นักวิชาการอยากเห็น สหรัฐ-จีน แทรกแซงกัมพูชา ยุติปัญหาพิพาทชายแดนกับไทย

4 ม.ค. 2568 – ผศ.ดร.ชิดตะวัน  ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ได้เวลา…สหรัฐ & จีน แทรกแซงปัญหาเขตแดนไทย-กัมพูชา?!!

จากกรณีโฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ว่า กัมพูชาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของพรมแดนระหว่างประเทศที่เกิดจากการใช้กำลัง และในวันที่ 3 มกราคม 2569 กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ว่า ไทยละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง นั้นข้อเท็จจริงปรากฎว่า ระหว่างวันที่ 7-27 ธันวาคม 2568 กองทัพไทยได้พิทักษ์รักษาเขตแดนที่ไทยมีสิทธิอธิปไตยตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 52 ประกอบมาตรา 3 วรรค 2 สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของประเทศต่างๆ ที่ต้องปกป้องอธิปไตย พิทักษ์รักษาดินแดนและความมั่นคงของประเทศ

การสู้รบระหว่างกองทัพไทยและกองกำลังกัมพูชาในเขตพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 มีต้นตอมาจากเหตุการณ์ในช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อคนเขมรซึ่งลี้ภัยจากสงครามการสู้รบเพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่าง “เขมรเฮงซัมริน/ฮุนเซน สนับสนุนโดยเวียดนาม/สหภาพโซเวียต เขมรแดงสนับสนุนโดยสาธารณรัฐประชาชนจีน และเขมรซอนซาน/สีหนุ สนับสนุนโดยประเทศสหรัฐอเมริกา” เข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว และที่อื่น ซึ่งประเทศไทยจัดที่พักพิงที่ปลอดภัยให้ชาวเขมรตามหลักมนุษยธรรม

ต่อมา ระหว่างปี 1992-1993 ผู้ลี้ภัยชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในศูนย์อพยพในประเทศไทยประมาณ 300,000 คนถูกผลักดันให้กลับประเทศกัมพูชา ภายใต้การอำนวยการขององค์การสหประชาชาติ ถึงกระนั้นก็ยังมีคนเขมรที่ลี้ภัยจำนวนหนึ่งที่ยังมิได้กลับไป แต่ได้ตั้งรกราก สืบต่อเผ่าพันธุ์ในพื้นที่ดังกล่าว โดยรัฐบาลประเทศกัมพูชาเพิกเฉยไม่นำชาวเขมรเหล่านี้กลับประเทศของตน

ปัจจุบันเมื่อคนไทยไม่ประสงค์ให้ลูกหลานคนเขมรที่เคยลี้ภัยในอดีตอยู่ในประเทศไทยอีกต่อไป รัฐบาลประเทศกัมพูชาก็มีหน้าที่ต้องรับคนเขมรเหล่านี้กลับประเทศ และสั่งให้ทหารยุติการปฏิบัติการใดๆ กับประเทศไทย พร้อมอธิบายให้คนเขมรรุ่นใหม่เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ที่ราชอาณาจักรไทยเคยให้ความเมตตา เกื้อกูล และช่วยเหลือ โดยย้ำว่า “คนเขมรอยู่บนผืนแผ่นดินไทยโดยไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนใดๆ มานานเกือบ 50 ปี แล้ว”

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ระบุว่า อยากเห็นสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย ดังนั้น รัฐบาลของประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึงรัฐบาลของประเทศรัสเซีย (สหภาพโซเวียตในขณะนั้น) ซึ่งเป็นสามประเทศมหาอำนาจที่อยู่เบื้องหลังการสู้รบแย่งชิงอำนาจในประเทศกัมพูชา จนทำให้คนเขมรต้องลี้ภัยเข้ามาอยู่ในศูนย์อพยพที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว และที่อื่น ๆ ของประเทศไทย ควรเร่งแก้ปัญหาที่ประเทศของตนได้เคยก่อไว้ ด้วยการแทรกแซงให้รัฐบาลของประเทศกัมพูชากระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ยุติการบุกรุกครอบครองพื้นที่ของประเทศไทย

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศควรทำหนังสือถึงสหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน และรัสเซีย ในฐานะ 3 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (Permanent 5 : P5) ที่ทรงอิทธิพล และเป็นมหามิตรของประเทศไทย ซึ่งทราบประวัติศาสตร์เมื่อครั้งชาวเขมรซมซานหนีตายเข้ามาลี้ภัยในประเทศไทยเป็นอย่างดี ให้ทำหน้าที่แจ้งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพื่อมีมติให้รัฐบาลกัมพูชาหยุดกระทำการใดๆ ในการที่จะให้คนเขมรที่ประเทศไทยได้ผลักดันออกไปแล้ว กลับเข้ามาในพื้นที่ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยอีก

เพียงเท่านี้ สันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา ก็จะเกิดขึ้นตามความประสงค์ของประเทศสหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐประชาชนจีน…อย่างแน่นอน!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จีนมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ มูลค่า 10 ล้านหยวน ช่วยผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 13.45 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานฝ่ายไทยในพิธีรับมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ไม่ต้องตื่น! ศูนย์ข่าวสารไทย-กัมพูชาแจงยิบเหตุสหรัฐส่งเรือรบเยือนฐานทัพเรียม

ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ไขข้อสงสัย สหรัฐส่งเรือรบเยือน 'ฐานทัพเรือเรียม' ชี้สัญญาณถ่วงดุลอำนาจ ไม่ใช่ตั้งฐาน–ไม่เปลี่ยนขั้วพันธมิตร