
7 ธ.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิจารณ์การเมือง และอดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊ก “เทพไท – คุยการเมือง” เรื่อง ชี้เป้า ซักฟอก อนุทิน ผมเห็นข่าวที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้กล่าวปราศรัยหาเสียง ที่จังหวัดลำพูน ซึ่งได้ปราศรัยตอนหนึ่งว่า “พรรคเพื่อไทยไม่กลัวยุบสภา และพร้อมเลือกตั้งทันที เราอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างเต็มที่ และพร้อมให้ประชาชนตัดสินใจในคูหาเลือกตั้ง”
คำปราศรัยของนายจุลพันธ์ ประกาศว่า พรรคเพื่อไทยจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแน่นอน และไม่กลัวการยุบสภา แต่ที่สังคมสงสัยก็คือ พรรคเพื่อไทยประกาศมาโดยตลอดว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชุดนี้ ตามมาตรา 151 และมีแนวโน้มว่า จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที เมื่อเปิดสมัยประชุมสามัญคือวันที่ 12 ธันวาคม 2568 จนนายอนุทินได้ส่งสัญญาณไปยังพรรคร่วมรัฐบาลให้เตรียมพร้อม
แต่ล่าสุดก็เกิดอาการละล้าละลังของพรรคเพื่อไทย ว่าจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในวันไหนกันแน่ แต่คนในพรรคเพื่อไทยยังยืนกรานว่า จะอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่นอน ซึ่งสังคมต้องการความชัดเจนว่า จะยื่นเมื่อไหร่ เพราะประเด็นของการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีมากมายหลายประเด็น
สำหรับผมในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองเห็นว่า ประเด็นที่พรรคเพื่อไทยเคยนำเสนอการอภิปรายไม่ไว้วางใจประมาณ7ประเด็น ซึ่งมีหลายประเด็นที่เป็นประเด็นเก่า แต่สำหรับผมเห็นว่า มีอยู่4ประเด็นเท่านั้น ที่พรรคเพื่อไทยสามารถจะนำมาเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ และเป็นหมัดน็อกรัฐบาลอนุทินได้ นั่นก็คือ
1.เรื่องความล้มเหลวในการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่สังคมคาดหวังว่า รัฐบาลอนุทินสามารถจะแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกัมพูชา ได้มากกว่ารัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และสามารถจะแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ยุติได้อย่างเบ็ดเสร็จ แต่ในที่สุดก็ยังมีปัญหาความขัดแย้งดำรงอยู่ ถึงขั้นมีการฉีกปฏิญญาสันติภาพ ที่ได้ลงนามกันที่ประเทศมาเลเซีย
2.เรื่องความล้มเหลวในการแก้ปัญหาน้ำท่วม อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งสร้างความเสียหายมากมาย รวมไปถึงความล้มเหลวในการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้อีก8จังหวัด จนถึงการแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคกลาง ที่ประชาชนยังรับชะตากรรมแช่น้ำอยู่เป็นเวลา4-5เดือนแล้ว
3.เรื่องการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งรัฐบาลทำงานล่าช้า ไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่เรื่องแก๊งสแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่รัฐบาลชุดนี้เข้าทำงานใหม่ๆ ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เกาหลีใต้ ฮ่องกง สิงคโปร์ได้ยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์มานานแล้ว แต่ประเทศไทยเพิ่งประกาศอายัดทรัพย์หรือยึดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์เมื่อเร็วๆนี้ และยังมีภาพหลุด ภาพปล่อย ที่บุคคลสำคัญในรัฐบาลชุดนี้ เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ด้วย
4.เรื่องการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นการโยกย้ายที่ทำลายระบบคุณธรรม สามารถนำมาอภิปรายได้ เพราะเป็นการโยกย้ายที่เอื้อต่อการเลือกตั้ง และหวังผลประโยชน์ทางการเมือง ตั้งแต่ระดับรองปลัดกระทรวง อธิบดี จนถึงผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ รวมแล้ว หลายร้อยตำแหน่ง
พรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นต้องไปเตรียมประเด็นที่จะนำมาอภิปรายรัฐบาลอนุทิน มากนัก เพราะระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลชุดนี้มีเพียง2เดือนเท่านั้น ถ้าหากจะเปิดอภิปรายจริงๆ ใช้4ประเด็นที่นำเสนอ เชื่อว่าสามารถที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินได้แน่นอน ขอเพียงแต่พรรคเพื่อไทย กล้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเท่านั้นเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บู้ จเด็ศ' ขอพิษณุโลกไปต่อ เบอร์ 4 ชูทำงานต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มใหม่
“บู้ จเด็ศ” คนเดิมขอพิษณุโลกไปต่อ บอกไม่ต้องรอเริ่มใหม่ กาเบอร์ 4 เข้าสภาฯ ลั่นทำงาน ทำจริง ทำต่อจากสิ่งที่ทำค้างไว้ เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลาย
'โรม' จี้ ป.ป.ง. สอบบิ๊กเพื่อไทยซื้อเครื่องบินหรู ที่มาคลุมเครือ ยังไม่ชัดเป็นของใคร
นายรังสิมันต์ โรม รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลนักการเมืองไทยระดับรัฐมนตรี ซื้อเครื่องบินส่วนตัว Gulfstream G550 จากนายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือ “เบน สมิธ” นักธุรกิจชาวต่างชาติ
กระแสกำลังซา 'ณัฐวุฒิ' พลาดแล้ว! ขุด 'คลิปอังเคิล' โจมตีอนุทิน
‘เต้น’ ซัดเดือด ‘อนุทิน’ พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้พรรคอื่น ปลุกกระแสชาตินิยมล้นเกิน หาประโยชน์ทางการเมือง เอะอะก็อังเคิล อังเคิล เหน็บ ไม่รู้พรรคส้มใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่เคยเห็นหน้า ขณะที่ ‘ภูมิใจไทย’ ก็ขึ้นป้ายหาเสียง 4 คนเหมือนปลากระป๋องสามแม่ครัว
อนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส. เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นหาเสียงบ้านเกิด ตลาดโพนางดำขอคะแนนชนะขาดทั้งคนทั้งพรรค เข้าไปแก้ไขปัญหา เป็นปากเสียงคนในพื้นที่
นายอนุชา นาคาศัย ผู้สมัคร สส เขต 1 จ.ชัยนาท ลงพื้นที่ตลาดโพนางดำ อ. สรรพยา ซึ่งเป็นบ้านเกิดของนายอนุชาและเติบโตที่นี้
'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' ลั่นพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33
เวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทย “ยศชนัน” ประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ย้ำทำงานด้วยหัวใจ เปลี่ยนความฝันเป็นความจริง ขอประชาชนให้โอกาส 8 ก.พ. เลือกเพื่อไทยกลับมาบริหารประเทศ
สุริยะซื้อเครื่องบิน30ล. หมายเรียกผู้สมัคร‘พท.’
“สุริยะ” รับซื้อเครื่องบินจาก “เบน สมิธ” ในราคาแค่ 30 ล้านบาท ส่วนราคาที่เหลือญาติร่วมลงขัน “ศรีสุวรรณ-เรืองไกร” พาเหรดจี้ ป.ป.ช.-กกต.สอบด่วน เพื่อไทยฉาวซ้ำ ตร.ออกหมายเรียกผู้สมัคร สส.

