ชูวิทย์ โพสต์แล้วทำไมถึงต่อต้านพรรคส้ม เหตุผลเพราะคนๆเดียว

11 ม.ค. 256- –  นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก  คำชี้แจงจากหัวใจ

“ทำไมชูวิทย์ต่อต้านพรรคส้ม”

.

ผู้คนสงสัยว่า เพราะเหตุใดจากที่ผมเคยสนับสนุนพรรคส้ม กลับมาต่อต้านพรรคส้มอย่างแข็งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้

.

ทำไมชูวิทย์ถึงเปลี่ยนไป?

.

ผมขอชี้แจงจากใจ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเอาเอง

.

แต่ผมมีหลักฐานยืนยันคำพูดทุกประการ

.

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ พรรคการเมืองใหม่

.

ความเบื่อการเมืองเก่าๆ ที่มีระบบมุ้งรวมตัวกันแล้วต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีโดยใช้ระบบโควต้า

.

มีการซื้อตัว มีรัฐมนตรีซ้ำๆ ใช้กรอบความคิดเดิมๆ ทำงาน และมีการคอรัปชั่นทั้งใต้ดิน บนดิน หรือตามน้ำ เพื่อนำไปเป็น “ทุนการเมือง“ ในครั้งถัดไป

.

ใช่ครับ “ผมเบื่อ” เพราะผมเคยเป็นนักการเมืองตั้งแต่ 20 กว่าปีก่อน

.

เคยเป็น “รองหัวหน้าพรรคชาติไทย” จนทะเลาะกับท่านบรรหารก็เรื่อง “การเมืองเก่า” นี่แหละ

.

จนท่านบรรหารนำไปฟ้องศาล แต่ศาลยกฟ้องทั้งชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์

.

แล้วทำไมผมจึงต่อต้านพรรคส้ม?

.

ผมต่อต้านพรรคส้มโดยมีธนาธรเป็นตัวบงการหลัก จึงต้องเน้นไปที่ธนาธร ไม่เกี่ยวกับคนอื่นๆ ของพรรคส้ม

.

ธนาธรไปตกลงดีลลับกับอนุทิน ในการสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย

.

อนุทินได้เป็นนายกฯ แลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 4 เดือน แล้วยุบสภา

.

ผมไม่ได้มองว่าอนุทินไม่เหมาะสม แต่มันเป็นเรื่องของหลักการ

.

เพราะผมรู้ทันว่าเป็นการ “พายเรือให้หนูนั่งนายกฯ“ (โพสต์ไว้เมื่อ 30 ส.ค. 68) โดยสาระสำคัญ คือ

.

หากให้อนุทินเป็นนายกฯ และพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล จะไม่ได้มาแก้รัฐธรรมนูญให้ แต่จะมาเตรียมการในการเลือกตั้งครั้งต่อไปแทน

.

รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดง

.

โดยในระหว่างนั้นพรรคส้มยังไม่ได้เลือกตกลงสนับสนุนกับพรรคใด

.

แต่จากประสบการณ์ผมแน่ใจว่า ข้อตกลงใดที่พรรคส้มเสนอให้ทั้งภูมิใจไทย และเพื่อไทย ทั้งสองพรรคจะรับได้หมด

.

แลกกับการได้เป็นรัฐบาลในทำนองนักการเมืองเก่า คือ ”รับๆ ไว้ก่อน แล้วไปหาทางแก้กันทีหลัง”

.

เพราะการได้เป็นรัฐบาลคือการคุมอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

.

ในส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้น ผมยังบอกพรรคส้มว่า “จะดูไม่ออกเชียวหรือว่าพรรคน้ำเงินจะไม่มีวันแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจ สว.”

.

ใครจะแก้เพื่อลดอำนาจตัวเอง?

.

ผมยังลงลึกในโพสต์นี้ว่า “หากพรรคส้มตัดสินใจพลาดคะแนนพรรคจะตกต่ำกว่าเดิม จะพังเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยพังมาแล้วในอดีต“

.

โดยผมเสนอในขณะนั้นว่า ”ทางออกคือยุบสภา ล้างไพ่ใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน“

.

ในโพสต์ยังทิ้งท้ายว่า ”อย่ามั่นใจเกินไป ว่าการพายเรือให้บรรดานักการเมืองเขี้ยวลากดินทั้งหลายนั่ง จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่แว้งมากัดคนพายเมื่อถึงฝั่ง มันไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง”

.

วันที่ 1 ก.ย. 68 ผมโพสต์ “พรรคประชาชนเสียงแตก” เพราะมีคนในพรรคส้มไม่เห็นด้วยกับการโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ ตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” มันผิดหลักการ

.

2 ก.ย. 68 โพสต์เน้น “ยุบสภาเป็นไฟต์บังคับ ดีกว่าปล่อยอนุทินเป็นนายก“

.

โดยขณะนั้นเพื่อไทยยื่นข้อเสนอ ”หากเลือกเพื่อไทยยุบสภาทันที“

.

พอถึง 4 ก.ย. 68 เท้งหัวหน้าพรรคส้ม ประกาศสนับสนุนอนุทินเป็นนายกฯ และบอกว่าตัวเองไม่ร่วมรัฐบาล ยอมไปเป็นฝ่ายค้าน

.

ผมได้โพสต์อีกในวันเดียวกันหลังทราบผลว่า ”เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ“

.

พรรคส้มจะโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ โดยขณะนั้นอนุทินได้รวบรวมพรรคอื่นๆ เช่น พรรคกล้าธรรม เข้ามาร่วมด้วย

.

เพื่อรวมเสียงให้ได้มากที่สุด แล้วตั้งรัฐบาลด้วยการสนับสนุนของพรรคส้ม

.

สุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญไปติดที่ สว. ตามที่ผมบอกไว้ล่วงหน้าทุกประการ

.

และพรรคส้มยังถูกเยาะเย้ยเรียกว่าเป็น ”ฝ่ายค้ำ“ จากปากอนุทิน

.

ขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยเติบใหญ่ขึ้นมาเป็น ”คู่แข่งของพรรคส้ม“ ด้วยความสนับสนุนจากพรรคส้มเอง

.

ส่วนพรรคส้มกลับ ”ความนิยมถดถอย“ จากผลโพลล์ 40% ที่ยังลังเลไม่เลือกใคร

.

นี่คือสิ่งที่ผมเตือนมาตลอดว่าเป็น ”ก้าวที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของพรรคส้ม”

.

แต่พรรคส้มไม่ฟังใคร ดื้อรั้น จนมองข้ามผู้สนับสนุนพรรคส้ม

.

ด้วยการเอาคะแนน 14.4 ล้านเสียง ไปมอบให้อีกฝั่ง (อนุรักษ์นิยม) ที่ว่าเป็นการเมืองเก่า ด้วยความสมยอมของตัวเอง

.

หลังจากอนุทินยุบสภา พรรคส้มไปจัดปิกนิก ”ขอโทษประชาชน“ แต่ไม่ได้ขอโทษที่เลือกพรรคภูมิใจไทยของอนุทิน

.

กลับกลายเป็นขอโทษที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จแทน

.

นอกจากดื้อรั้นแล้ว ยังไม่ยอมรับความจริงอีก

.

แล้วธนาธรยังมาขอโอกาสจากประชาชนให้สนับสนุนต่อ

.

ผมบอกว่า ”พรรคส้มทำผิดพลาดโดยไม่ฟังคำเตือนจากผู้สนับสนุน ด้วยความอ่อนประสบการณ์จนโดนหลอก แล้วยังมาขอโอกาสอีกครั้ง เดี๋ยวจะทำพังอีก“

.

แต่ธนาธรย้อนว่า

.

”ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าไม่ใช่หรือ? ที่ทำให้ประเทศฉิบหายมาถึงทุกวันนี้“

.

ดูเอาแล้วกัน นี่หรือคือ ”การเมืองใหม่“ ที่ธนาธรขายฝันให้บรรดาผู้สนับสนุน

.

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผมไม่สามารถสนับสนุนบุคคลนี้ได้อีกต่อไป

.

แล้วในวันจัดอีเวนท์ “ปิกนิกขอโทษประชาชน”

.

ยังเปิดแผลบาดลึกเองอีกว่า “หากพิธาเป็นนายกฯ วันนั้น สถานการณ์ชายแดนจะไม่มาถึงจุดนี้”

.

และแล้วคลิปของพิธาที่เคยพูดว่า ”ทหารมีไว้ทำไม?“ จึงถูกขุดขึ้นมาประจานเป็นหอกทิ่มแทงพรรคส้มจนถึงทุกวันนี้

.

ทุกสิ่งทุกอย่างที่พังล้วนเกิดจากปากธนาธร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคส้มทั้งสิ้น

.

มันเป็น ”ความรั้น” ของคนรวยเสียนิสัยที่ถูกตามใจมาแต่เด็ก

.

ทำให้โหวตเตอร์ที่เคยเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้มต้องมาอยู่ฝั่งตรงข้าม

.

ภาพตามตลาดที่พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทั่วไปไล่ผู้สมัคร สส. พรรคส้ม ปรากฏตามสื่อไม่เว้นแต่ละวัน

.

แทนที่จะได้รับการต้อนรับชี้แจงนโยบายของพรรค

.

กลับต้องมาชี้แจงคลิปด้อยค่าทหารของพิธา ด้วยการเริ่มต้นจากธนาธร

.

เห็นหรือยังว่าคนอย่างธนาธรเป็นคนประหลาดที่ไม่ได้รู้จักการเมืองดีพอ และที่สำคัญ ไม่รู้จักตัวเองเสียด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป

.

คนอย่างนี้หรือจะรู้จักประชาชน ในเมื่อแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้จัก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชูวิทย์' ชี้ท่าที 'ธนาธร' เปลี่ยนไป อย่าแปลกใจพรรคส้มต้องละทิ้งจุดยืน 'ไม่เอาเทา'

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เมื่อส้มผสมกับน้ำเงิน นี่คือช็อตเด็ดที่วัดระหว่าง อุดมการณ์ กับ โลกความเป็นจริง หลังการเลือกตั้งจะได้เห็นผลคะแนน

'ชูวิทย์' ฟันโช๊ะ พรรคส้มไม่ใช่ของใหม่ แต่กลายเป็น 'ของแสลง' ที่สังคมแคลงใจไปแล้ว

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แก้รัฐธรรมนูญ หรือแก้ปากท้อง พรรคส้มเป็นพรรคที่ขยันขันแข็ง มีพลังเหลือเฟือในการหาเสียง ไม่ว่าเวทีปราศรัย หรือเดินเท้าตามตลาด

'พรรคส้ม' ต้องฟัง 'ชูวิทย์' มีคำตอบให้แล้ว ทหารมีไว้ทำไม

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตสส. หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ สงคราม ทหาร และความเสียสละ มีเนื้อหาดังนี้