
'ไทกร' ปลุกคนกรุง 'เลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์' คนที่ไม่เลือกสส.เขต 'พรรคส้ม' ควรไปเลือกผู้สมัครของพรรคที่มีโอกาสชนะมากที่สุด ไม่ควรเลือกตามใจชอบ จะทำให้คะแนนผู้สมัครสส.เขตตัดกันเอง ผู้สมัครที่ชนะคือ'พรรคส้ม'
4 ก.พ.2569 - นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหัวข้อ เลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์สกัดทุนเทา มีเนื้อหาดังนี้
เลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์สกัดทุนเทา
ต้องยอมรับความจริงว่าพรรคส้มไม่สามารถสกัดทุนเทาได้ และหาทางขัดขวางไม่ให้นักการเมืองทุนเทาเข้าไปมีอำนาจในรัฐบาล หลังการเลือกตั้ง 8 กุมภา ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
พรรคส้ม ไม่มีทางชนะการเลือกตั้งได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิน 250 ที่นั่ง เมื่อพรรคส้มไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ไม่มีอำนาจรัฐ
หากพรรคส้มเป็นฝ่ายค้านก็ไม่สามารถขวางรัฐมนตรีสีเทาได้ เพราะ พรรคส้มมีข้อจำกัดในการใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 160(4)(5) ในการยื่นถอดถอนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี อ้างว่าไม่ต้องการใช้หอกทมิฬแทงทมิฬ
พรรคส้มไม่กล้าลงมือตรวจสอบอย่างจริงจัง ใช้เพียงวาทกรรมในห้องประชุมสภา หรือในห้องประชุมกรรมาธิการ แต่ไม่กล้าดำเนินการผ่านช่องทางทางกฎหมายอื่นๆ เช่น ใช้องค์กรอิสระ ในการจัดการนักการเมืองสีเทา และกลุ่มทุนเทา กลับปล่อยให้รัฐบาลในอดีต MOU ระหว่างกระทรวงดิจิทัลกับเครือข่ายฟอกเงินของเบน สมิธ เพื่อจัดตั้งศูนย์การฟอกเงินครบวงจรเป็นต้น นี่คือข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นในการทำงานของพรรคส้ม
แต่หากได้พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แน่นอนถ้านายกรัฐมนตรีเสนอบุคคลสีเทาเข้ามาเป็นคณะรัฐมนตรีย่อมถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งแน่นอน
หรือถ้าพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาล แน่นอนว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะไม่มีพรรคการเมืองสีเทา
ดังนั้นเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า พรรคส้มเป็นรัฐบาลก็ไม่ได้ เป็นพรรคฝ่ายค้านก็ค้านไม่เต็มประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมสูงสุด ไม่ให้คะแนนเลือกตั้งแบบ สส. เขตตกน้ำ กลยุทธ์การเลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์จึงเกิดขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร
คนกรุงเทพที่ไม่ต้องการมอบอนาคตที่เสี่ยงให้กับลูกหลานจึงคิดสูตรเลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์ คนที่ไม่เลือก สส. เขตพรรคส้ม ก็ควรไปเลือกผู้สมัคร สส.เขตของพรรคการเมืองพี่มีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากที่สุด ไม่ควรเลือกตามใจชอบ เพราะจะทำให้คะแนนของผู้สมัคร สส. เขต ตัดคะแนนกันเอง ผู้สมัครที่ชนะเลือกตั้ง สส. เขตก็คือพรรคส้มนั่นเอง
เช่นกรณีเหตุเลือกตั้งที่ 33 ความนิยมของผู้สมัคร สส. เขตพรรคส้ม นายเท่าพิภพ มีอยู่ 34% ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ความนิยม 28% ความนิยมของผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย 14% ความนิยมของผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทย 12% ถ้าไม่มีการเลือกตั้ง สส. เขต แบบยุทธศาสตร์ ผู้สมัคร สส.เขต จากพรรคประชาชนจะได้รับการเลือกตั้ง แต่ถ้าหากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง 33 ไม่เลือกผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทย รวมกันไปเลือกผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ก็จะชนะการเลือกตั้ง เพราะจะได้รับความนิยมถึง 54% เป็นต้น
จากการสำรวจเบื้องต้นผู้สมัคร สส. เขตจากพรรคเพื่อไทย มีความนิยมไล่ตามพรรคประชาชนเพียงแค่สองเขต คือ สส.อิ่ม ธีระรัตน์ กับ สส.พลภูมิ ส่วนพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนิยมไล่ตามพรรคประชาชนเพียงแค่สองเขตคือ เขต สส.โอ๋ สุดซอย และเขต ลอรี่ ยอดเมืองเจริญ นอกจากนั้น ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์มีความนิยมไล่ตามพรรคประชาชนแบบหายใจรดต้นคอ
เพื่อสกัดทุนเทาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ชาวกรุงเทพฯควรเลือกตั้งแบบยุทธศาสตร์ ดีกว่าปล่อยให้ลูกหลานเผชิญกับอนาคตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงตามที่พรรคประชาชนต้องการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ศิริโชค’ ลั่นยอม อดนอน-คอมพัง เพื่อเปิดทางประชาชนฟ้ององค์กรอิสระ
นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่าประตูฟ้อง ป.ป.ช. เปิดแล้ว!
ภท. เอาคืน! จ่อสอบจริยธรรม 'โรม' พ่วงกมธ.ฝ่ายค้าน มติมิชอบเรียก 'อนุทิน'
'สส.ภูมิใจไทย' แท็กทีมค้านมติ กมธ.กฎหมายฯ ชี้ 7 เสียงไม่ครบองค์ประชุม เรียก 'อนุทิน' แจงมิชอบ จ่อส่งสอบจริยธรรมเอาผิด 'โรม-กมธ.ฝ่ายค้าน'
ฟาด 'โสภณ' เมินส่งตัวแทนร่วมเวที APA ปล่อยเขมรพูดฝ่ายเดียว
'ภัณฑิล' เหน็บ 'โสภณ' สนใจแต่เรื่องหยุมหยิม 'ยืนเคารพธงชาติ-เต้นแอโรบิก' ไม่ยอมส่งตัวแทนร่วมประชุมสมัชชารัฐสภาเอเชีย ปล่อยกัมพูชาแจงเรื่องพระวิหารฝ่ายเดียว จี้รับผิดชอบผลการกระทำ
เดือด! ภูมิใจไทยรุมจวก 'โรม' เหิมเกริม เล่นไม่ซื่อ งัดมติ 8:0 เรียก 'โสภณ' แจงสภา
"ณัฏฐ์ชนน" ยันไม่เห็นด้วย มติ 8:0 กมธ.กฎหมาย เชิญ “โสภณ” ชี้แจงปมหนังสือเวียนริบอำนาจประธาน กมธ. ด้าน “ศุภชัย” ซัด “โรม” ใช้อำนาจเหิมเกริม ไม่เหมาะสม จี้ออกมาขอโทษประธานสภาฯ
'เท้ง-มาร์ค' ถล่ม 'โสภณ' รวบอำนาจสภาฯ จี้รัฐบาลแจงปมสปายแวร์คุกคาม สส.
'เท้ง-มาร์ค' นำทีมฝ่ายค้านแถลงอัด 'โสภณ' ใช้อำนาจประธานสภาโดยมิชอบ จ่อหารือก่อนยื่นหน่วยงานตรวจสอบ ซ้ำเจอความพยายามสกัดการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ใช้เพกาซัส เจาะมือถือ 2 ผู้นำ-ใช้เสียงข้างมาก กกต.ยืมคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ กันคนเอียวคดีโกงสว.ในชั้นฎีกา 'มาร์ค' บอก อยากได้รูปแมวให้ขอดีๆ
'นิกร' บอก กมธ.ต้องสลายขั้วเป็นคณะตรวจสอบไม่ใช่อาวุธทางการเมือง!
'นิกร' ปัดแก้ข้อบังคับสภาฯ หวังปิดกั้นฝ่ายค้าน แจงเสนอแก้หลายเรื่อง ชี้ กมธ.เป็นคณะตรวจสอบ ไม่ใช่อาวุธทางการเมือง ต้องสลาย 'ฝ่ายค้าน-รัฐบาล' ซัด ปธ.กมธ.จะทำตามใจไม่ได้

