'เทพไท' ชี้กลยุทธ์พรรคการเมือง เสนอ 3 แคนดิเดตนายกฯ หวังกระตุ้นเรตติ้งพรรค

24 พ.ย.2568-นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง “ทำไมต้องมีแคนดิเดตนายกฯ3คน” เนื้อหาระบุว่า ผมขอวิเคราะห์ผลการสำรวจของนิด้าโพล  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทางการเมืองเป็นรายสัปดาห์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสำรวจความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชน ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และล่าสุดภาคตะวันออก ซึ่งผลของการสำรวจมีแนวโน้มในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน จึงขออนุญาตวิเคราะห์ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทางการเมืองของภาคตะวันออกเป็นหลัก  จะพบว่า จากการสอบถามความเห็นของประชาชนว่า จะเลือกใครเป็นนายกรัฐมนตรี และจะสนับสนุนพรรคการเมืองใดเป็นรัฐบาล

ผลของการสำรวจปรากฎว่า ลำดับของความนิยมทั้งตัวบุคคลและพรรคเป็นไปตามลำดับเหมือนกันเกือบทั้งหมด แต่คะแนนความนิยมระหว่างบุคคลกับคะแนนความนิยมของพรรค ที่ไม่สอดคล้องกันก็คือ

1.ความนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งมีความนิยม 15.90% เมื่อเทียบกับความนิยมของพรรคประชาชน ที่มีสูงถึง 24.65% แสดงให้เห็นว่าต่างกันเกือบ 10% การที่พรรคประชาชนต้องมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค3คน และประกาศชื่อชัดเจนแล้วคือ 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล 3.นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ก็เพื่อเติมเต็มคะแนนนิยมในตัวบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับคะแนนนิยมของพรรค ซึ่งเห็นได้ว่า ถ้าหากมีกระแสความนิยมของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคในแต่ละคนมารวมกัน จะทำให้คะแนนนิยมตัวบุคคลกับพรรคใกล้เคียงกัน

2.คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย จะเห็นได้ว่า คะแนนนิยมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะบทบาทนายกรัฐมนตรีมีคะแนนนิยมสูงถึง 15.35% ขณะที่คะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย 10.95%  ต่ำกว่าคะแนนนิยมของหัวหน้าพรรค ซึ่งโดยปกติคะแนนนิยมทั้งหัวหน้าพรรคและคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้สูงขนาดนี้ แต่เมื่อนายอนุทินเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทำให้บทบาทเด่น คะแนนนิยมตัวบุคคลจึงสูง แต่คะแนนนิยมพรรคยังต่ำอยู่ จึงต้องประกาศชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส กับนางศุภจี สุธรรมพันธ์ เพื่อหวังคะแนนนิยมของพรรคเพิ่มขึ้น

3.คะแนนนิยมของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ซึ่งอยู่ที่ 3.65% แต่คะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย อยู่ที่ 7.50% แสดงให้เห็นว่าคะแนนนิยมตัวบุคคลต่ำกว่ามาก จึงเป็นการบ้านที่พรรคเพื่อไทย จะต้องไปประกาศตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่มีคะแนนนิยมใกล้เคียงกับพรรคให้มากที่สุด

ส่วนพรรคการเมืองที่มีคะแนนนิยมทั้งตัวบุคคลและคะแนนพรรคไปในทิศทางเดียวกัน สอดคล้องกัน คือพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีคะแนนนิยม 7.95% ในขณะที่คะแนนนิยมของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค อยู่ที่ 8.20% ถือว่าใกล้เคียงกันมาก ซึ่งอาจไม่จำเป็นที่จะต้องประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามพรรคประชาธิปัตย์เพิ่มก็ได้ แต่ถ้าหากจะให้เป็นไปตามบริบทการเมืองในยุคปัจจุบัน จะประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ3คนก็เป็นสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ

ส่วนอีกพรรคหนึ่งคือพรรคน้องใหม่ เป็นพรรคม้ามืด คือพรรคเศรษฐกิจ ที่มีคะแนนนิยม 4.25% ในขณะที่คะแนนนิยมหัวหน้าพรรค คือพลเอกรังษี กิตติญานทรัพย์ มีคะแนนนิยม 5.60% ก็ถือว่าใกล้เคียงกัน เป็นกระแสนิยมของหัวหน้าพรรค ที่มาจากกระแสทางสื่อโซเชียล ที่หัวหน้าพรรคมีบทบาทสำคัญในการออกทีวี วิเคราะห์ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเป็นที่ถูกใจของคนรักชาติหรือคนชาตินิยม จึงทำให้คะแนนของพลเอกรังสี และพรรคเศรษฐกิจ จึงเป็นที่นิยมอย่างพลิกความคาดหมาย

การที่พรรคการเมืองจะปรับกลยุทธ์เข้าสู่สนามเลือกตั้ง จะประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบ3คนหรือไม่ ก็เป็นกลยุทธ์และยุทธศาสตร์ของพรรคการเมืองแต่ละพรรค แต่ถ้าหากว่าคะแนนนิยมของตัวบุคคลกับคะแนนนิยมของพรรคไม่สอดคล้องกัน ก็เป็นเรื่องจำเป็นต้องปรับบทบาททั้งของตัวบุคคลและของพรรคให้สอดคล้องกัน เพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"กกต."จำเลยใหญ่สังคม เสี่ยงพา"การเมืองวิกฤต"

ผ่านไปเพียง 3 วันหลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ซึ่งควรจะเป็นวันแห่งชัยชนะของระบอบประชาธิปไตยและการเริ่มต้นใหม่ของประเทศไทย ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกกลับเต็มไปด้วย "เครื่องหมายคำถาม" ตัวโตๆ ที่พุ่งตรงไปยังศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

‘สุชาติ’ เขต 1 ชลบุรี โชว์สปิริตยินดีและเต็มใจให้นับคะแนนใหม่ภายใต้กฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส. เขต 1 จังหวัดชลบุรี พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรียน พี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่าน

อังคณา ซัดพรรคคนรุ่นใหม่ แตะต้องเตือนไม่ได้ วิจารณ์ก็มาถล่ม เป็น กมธ.กม. ไม่ทำการบ้าน แค่นั่งฟังคอยยกมือโหวต

อังคณา ซัดก่อนเลือกตั้งก็ไม่เคยถ่อมตน ใครวิพากษ์วิจารณ์ไรก็มาถล่มเขาหมด คิดแต่ว่าเป็นคนรุ่นใหม่ ความคิดเห็นต้องดีกว่า ไม่ฟัง แตะต้องไม่ได้

'ธนาธร' ปลุกขวัญด้อมส้ม อย่าหมดหวัง ลั่นประชาชนแพ้กี่ครั้งก็ได้ ขอแค่ชนะครั้งเดียว

ธนาธร ปลุกกำลังใจผู้สนับสนุน สมาชิกพรรค ปชน.เดินร่วมกันต่อไป อย่าหมดหวัง หมดหวังเมื่อไหร่ แพ้ทันที