จับตา! ถกอาเซียนนัดพิเศษ มีอะไรในกอไผ่

22 ธ.ค. 2568 – นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “มีอะไรในกอไผ่” โดยระบุว่า

22 ธันวาคม จะประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน มีอะไรในกอไผ่ หรือเป็นเวทีสุดท้ายของนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก่อนลงจากเก้าอี้ประธานอาเซียนในปีนี้

นายอันวาร์คงเปิดประชุมด้วยการอารัมภบท ขอให้ไทยและกัมพูชา สมาชิกอาเซียนสามัคคีกัน ให้หยุดยิง เลิกรบกันเพื่อความปรองดองและความเป็นหนึ่งเดียวของอาเซียน

สมาชิกอาเซียนประเทศอื่นคงมาในกรอบเดียวกัน ไม่น่ามีอะไรพิเศษแตกต่างจากอันวาร์ และเชื่อว่าไม่มีอาเซียนใดโจมตีไทยและกัมพูชา นอกจากบางประเทศที่ประสบปัญหาสแกมเมอร์ อาจสนับสนุนไทยในการจัดการกับศูนย์สแกมเมอร์

ท่าทีของไทยต้องชัดเจน การสู้รบครั้งนี้ ไทยไม่ได้เริ่มก่อนทั้งสองครั้ง. แต่กัมพูชาเป็นฝ่ายลั่นไกก่อน ทำให้คนไทยเสียชีวิตทันที ทรัพย์สินของคนไทยและโรงพยาบาลเสียหาย จนต้องอพยพคนไทยหลายแสนคนเพื่อหนีภัยการสู้รบ

การสู้รบครั้งนี้ ไทยใช้สิทธิป้องกันตัวตามกฎบัตรสหประชาชาติข้อ 51 และการปฏิบัติการของฝ่ายไทยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในดินแดนกัมพูชา ปฏิบัติตามขอบชายแดนของไทยตามแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ส่วนการทิ้งระเบิด ดำเนินไปเพื่อยับยั้งการรุกคืบหน้าของทหารเขมรรักษาป้องกันชีวิตของทหารไทย ส่วนการโจมตีบ่อนคาสิโน เพราะตรวจพบว่าเป็นที่ซ่องสุมกำลัง อาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นที่ตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าและเป็นศูนย์ฝูงบินโดรนที่เข้ามาปฏิบัติการในเขตไทย

การจะหยุดยิงเมื่อใด ฝ่ายกัมพูชาต้องแสดงเจตนารมณ์ก่อน ด้วยการหยุดยิงฝ่ายเดียวก่อน เพื่อเป็นการแสดงความพร้อมหยุดยิง และแจ้งฝ่ายไทยด้วยตนเองไม่ต้องผ่านประเทศที่สาม เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมีช่องทางในการติดต่อกัน เพื่อขอเจรจาสงบศึกหรีอสันติภาพ เพราะจนถึงวันนี้ กัมพูชายังคงโจมตีชุมชนไทยด้วยอาวุธหนัก ไม่แสดงความพร้อมที่จะหยุดยิง และเป็นฝ่ายกัมพูชาที่ละเมิดความตกลงหยุดยิงและปฏิญญาสันติภาพกัวลาลัมเปอร์

แน่นอน กัมพูชาต้องกล่าวโทษไทย และให้อาเซียนกดดันไทย ให้ยอมหยุดยิงและเจรจาสันติภาพ สร้างข้อได้เปรียบของฝ่ายกัมพูชา เสนอเงื่อนไขที่ไทยไม่อาจรับได้

ไทยและกัมพูชาเหลือหัวข้ออะไรที่จะเจรจา เพราะความตกลงที่ผ่านมา กัมพูชาละเมิดหมดทุกข้อ ไทยไม่ได้ยึดดินแดนกัมพูชาไวัเพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กัมพูชายอมรับเงื่อนการเจรจา

ประการสำคัญ ไทยต้องแจ้งข้อจำกัดให้อาเซียนทราบว่า รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลรักษาการรอการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ ไม่อยู่ในฐานะทำความตกลงใดๆ ที่จะผูกพันรัฐบาลใหม่ รวมทั้งเป็นภาระต่อรัฐบาลใหม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘อดีตบิ๊กข่าวกรอง’ จับตาท่าทีสหรัฐฯ ลุยต่อหรือพอแค่นี้

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ข้องใจปั๊มไม่มีน้ำมัน บี้รบ.อย่าเกรงใจนายทุน ประกาศภาวะฉุกเฉิน คุมเอง

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า

ชายแดน เผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งเสี่ยงปะทะเขมร น้ำมันแพง ลูกหลานงดกลับบ้านสงกรานต์

ชาวบ้านชายแดนเผชิญวิกฤตซ้ำซ้อน ทั้งผวาเขมรจ่อตลบหลังเสี่ยงปะทะรอบสาม ยังได้รับผลกระทบจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง จนลูกหลานที่ทำงานต่างจังหวัด โทรมาบอกสงกรานต์งดกลับบ้าน กลัวไม่มีน้ำมันเติมและภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

อดีตบิ๊กข่าวกรอง เตือนรัฐบาลอย่าให้ศรัทธาหมดสิ้น เพราะแก้ต่างให้นายทุนโรงกลั่นน้ำมัน

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความว่า อย่าหลงประเด็น เวลานี้ประเทศเข้าสู่ภาวะวิกฤต ประชาชนต้องเข้าคิวเติมน้ำมัน

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' หนุนนายกฯไม่ต้องเกรงใจมหามิตร ใช้เงินหยวนซื้อขายน้ำมัน-น้ำมันรัสเซียมาทดแทน

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์ข้อความว่า

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' เตือนรัฐบาลใหม่จะสอบตกตั้งแต่วันแรกเข้ารับหน้าที่​

นายนันทิวัฒน์ สามารถ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ โพสต์