุคคลแล้ว สังคมยังตั้งข้อสังเกตถึง "มาตรฐานการรับฟังพยานหลักฐาน" ของ กกต.ชุดใหญ่และคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ที่จู่ๆ ก็ขยับเพดานสูงขึ้นจนผิดปกติ เพราะในคดีเลือกตั้งอดีตที่ผ่านมา กกต.มักใช้เพียง "พฤติการณ์แวดล้อมและเหตุอันควรสงสัย" ก็สามารถแจกใบดำใบแดงหรือส่งศาลฎีกาเพิกถอนสิทธิ์ได้แล้ว

 แต่พอมาถึงคดีฮั้ว สว. กลับพยายามสร้างบรรทัดฐานว่าจะต้องมี หลักฐานระดับคดีอาญา คือต้องมี เส้นทางการเงินโอนตรง แบบจับวางเท่านั้น

 การตั้งการ์ดสูงเช่นนี้จึงถูกมองว่าเป็นการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับกลุ่ม สว.และเครือข่ายผู้ถูกกล่าวหาโดยปริยาย และกลายเป็นโจทย์หินเมื่อคณะชุดที่ 26 กับชุดที่ 36 มีความเห็นไม่ตรงกันอย่างสุดขั้ว ทำให้ บอร์ด กกต.ชุดใหญ่ ไม่กล้าเคาะมติชี้ขาดตามชุดที่ 36 ในทันที เพราะกลัวกระแสสังคมสวนกลับ

ในขณะที่ กกต.กำลังติดหล่มอยู่กับศึกภายใน ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่รับผิดชอบคดีอาญาข้อหา "อั้งยี่" และ "ฟอกเงิน" (คดีพิเศษที่ 24/2568) กลับเดินเกมเงียบ แต่รุกหนัก

โดย ดีเอสไอ เล่นบทหัวหมู่ทะลวงฟัน ออกมายืนยันไม่ได้ปล่อยเกียร์ว่างตามคำขู่ของใคร แต่กำลังเร่งเช็กเส้นทางการเงินจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ ตามคำสั่งของอัยการคดีพิเศษอย่างเข้มข้น หลังจากที่อัยการเคยส่งสำนวนกลับมาให้ดีเอสไอสอบขยายผลเพิ่ม เนื่องจากมองว่าผู้ต้องหาล็อตแรก 8 รายนั้นน้อยเกินไป

ซึ่งล่าสุดดีเอสไอแย้มข่าวใหญ่ว่า การสรุปสำนวนสั่ง ฟ้องล็อต 2 จะมีจำนวนผู้ต้องหาขยายวงเกินกว่า 8 รายอย่างแน่นอน โดยดีเอสไอกำลังจ่อรอมติชี้ขาดของ กกต. ในเดือน ก.ย.นี้ เพื่อนำเอกสารคำให้การและมติทั้งหมดไปผนวกส่งอัยการคดีพิเศษฟ้องต่อศาลอาญาชนิดไม่ยอมให้หลุดมือ

ด้านฝ่ายค้าน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ และ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw ได้ส่งสัญญาณขู่ชัดเจนว่า หาก กกต.ชุดใหญ่มีมติยกคำร้องตามคณะอนุฯ ชุดที่ 36 ฝ่ายค้านจะนำฐานข้อมูลหลักฐานลับและ "โพยต้นฉบับ" ออกมาเปิดแฉประจานกลางสภาทันที

ขณะที่กลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงดักคอว่า หาก กกต.ยื้อเวลาออกไปโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือลงมติอุ้มผู้ต้องหา จะเดินทางไปยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อ กกต.ทั้งคณะ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วย กกต. มาตรา 69 ทันที

เกมยื้อเวลาของ กกต.ในครั้งนี้จึงไม่ต่างจากการซื้อเวลา เพราะไม่ว่าบอร์ด กกต.ชุดใหญ่จะเลือกออกหน้าไหนในเดือน ก.ย.2569 ก็ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่จะต้องเลือกทางบังคับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หาก กกต.เลือกลงมติ ยกคำร้อง 229 ราย ตามคณะอนุฯ ชุดที่ 36 กกต.ทั้งคณะจะกลายเป็นตำบลกระสุนตกทันที โดยจะถูกกลุ่ม สว.สำรองยื่นฟ้องอาญา ม.157 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฝ่ายค้านจะขนหลักฐานลับออกมาแฉประจานกลางสภา ก่อให้เกิดวิกฤตความศรัทธาต่อองค์กรอิสระครั้งรุนแรงที่สุด และดีเอสไอก็จะใช้คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน เดินหน้าฟ้องศาลอาญาเพื่อเช็กบิล สว.เป็นรายบุคคลต่อไปอยู่ดี

ตรงกันข้าม หาก บอร์ด กกต. ชุดใหญ่ตัดสินใจยึดตามสำนวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 แล้วมีมติ "สั่งฟ้อง" ส่งเรื่องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีแนวโน้มว่าศาลอาจจะมีคำสั่งให้ สว.ที่มีชื่อถูกฟ้อง ซึ่งอาจสูงถึง 138 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ผลลัพธ์คือสภาสูงจะตกอยู่ในภาวะอัมพาต เนื่องจากเหลือ สว.ทำงานไม่ถึงครึ่งสภา และไม่สามารถขยับบัญชี สว.สำรองขึ้นมาทำหน้าที่แทนได้หากคดียังไม่ถึงที่สุด

กกต.จึงมีแนวโน้มเลือกทางเซฟตี้ เพื่อที่ชีวิตตัวเองจะรอดปลอดภัย นั่นคืออาจจะเดินสายกลาง เอาผิดแค่จำนวนหนึ่ง ประมาณหลักสิบ เพื่อลดแรงกดดันจากทุกฝ่าย. 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศุภชัย' เริ่มเวียนหัว 'ไอลอว์' อ้างกฎหมายไม่ให้แจ้งความตามภูมิลำเนาผู้เสียหาย ทั้งที่แถลงข่าวครึกโครมออกข่าวทั่วประเทศ

"ศุภชัย" สวน "ยิ่งชีพ" แถลงข่าวออกสารพัดช่องทาง คนเห็นทั่วประเทศ ผู้เสียหายจะร้องทุกข์กล่าวโทษที่โรงพักไหน จะฟ้องศาลจังหวัดใดก็ย่อมจะทำได้

'พรรคส้ม' ตอกลิ่ม ภาพสยบรอยร้าว 2 น. 1 พ. สะท้อนขัดแย้งหนัก จับตาปรับ ครม.หนู 2 จูบปากหรือเขี่ยทิ้ง

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีภาพสยบรอยร้าวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ยูไนเต็ด และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ศึก 7 อรหันต์ซอยสายลม เดิมพันเก้าอี้"ปธ.กสทช."

ไม่ผิดความคาดหมายกับสภาพ วงแตก-ประชุมล่ม ที่เกิดขึ้นในการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จนต้องนัดประชุมใหม่ช่วง 5 สิงหาคม

'พริษฐ์' เปิดหลักฐานเส้นเงิน อ้างโยงขบวนการโกง สว. 2 จังหวัด

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ขบวนการโกง สว. ที่กำลังถูกกล่าวหานั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัครเพื่อแลกคะแนนกันอย่างเป็นระบบ แต่ยังรวมถึงพฤติกรรมในการจ้างคนมาลงสมัคร เพื่อให้มาลงคะแนนเสียงให้กับผู้สมัครตัวจริงที่ทางขบวนการได้ล็อกตัวไว้ผ่านโพยใบสั่ง

เอาแล้ว! สว.อำนาจเจริญ จ่อแจ้งความ ‘ยิ่งชีพ’ อัดอย่าหาคดีเพิ่ม

“สว.อำนาจเจริญ” จ่อแจ้งความ “ยิ่งชีพ” กล่าวหาขาดคุณสมบัติ ชี้ กกต.ปัดตกคำร้องนานแล้ว แนะอย่าสู้คดีด้วยการหาคดีเพิ่ม พร้อมสงสัยทำคอนเทนต์มีวัตถุประสงค์ใดแอบแฝงหรือไม่

เอาแล้ว! 'ทรงศักดิ์' เล็งมอบหมายทนายความแจ้ง 'ยิ่งชีพ' หมิ่นประมาทที่สภ.บึงกาฬ

ที่ท้องสนามหลวง นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีตกเป็น 1 ใน 9 รายชื่อที่ถูกนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโ