
แฟ้มภาพ
นักวิชการชี้ อีก 25 ปี ผู้สูงอายุเกิน 60 ปีทั่วโลก ทะลุ 2,100 ล้านคน ระบบบำนาญชราภาพสั่นคลอนหากไม่ขยายอายุเกษียณ สร้างไทยเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และกิจการดูแลผู้สูงวัย รวมทั้ง การพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับคนทุกช่วงวัย
7 ต.ค.2568 – รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากข้อมูลวิจัยของสหประชาชาติพบว่า ในอีก 25 ปีข้างหน้าในปี ค.ศ. 2050 ประชากรโลกที่มีอายุเกิน 60 ปีจะทะลุ 2,100 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 4 ของประชากรโลก ระบบบำนาญชราภาพของหลายประเทศทั่วโลกจะประสบปัญหาความยั่งยืนทางการเงิน มีความจำเป็นต้องมีการปฏิรูประบบบำนาญชราภาพเพื่อให้เกิดเสถียรภาพของระบบ
ขณะที่สถานการณ์สังคมสูงวัยในไทยนั้นหนักกว่าสถานการณ์ของโลกโดยรวม สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในไม่กี่ปีข้างหน้า ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างแรงงานและทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประชากรวัยทำงานที่ลดลง เกิดภาวะการขาดแคลนแรงงาน ต้องอาศัยแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีก พร้อมกับอัตราส่วนพึ่งพิงผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 10.7 ในปี 2537 เป็นร้อยละ 31.1 ในปี 2567 ซึ่งหมายความว่าประชากรในวัยทำงานทุก ๆ 100 คน จะต้องแบกรับภาระในการดูแลผู้สูงอายุถึง 31 คน
รศ. ดร. อนุสรณ์ ระบุว่า อย่างไรก็ตาม โครงสร้างประชากรสูงวัยของโลกทำให้เกิดโอกาสทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยเช่นเดียวกัน ประเทศไทยมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และกิจการดูแลผู้สูงวัยได้ และจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต แต่การพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์และกิจการดูแลผู้สูงวัยดังกล่าวต้องอยู่บนพื้นฐานที่สังคมไทยต้องจัดระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงวัยในประเทศให้มีความเพียงพอและมีคุณภาพไปด้วยในขณะเดียวกัน
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวว่า จากแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์มหภาควิจัยข้อมูลระหว่างประเทศ (Cross Country) หลายงานวิจัยได้ข้อสรุปว่า สถานะสุขภาพของประชากรเป็นตัวแปรที่สำคัญในการอธิบายความแตกต่างของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผลของการประมาณการที่สำคัญระบุว่า อายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดที่เพิ่มร้อยละ 10 ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3-0.4 ต่อปี ประเทศที่มีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดสูงสุด (77 ปี) มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าประเทศที่มีอายุขัยเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดต่ำสุด (49 ปี) ถึงร้อยละ 1.6 ต่อปี ความแตกต่างนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามระยะเวลาที่ผ่านไป การลงทุนในสุขภาพและบริการทางแพทย์ให้กับประชาชนจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ แม้นประชากรสูงวัยแต่มีสุขภาพดีและอายุยืนยาว ก็จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Longevity Economy อันจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ธุรกิจ กิจการและการจ้างงานใหม่ๆเพื่อตอบสนองต่อลักษณะของเศรษฐกิจดังกล่าว
“การปฏิรูปโครงสร้างทางสถาบันเศรษฐกิจและระบบสวัสดิการให้เหมาะสมกับโครงสร้างประชากรสังคมสูงวัยของไทยมีความสำคัญมากกว่ามาตรการหรือนโยบายประชานิยมที่อาจช่วยเพียงบรรเทาปัญหาเท่านั้น การปฏิรูประบบการออมโดยเฉพาะการออมแบบบังคับเพื่อรองรับความชราภาพของสังคมไทยจำเป็นต้องให้สอดคล้องกับความพร้อมทางการเงินการคลัง ระบบสวัสดิการชราภาพของประเทศอีกด้วย การบูรณาการระบบสวัสดิการสังคม สวัสดิการชราภาพที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น จะทำให้เกิดการแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว มากกว่า เช่น การขยายฐานสมาชิกมาตรา 40 ของกองทุนประกันสังคม โดยจ่ายเงิน 100-300 บาทต่อเดือนก็จะได้รับความคุ้มครองกรณีชราภาพด้วย ส่วน การมีนโยบายขยายเวลาเกษียณอายุทำงานภาคเอกชนเป็นเรื่องที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้สำหรับสังคมไทยที่เข้าสู่สังคมชราภาพอย่างรวดเร็ว”รศ. ดร. อนุสรณ์ ระบุ
รศ. ดร. อนุสรณ์ ระบุว่า การพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับคนทุกช่วงวัยพร้อมสร้างระบบการออมหลังเกษียณจะเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาความยากจนในวัยเกษียณได้อย่างยั่งยืน มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากกว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์เป็นครั้งคราว การพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับคนทุกช่วงวัยนั้นต้องอยู่บนรูปแบบสวัสดิการที่มาจาก 4 ฐาน คือ สวัสดิการจากฐานทรัพยากรธรรมชาติ ต้องให้ประชาชนเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างเสมอภาคกัน สวัสดิการจากฐานชีวิตวัฒนธรรมในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในชุมชน สวัสดิการจากฐานประกัน เช่น ระบบประกันสังคม การสร้างระบบการออมและการประกันการมีรายได้เมื่อเกษียณอายุการทำงานหรือชราภาพ สวัสดิการจากฐานสิทธิ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้มีการพัฒนาระบบค่าจ้างขั้นต่ำและเงินเดือนขั้นต่ำที่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ควรส่งเสริมศักยภาพแรงงานในการมีส่วนร่วมพัฒนาระบบสวัสดิการ การยกระดับและขยายขอบเขตของสวัสดิการสำหรับแรงงานทุกกลุ่ม ส่งเสริมให้แรงงานลูกจ้างสามารถรวมกลุ่มเป็นสหภาพแรงงาน เป็นต้น
รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า การพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับคนทุกช่วงวัยพร้อมกับการเพิ่มการออมสำหรับเกษียณอายุจะช่วยเพิ่มความมั่นคงในคุณภาพชีวิตของประชาชนและสังคมโดยรวม การมีเงินออมสำหรับวัยชราภาพจะช่วยลดภาระทางการคลังของรัฐ ภาระทางการเงินที่ลดลงของภาครัฐและประชาชนจะทำให้มีเงินมากขึ้นในการลงทุนทางด้านการศึกษาและสุขภาพ การลงทุนดังกล่าวจะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นได้ในระยะยาว สัดส่วนการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนทางด้านศึกษาและสุขภาพเทียบกับจีดีพีมากเท่าไหร่ เราก็จะได้คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ที่ดีขึ้นอันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
D.W. Dunlop ได้ทำการศึกษาวิจัยและพบว่า ระดับสุขภาพเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนในโภชนาการ การลงทุนในการศึกษาและการลดมลพิษ ทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของประเทศลดลง กรณีประเทศมีผลิตภาพของแรงงานต่ำเนื่องจากระดับสุขภาพต่ำ ส่งผลให้มีรายได้น้อยและค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพน้อยตามไปด้วย
C.E. Phelps ได้ทำการศึกษาวิจัยและพบว่า รายได้ต่อหัวของประชากรที่เพิ่มขึ้นทำให้ประชาชนมีอำนาจในการซื้อบริการสุขภาพมากขึ้นย่อมส่งผลให้ระดับสุขภาพดีขึ้นด้วย ประชาชนใช้รายได้ต่อหัวที่เพิ่มขึ้นเพื่อการศึกษาที่สูงขึ้น ระดับการศึกษาที่สูงขึ้นนำมาสู่รายได้ที่เพิ่มขึ้นอีกในอนาคต ประชาชนที่มีระดับรายได้สูงขึ้นเสริมสร้างสุขภาพของตนเองให้ดีขึ้นได้ด้วยการบริหารจัดการกับชีวิตตัวเองให้เหมาะสม สุขภาพที่ดีขึ้น การศึกษาที่ดีขึ้น ก็นำมาสู่รายได้ที่มากขึ้นอีกในอนาคต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พรรคชนะเลือกตั้งกลายเป็นเผด็จการ! อนุสรณ์ส่วนต่อขยายของธนาธร
เป็นภาพที่น่าสนใจ เมื่อนักวิชาการระดับด็อกเตอร์ถอดเสื้อคลุมในห้องเรียน แล้วสวมเสื้อสีส้มลงสนามการเมืองเต็มตัว จนได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด
ลากไส้ 'พรรคส้ม' แฉแผนกินรวบ 'ประกันสังคม' ดัน 'ธนาธร' เป็นอนุกก.ลงทุนนอกตลาด
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า แผนกินรวบประกันสังคม
นักวิชาการชื่อดัง เปิดใจสวมเสื้อส้ม ลงสนามการเมือง
ที่อาคารอนาคตใหม่ รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ นักวิชาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลง
นักวิชาการวางปากกา-อดีตแกนนำม็อบเด็ก เปิดตัวลงสมัคร สส. พรรคประชาชน
พรรคประชาชนเปิดตัวผู้สมัครใหม่ “อนุสรณ์ ธรรมใจ” ถอดบทบาทนักวิชาการ ลงชิง สส.ตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา ขณะ “อั๋ว จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์” อดีตแกนนำเคลื่อนไหวคนรุ่นใหม่ ประกาศลงสนามอำนาจเจริญ เขต 1 หวังพัฒนาพื้นที่บ้านเกิด
นักวิชาการแนะโมเดลแก้เกมสงครามภาษี
เสนอไทยโมเดลแก้เกมสงครามภาษี เปิดตลาดสินค้าแข่งขันได้เพิ่มแลกลดภาษีเปิดตลาดสินค้าเกษตรให้สหรัฐฯแบบมีกลยุทธ์ ลดผลกระทบเกษตรกรรายย่อยปลูกข้าวโพดและเลี้ยงปศุสัตว์ผลกระทบภาษี 36% สูงกว่าหลายประเทศในเอเชีย หวั่นกระทบการลงทุนและการย้ายฐานเพิ่มการแข่งขัน เพิ่มผลประโยชน์ผู้บริโภค มุ่งเป้าบรรเทาผลกระทบเอสเอ็มอีและแรงงาน
อนุสรณ์ ชี้ถึงเวลาไทยโกยหาประโยชน์ช่วงสหรัฐเปิดศึกการค้ากับจีน
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปริมาณและมูลค่าการค้าโลกปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวติดลบจากสงครามกำแพงภาษีนำเข้า

