
ทร. แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนาม บ้านท่าเส้น หวังเอาทรัพย์สินคืน ไม่พบเจตนาละเมิดไทย ฉก.นย.ผลักดันกลับ พร้อมวางแนวลวดหนามใหม่ ยืนยันควบคุมพื้นที่ตามแนววางกำลังตามข้อตกลงร่วม ยอมรับไม่สบายใจ แต่พยายามทำดีที่สุด
16 ม.ค.2569- พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงว่า ตามที่ปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับกรณีการตรวจพบการรื้อแนวรั้วลวดหนามในพื้นที่ชายแดนบ้านท่าเส้น จังหวัดตราด เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ซึ่งหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด (ฉก.นย.ตราด) ได้ดำเนินการวางไว้เพื่อกำหนดแนววางกำลัง (Troop Deployment Line) เพื่อควบคุมพื้นที่ตามข้อตกลงร่วม (Joint Statement) ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 นั้น
สำนักงานโฆษกกองทัพเรือขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่ พบว่า กลุ่มบุคคลที่ทำการรื้อถอนแนวรั้วลวดหนามเป็นชาวสัญชาติจีน ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ในบริเวณดังกล่าว โดยได้ทำการรื้อแนวรั้วบางส่วนเพื่อต้องการเข้าไปนำทรัพย์สินของตนออกจากอาคารร้านค้าบริเวณแนวลวดหนามนั้น ทั้งนี้เมื่อทางฝ่ายทหารได้ตรวจพบ จึงเข้าไปยับยั้งและให้หยุดการกระทำที่เป็นการละเมิดดังกล่าว จากการสอบถามในเบื้องต้นไม่พบเจตนาใดๆ ที่จะละเมิดการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวเป็นการกระทำโดยพลการ และส่งผลกระทบต่อมาตรการควบคุมพื้นที่ด้านความมั่นคงของรัฐ จึงได้ตักเตือนและทำความเข้าใจกับชายชาวจีนกลุ่มดังกล่าว
นอกจากนี้ ฉก.นย.ตราด ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ในทันที ดำเนินการผลักดันบุคคลดังกล่าวออกจากพื้นที่ตามขั้นตอนที่เหมาะสม พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงแนวรั้วลวดหนามให้กลับสู่สภาพเดิมและมั่นคงขึ้นโดยเร็ว เพื่อคงไว้ซึ่งความชัดเจนของแนววางกำลังและความต่อเนื่องของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่มั่นทางทหาร ตลอดจนกำหนดมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก
กองทัพเรือยืนยันว่า การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปอย่างรอบคอบ ภายใต้กรอบข้อตกลงร่วมระหว่างสองประเทศ โดยประเทศไทยยังคงยึดมั่นในหลักการตาม Joint Statement ที่ทั้งสองประเทศได้เห็นพ้องร่วมกันไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อธำรงเสถียรภาพ ความมั่นคง และความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง
พลเรือตรี ปารัช กล่าวด้วยว่า ทร.ไม่สบายใจที่เกิดเหตุดังกล่าว แต่เราจะพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะการที่กว่าจะสามารถยึดพื้นที่ดินแดนของเราคืนกลับมา ต้องแลกด้วยอะไรมากมาย ประเมินเป็นมูลค่าไม่ได้


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร.ส่งกลับชาวกัมพูชา 47 คน ย้ำชัดไม่ใช่เปิดด่าน
กองทัพเรือเผยอำนวยความสะดวกส่งกลับชาวกัมพูชา 47 คนที่พ้นโทษและสิ้นสุดคดี ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม จ.จันท
กองทัพเรือ แพร่ภาพสดด่านชายแดน 3 จุด โต้โซเชียลลือเปิดด่าน
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีสื่อสังคมออนไลน์บางเพจเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงว่ากองทัพเรือเปิดให้มีการเดินทางและขนส่งสินค้าข้ามชายแดนในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราดนั้น กองทัพเรือขอยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่
ทร.แจงปม ‘อู่ซ่อม-ท่าเทียบเรือดำน้ำ’ ยันไม่สะดุด รับมอบเรือปี 72 ตามแผน
กองทัพเรือชี้แจงปมโครงการอู่ซ่อมบำรุงและท่าเทียบเรือดำน้ำ ยืนยันงานก่อสร้างอู่ซ่อมฯ ยังเดินหน้าตามแผน เตรียมปรับรายละเอียดสัญญาให้สอดคล้องภารกิจโดยไม่กระทบกำหนดรับมอบเรือดำน้ำปี 2572
ลูบคม 'นาวิกโยธินตราด' เจอตัดสายสัญญาณกล้องวงจรปิดชายแดน 'ทมอดา'
พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจพบการลักลอบเข้าไปตัดสายสัญญาณของระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ทมอดา จังหวัดตราด จนทำให้กล้องบางส่วนไม่สามารถใช้งานได้ โดยพบว่าสายสัญญาณสูญหายไปเป็นระยะทาง 170 เมตรนั้น
ไม่ประมาท! 'ซ้อมแผนเผชิญเหตุ' รับมือกัมพูชายิง BM-21 ถล่มสะพานแม่น้ำตราด
บริเวณสะพานแม่น้ำตราด กองทัพเรือ ร่วมกับอำเภอเมืองตราด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตราด โรงพยาบาลพระปิยมหาราช โรงพยาบาลกรุงเทพตราด กู้ภัยสว่างบุญช่วยเหลือจังหวัดตราด กู้ภัยหลักเกาะจังหวัดตราด
กองทัพไทย เปิดแผนตั้งหน่วยใหม่ 'JCC' บัญชาการรบร่วม 4 มิติ บก น้ำ อากาศ ไซเบอร์
พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ว่า ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถร่วม ระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) หรือเทคโนโลยีชั้นสูงที่นำมาวิเคราะห์ตัดสินใจด้วยตัวเอง ที่แบ่งระดับการทำงาน 3 ระดับ

