'อ.บุญส่ง' แพร่บทความ Political accountability : แค่ 'ผายลมมารดาเจ้า' ของนักการเมือง

4ม.ค.2569- รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง Political accountability: แค่“ผายลมมารดาเจ้า”ของนักการเมือง มีเนื้อหาดังนี้

Political accountability หรือ “ความรับผิดรับชอบทางการเมือง” เป็นแนวคิดพื้นฐานที่สุดแนวคิดหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย ในทางทฤษฎีอาจดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติกลับซับซ้อนและเปราะบาง และในความเป็นจริงกลับถูกทำให้เลือนรางที่สุดในทางการเมือง โดยเฉพาะในสังคมที่ผู้มีอำนาจเคยชินกับการไม่ต้องตอบคำถาม หรือพูดปดได้อย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่หลักการพื้นฐานของมันตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ชัดเจน ว่าผู้ใช้อำนาจทางการเมืองไม่ใช่“เจ้าของ”อำนาจ หากเป็นเพียงผู้รับมอบอำนาจจากประชาชน ซึ่งมาพร้อมหน้าที่ต้องอธิบาย ถูกตรวจสอบได้ และต้องรับผลจากการตัดสินใจของตนเอง ไม่ใช่เพียงในเชิงกฎหมาย แต่ในเชิงการเมืองและศีลธรรมสาธารณะด้วย

ในทางทฤษฎี อำนาจที่ไม่ต้องรับผิด ไม่ใช่อำนาจที่เข้มแข็ง หากเป็นอำนาจที่เสื่อมโทรม เพราะมันตัดขาดจาก Political accountability ซึ่งไม่ได้หมายถึงแค่การเอาผิดหรือการลงโทษ แต่หมายถึงการยอมรับว่า ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของรัฐคือ “ความล้มเหลวของผู้ใช้อำนาจ” และความล้มเหลวนั้นผู้รับผิดชอบจะต้องได้รับผลสะเทือนต่อสถานะของตนเองโดยตรงด้วย ซึ่งหากไม่มีผลใด ๆ ตามมา การตรวจสอบก็กลายเป็นเพียงการเล่น“ปาหี่” และคำอธิบายก็เป็นแค่การ “แถ”จนสีข้างถลอก หรือการเอาตัวรอดเชิงวาทกรรมเท่านั้น

อำนาจรัฐไม่เคยถูกมองว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องไม่ได้ ตรงกันข้าม ยิ่งอำนาจสูงเท่าใด ยิ่งควรต้องถูกตั้งคำถามมากเท่านั้น Political accountability จึงตั้งอยู่บนสมมติฐานสำคัญว่าอำนาจทุกประเภท ต้อง “ตอบคำถามได้” ไม่ใช่เพียงตอบด้วยถ้อยคำสวยหรู แต่ต้องตอบด้วยกระบวนการตรวจสอบที่เป็นรูปธรรม และด้วยความรับผิดชอบ

เมื่อมองกลับมาที่การเมืองไทย ความล้มเหลวของ political accountability ไม่ได้ปรากฏในรูปของเหตุการณ์เดียว หากเป็นรูปแบบซ้ำซาก ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ฝังรากลึก ดูตัวอย่างบางเรื่องที่ทาง “ทีมการเมือง ประชาคมแพทย์” (ไทยโพสต์ 2 มกราคม 2569) ยกมาว่าเป็นอันดับ Worst Political accountability ตั้งแต่ทักษิณ ชินวัตร กับ 85 ศพกรณีตากใบ ที่เมื่อผ่านไปถึง 18 ปีจึงได้อ้อมแอ้มขอโทษอย่างไม่เป็นทางการใน Social Clubhouse แพทองธาร ชินวัตร กับคลิปเสียง uncle ที่กระทบ “ศักดิ์ศรี ความรอบคอบและความเหมาะสม” ของผู้นำประเทศ กรณีนี้“ขอโทษ”เร็วในเบื้องต้นแต่เมื่อตั้งสติได้ก็เริ่มออกมา“แถ”ปัดความรับผิดชอบ อนุทิน ชาญวีรกุล ที่ล้มเหลวด้านการเตือนภัยและการบริหารจัดการน้ำท่วมหาดใหญ่และภาคใต้ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ผู้ประกาศว่าจะเลิกเล่นการเมืองแต่ก็กลับคำรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคและรัฐมนตรี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ประกาศ “มีส้มไม่มีเทา” แต่เลือกผู้สมัครพัวพันการฟอกเงินยาเสพติดอัน“เป็นคดีร้ายแรง” แม้“พรรคถอนชื่อผู้สมัครทันทีและขอโทษประชาชน” แต่“ไม่มีผู้บริหารฝ่ายคัดเลือก(แม้แต่คนเดียว)ลาออก” Accountability ของพรรคคนรุ่นใหม่หยุดแค่การ “ตัดตอน” ตัวบุคคล ไม่แตะ “ระบบ”

การยอมรับผิดในบางกรณี จึงไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนักการเมืองตระหนัก แต่เป็นเพียงท่าทีส่วนบุคคลที่พยายาม“ปัด”ความรับผิดชอบ โดยไม่ต้องการเห็นผลอื่นใดตามมา เป็นการ “ปิด”ประเด็น มากกว่าการเปิดพื้นที่ให้ accountability ได้ทำงาน

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่า ปัญหาของการเมืองไทยไม่ใช่การขาด “คำขอโทษ” แต่คือการขาดผลที่ตามมาจากคำขอโทษ ไม่ใช่การขาดการตรวจสอบ แต่คือการตรวจสอบที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงชะตากรรมทางการเมืองของผู้มีอำนาจ

Political accountability จึงไม่ใช่ของตกแต่งระบอบ หากเป็นกลไกที่ทำให้อำนาจ “จำได้ว่ามันมาจากไหน” เมื่ออำนาจลืมที่มา มันก็ไม่จำเป็นต้องอธิบาย และเมื่อไม่ต้องอธิบาย ก็ย่อมไม่ต้องรับผิดชอบ ในที่สุด ประชาธิปไตยอาจจะยังคงอยู่ในรูปแบบ แต่เนื้อหากลับว่างเปล่าอย่างเงียบงัน

ความล้มเหลวของ accountability มักไม่เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่เพียงครั้งเดียว หากค่อย ๆ สะสมจากความเคยชิน ความผิดพลาดที่ไม่เคยมีใครรู้สึกละอายจนต้องลาออก การใช้อำนาจที่ไม่เคยต้องอธิบาย การตรวจสอบที่ล่าช้าจนไร้ความหมาย เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกนักการเมืองทำกันจนเป็นเรื่องปกติ การเมืองจะค่อย ๆ แยกตัวออกจากความรู้สึกของประชาชน และอำนาจจะเริ่มดำรงอยู่เพื่อรับใช้ตัวมันเอง มากกว่าจะรับใช้สังคม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกแป้น โวยถูกกลั่นแกล้ง ผู้ว่าฯสงขลา ตั้งกก.สอบส่งเอกสารเยียวยาน้ำท่วมช้า

ผวจ.สงขลา สั่งตั้งกรรมสอบ นายกแป้น ข้อหาส่งเอกสาร 49,500 ล่าช้า ไม่มีเอกสาร สภ.1 สภ.2 เจ้าตัวโวยถูกการเมืองกลั่นแกล้ง

'นักวิชาการ' ชี้วิกฤตความชอบธรรมของการเลือกตั้งไทย แนะใช้โอกาสนี้ปฏิรูป กกต.

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง กกต.กับวิกฤติความชอบธรรมของการเลือกตั้งไทย มีเนื้อหาดังนี้

'ภราดร' ขอทุกฝ่ายช่วยถาม กกต. เหตุใดยังไม่เห็นชอบงบเยียวยาน้ำท่วมอีก 2.2 พันล้าน ทั้งที่ครม.อนุมัติแล้ว

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาเพิ่มเติมแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ว่ารัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ แต่ด้วยที่ผ่านมาเป็นช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง จึงมีความจำเป็นต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาก่อน

'จูรี' ยันต้องการ 'ไล่ลม' จุดติดขัดจ่ายงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วม ไม่มุ่งหวังความนิยมทางการเมือง

กรณีนายจูรี นุ่มแก้ว ว่าที่ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงนายกฯ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดงบเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

'ภราดร' แจงปม 'จูรี' ทวงงบซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ติดขั้นตอนใด แขวะอย่าทำเพื่อคะแนนนิยมทางการเมือง

รมต.แบด ชี้แจงงบเยียวยาซ่อมบ้านน้ำท่วมหาดใหญ่ ครม.อนุมัติงบแล้ว แต่ติดขั้นตอนที่กกต. ชี้การทวงถามเป็นสิทธิ สส. แต่ต้องไม่ใช่คำกล่าวหา ต้องให้ข้อมูลครบถ้วน เป้าหมายคือประชาชน ไม่ใช่คะแนนนิยม