กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค เปิด 4 มาตรการเยียวยาน้ำท่วมภาคใต้ อย่าให้ประชาชนถูกซ้ำเติมความเดือดร้อน

“โฆษกกมธ.การคุ้มครองผู้บริโภค” จี้รัฐบาล-หน่วยงานกำกับดูแล-ผู้ให้บริการเอกชนให้ร่วมกันดำเนินมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเป็นรูปธรรม

3 ธันวาคม 2568 - เวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค แถลงกรณีสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในอำเภอหาดใหญ่ และสามจังหวัดชายแดนใต้ และพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ว่า ขณะนี้ประชาชนจำนวนกว่า 2 ล้านคน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก บ้านเรือนเสียหาย การดำรงชีวิตหยุดชะงัก และมีรายงานผู้เสียชีวิตไม่จำนวนต่ำกว่า 145 ราย เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ แต่เป็นภัยพิบัติระดับชาติ ที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนและทั่วถึง ซึ่งตนจะลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้เพื่อร่วมให้ความช่วยเหลือ และสะท้อนข้อเท็จจริงจากประชาชนผู้เดือดร้อน ซึ่งนอกจากต้องเผชิญน้ำท่วมแล้ว ยังถูกซ้ำเติมด้วยภาระต่าง ๆ ทั้งประกันภัย หนี้สิน ค่าใช้บริการขั้นพื้นฐาน น้ำ–ไฟ–อินเทอร์เน็ต ที่ยังค้างชำระ ทั้งที่ในหลายพื้นที่ประชาชนไม่สามารถใช้บริการ

นายภัณฑิล กล่าวว่า ในฐานะผู้ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค จึงขอเรียกร้องต่อรัฐบาล หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ให้บริการเอกชนให้ร่วมกันดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ 1. มาตรการด้านประกันภัย ประชาชนจ่ายเบี้ยประกันทุกปีเพื่อความมั่นใจว่าหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ระบบประกันภัยจะช่วยประคับประคอง แต่เมื่อเกิดอุทกภัยใหญ่ หลายรายกลับพบขั้นตอนการรับเงินชดเชยค่าเสียหายที่ยุ่งยาก ถูกปฏิเสธด้วยเงื่อนไขย่อยที่ไม่เคยรับรู้มาก่อน ซึ่งหากเป็นรัฐบาลจะสั่งการให้บริษัทประกันภัยทุกแห่งดำเนินการทันที คือ กำหนดมาตรฐานกลาง สำหรับการชดเชยภัยพิบัติน้ำท่วม พร้อม วงเงินขั้นต่ำ ที่ต้องจ่าย กำหนดระยะเวลาชัดเจน ในการพิจารณาเคลม หลังประชาชนยื่นเอกสารครบ ว่าต้องได้รับเงินภายในระยะเวลาเท่าใด พร้อมจัดตั้งศูนย์เคลมประกันกลาง ในพื้นที่ภัยพิบัติ เพื่อให้ประชาชนยื่นเรื่องและติดตามผลในจุดเดียว ลดภาระการติดต่อหลายบริษัท อีกทั้งให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณา ความเป็นธรรมของข้อยกเว้นคุ้มครองกรณีภัยพิบัติ เนื่องจากเป็นเหตุสุดวิสัยที่ประชาชนไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ประชาชนซื้อประกันด้วยเงินของตนเอง ไม่ใช่บริการฟรี จึงต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ถูกปฏิเสธสิทธิในยามเดือดร้อนที่สุด

นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า 2. มาตรการด้านการเงินและหนี้สิน ซึ่งภัยพิบัติทำให้รายได้ของประชาชนจำนวนมากหายไปในชั่วข้ามคืน แต่การทวงถามหนี้ยังดำเนินต่อเนื่อง ผู้กู้หลายรายเสี่ยงต่อการถูกบันทึกสถานะผิดนัดชำระโดยไม่เป็นธรรม รัฐบาลได้ประกาศมาตรการพักชำระหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจแล้ว แต่ตนเห็นว่าควรดำเนินการเพิ่มเติมโดยการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยอัตโนมัติ 12 เดือน โดย ยกเว้นดอกเบี้ยระหว่างช่วงพัก (ดอกเบี้ยร้อยละศูนย์) และขอความร่วมมือสถาบันการเงินเอกชนให้ดำเนินมาตรการเทียบเท่าภาครัฐ เพื่อไม่ให้ประชาชนรายย่อยถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยไม่บันทึกข้อมูลเครดิตบูโรเป็นหนี้เสีย สำหรับประชาชนในพื้นที่ภัยพิบัติ เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย อีกทั้งเปิดโครงการสินเชื่อฟื้นฟูผู้ประสบภัย วงเงินจำนวนไม่เกิน 100,000 บาท ดอกเบี้ย ร้อยละศูนย์ ในปีแรก สำหรับการซ่อมบ้าน ซ่อมที่อยู่อาศัย และฟื้นฟูอาชีพ

3. มาตรการลดภาระค่าใช้บริการขั้นพื้นฐาน น้ำ ไฟ อินเทอร์เน็ตโดยหลายพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล ไฟฟ้าดับ อินเทอร์เน็ตใช้ไม่ได้ แต่ประชาชนยังถูกเรียกเก็บค่าบริการเต็มจำนวน ซึ่งไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง จึงขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการอย่างเร่งด่วน ได้แก่ ยกเว้นค่าบริการน้ำ ไฟ 3 เดือน ในพื้นที่ประกาศภัยพิบัติรุนแรงลดค่าบริการ ร้อยละ 50 ต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี ระหว่างช่วงฟื้นฟูให้การไฟฟ้าและประปาใช้ฐานข้อมูลมิเตอร์ที่ตัด–ต่อบริการเป็นหลักฐานอัตโนมัติ ประชาชนไม่ต้องไปยื่นคำร้องเอง สำหรับบริการโทรคมนาคม ให้ผู้ประกอบการ ขยายสัญญาณ เพิ่มโครงข่าย และลดค่าบริการในพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากเป็นช่องทางสื่อสารสำคัญด้านความปลอดภัย นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ผู้ประกอบการเอกชนควรแสดงบทบาทและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง

นายภัณฑิล กล่าวว่า และ 4. การควบคุมราคาสินค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งในบางพื้นที่มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ตนจะเชิญกรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในการประชุมของคณะกรรมาธิการ พร้อมเร่งตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องถูกซ้ำเติมในยามเดือดร้อน

อย่างไรก็ตามขอเรียกร้องถึงรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลให้เร่งผลักดันมาตรการช่วยเหลืออย่างรอบด้าน ซึ่งประชาชนต้องการทราบว่าจะได้รับการช่วยเหลือเมื่อใด โดยตนพร้อมทำงานร่วมกับทุกฝ่ายในสภาเพื่อผลักดันให้มาตรการเหล่านี้เกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด เมื่อสภาผู้แทนราษฎรเปิดสมัยประชุม จะนำประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาเป็นวาระเร่งด่วน และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบอีกครั้ง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อ.บุญส่ง' แพร่บทความ Political accountability : แค่ 'ผายลมมารดาเจ้า' ของนักการเมือง

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง Political accountability: แค่“ผายลมมารดาเจ้า”ของนักการเมือง มีเนื้อหาดังนี้

'ประชาคมแพทย์' จัดหนัก 7 อันดับ ความล้มเหลวเรื่อง 'ความรับผิดชอบ' ของการเมืองไทย

ทีมการเมือง ประชาคมแพทย์ เผยแพร่การจัดอันดับ Worst Political Accountability เคสการเมืองไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ ระบุว่า

ฝนเริ่มซา เทศบาลหาดใหญ่ขึ้นธงเขียว สถานการณ์น้ำเข้าสู่ภาวะปกติ

ภายหลังเมื่อวานนี้ (18 ธ.ค. 68) มีฝนตกลงมาต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่งผลให้เทศบาลนครหาดใหญ่ต้องประกาศระดับการแจ้งเตือน “ยกธงเหลือง” ในหลายจุดเสี่ยงน้ำท่วม อาทิ ถนนสามสิบเมตร ถนนศุภสารรังสรรค์ ถนนธรรมนูญวิถี ถนนประชาธิปัตย์

หาดใหญ่ระทึก! ปภ. เตือนฝนถล่มซ้ำ ระวังน้ำท่วม ขยะยังค้างเต็มเมือง

บรรยากาศกลางเมืองหาดใหญ่เริ่มมีชีวิตชีวา แต่ยังคงมีความกังวลปกคลุม หลังหลายหน่วยงานเร่งเคลียร์ขยะน้ำท่วมค้างเมือง ขณะที่ ปภ. ออกประกาศด่วนเตือนฝนตกหนักระลอกใหม่ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม

'อภิสิทธิ์' นำทัพ ปชป. ลงพื้นที่หาดใหญ่ เสนอ 2 ข้อเร่งด่วน ฟื้นกำลังซื้อ-ความเชื่อมั่น

"อภิสิทธิ์" นำทัพ ปชป. ส่งกำลังใจหาดใหญ่ ขอทุกภาคส่วนร่วมมือฟื้นฟูเมือง เสนอ 2 ข้อเร่งด่วน ฟื้นกำลังซื้อ-ความเชื่อมั่น