ทร.หนี้ท่วม! จ่อถอดโครงการเรือดำน้ำลำ 2-3 พ้นกรอบงบฯ

ผบ.ทร.แจง กมธ.งบฯ ปี 2570 กองทัพเรือมีภาระหนี้ผูกพันโครงการขนาดใหญ่กว่า 62,663 ล้านบาท เตรียมหารือสำนักงบฯดึงโครงการจัดหาเรือดำน้ำลำที่ 2-3 ออกจากกรอบวงเงิน เพื่อลดภาระหนี้ พร้อมปรับแผนจัดหาเรือรบให้สอดคล้องสถานการณ์ เดินหน้าเรือฟริเกต 8 ลำ ลดจำนวนเรือบางประเภท และเพิ่มยานผิวน้ำไร้คนขับกับอากาศยานไร้คนขับประจำเรือ โดยนำร่องให้ รล.จักรีนฤเบศร เป็น "เรือยานแม่" ในอนาคต

18 กรกฎาคม 2569 - พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ชี้แจงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) มีการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ถึงแผนการรับมือทางทะเลในกรณีไทย-กัมพูชา เมื่อ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า กองทัพเรือกัมพูชาได้รับมอบเรือ คอร์เวต Type 056 จากประเทศจีน 1 ลำ และมีเรือเก่าๆ 4-6 ลำ การเตรียมการของกองทัพเรือไทยดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทั้งการฝึกทบทวนและปฏิบัติการของเรา การเตรียมกำลังทางเรือ ระยะนี้เรายังสามารถที่จะดูแลความปลอดภัยในทะเลของเราได้เรียบร้อยและเบ็ดเสร็จ

“การใช้กำลังทางเรือไม่ใช่ว่าจะสามารถขับเรือและออกมาทำการรบได้เลย ต้องมีการฝึกใช้อาวุธและการตรวจการณ์ต่างๆ ซึ่งขณะนี้เราเฝ้าติดตามความพร้อมของกองทัพเรือกัมพูชา ขอให้มั่นใจว่ากำลังทางเรือของไทยมีความเหนือกว่าอย่างชัดเจน ทั้งยุทโธปกรณ์ กำลังพล และหลักนิยมที่ชัดเจน สามารถดูแลอธิปไตยของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ผบ.ทร. กล่าว

พล.ร.อ.ไพโรจน์ ชี้แจงแผนการจัดหาเรือดน้ำ ลำที่ 2-3 ว่า ที่เราเปลี่ยนใช้เครื่องยนต์ CHD ของจีน แทน MTU ของเยอรมนี ซึ่งเราจะมีความมั่นใจ โดยเป็นเครื่องยนต์สำหรับปั่นไฟ เก็บประจุไฟ การทำงานของเครื่องยนต์นี้คือเมื่ออยู่บนผิวน้ำ ไม่ได้ใช้เพื่อการขับเคลื่อน ซึ่งการขับเคลื่อนของเรือดำน้ำจะใช้ไฟฟ้า สำหรับเครื่องยนต์จีน CHD ก็มีต้นแบบมาจากเครื่อง MTU ที่จีนผลิตขึ้นมาเช่นกัน

ซึ่งเมื่อเราได้เรือลำแรก เข้าประจำการแล้ว ก็จะทำการประเมินเรือลำแรก ช่วงปลายปี 2571 ว่า มีคุณภาพแค่ไหนอย่างไร ถ้ามีคุณภาพและสามารถดำเนินการ ใช้แล้วมีความคุ้มค่า โครงการลำที่ 2 และ 3 ก็จะตามมา

"สิ่งที่ค้างอยู่ก็เป็นแผนงานที่เราตั้งใจจะจัดหาในอดีต ซึ่งการใช้จ่ายเงินยังไม่เกิด เป็นเพียงวงเงินที่ค้างอยู่ โดยทางกองทัพเรือได้ทำความเข้าใจกับสำนักงบประมาณแล้ว เพื่อที่จะทำการดึงโครงการออก ไม่เป็นภาระเรื่องกรอบวงเงินหรือภาระหนี้" ผบ.ทร.ระบุ

ส่วนโครงการเรือฟริเกตลำแรก 17,000 ล้าน เกณฑ์การคัดเลือก Offset Policy การ การถ่ายทอดเทคโนโลยี เป็นอย่างไร ผบ.ทร. ว่า โครงการเรือฟริเกตที่เราอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดหาในขณะนี้ เรากำหนดเกณฑ์ไว้ชัดเจนใน TOR และส่งหนังสือประกาศเชิญชวนภาคเอกชน ซึ่งได้กำหนดชัดเจนถึงความต้องการของเราและสิ่งที่บริษัทเอกชนจะต้องมอบให้เรา เช่น แบบเรือ เมื่อต่อเรือเสร็จแล้วก็จะต้องมอบแบบเรือให้เรา ซึ่งในครั้งต่อไป เราจะใช้แบบเรือเดิมในการต่อเรือแบบใหม่ ก็จะประหยัดงบ ซึ่งหนึ่งลำก็จะประหยัดได้ 3,000-4,000 ล้านบาทต่อลำ ในค่าแบบเรือ

ในส่วนของ Offset Policy หากทางบริษัทไม่ปฏิบัติตามกองทัพเรือจะมีมาตรการอย่างไร ผบ.ทร. กล่าวว่า จะมีกำหนดขึ้นในสัญญาที่เราจะร่างขึ้น ซึ่งสัญญา Offset Policy เราจะทำแยกสัญญาการต่อเรือ แต่อย่างไรก็ตามสัญญาการส่งมอบงวดงานจะต้องมีการระบุ Offset Policy จะต้องทำอย่างไร ถึงจะจ่ายเงินในงวดงานนั้นๆได้

พล.ร.อ.ไพโรจน์ ยังชี้แจงแนวทางการเพิ่มขีดความสามารถกองทัพเรือ รองรับการทยอยปลดเรือฟริเกต 2-3 ลำ และ เรือขนาดเล็ก ว่า ได้ให้ กรมยุทธการทหารเรือ ทำแผนการเสริมสร้างยุทโธปกรณ์สำคัญ ได้แก่ เรือฟริเกตสมรรถนะสูง เรือดำน้ำ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง และเรือตรวจการณ์ระยะปานกลาง เรือตรวจการณ์ปืน โดยเราจะลดแบบและลดจำนวน

สำหรับเรือฟริเกตเราจะมี 8 ลำ ตามยุทธศาสตร์ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง 10 ลำ เรือตรวจการระยะปานกลาง 12 ลำ ตรวจการระยะใกล้ฝั่ง 18 ลำ สำหรับการพัฒนาเรือตรวจการณ์ทุกรูปแบบในอนาคต จะต้องมียานผิวน้ำไร้คนขับและอากาศยานไร้คนขับประจำเรือ ซึ่งวิธีการจะแตกต่างจากปัจจุบันจากเดิมจะต้องนำเรือไปวิ่งเพื่อตรวจสอบ

แต่เราจะใช้อากาศยานไร้คนขับและยานผิวน้ำไร้คนขับเข้าไปตรวจสอบหรือช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ จึงทำให้กองทัพเรือยังดำรงขีดความสามารถอยู่ได้และไม่จำเป็นว่ากองทัพเรือจะต้องมีเรือประจำการอยู่เยอะแบบสมัยก่อน แต่จะเพิ่ม อากาศยานไร้คนขับ ยานผิวน้ำไร้คนขับ รวมถึงยานใต้น้ำที่เราจะพัฒนา

สำหรับ รล.จักรีนฤเบศร ได้กำหนดนโยบายจะให้เป็น ‘เรือยานแม่’ ของยานไร้คนขับ ทั้งอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งในขณะนี้เราให้กองเรือยุทธการวางแผนในลำดับแรกเราจะใช้อากาศยานไร้คนขับของเราที่มีอยู่ไป Operate บนเรือ รล.จักรีนฤเบศร ต่อไปคือยานผิวน้ำและยานใต้น้ำ

ส่วนการจัดหา UAV Hermes (อิสราเอล) ที่เราจัดหา และจะชำระเงินงวดปีสุดท้ายปี 2569 และส่งมอบมาแล้วเมื่อ มิ.ย.69 เรามีการจัดทำ Concept Operation ของการใช้ UAV โดยจะนำมาใช้ 3 พื้นที่ ซึ่ง UAV Hermes มีขีดความสามารถบินได้นาน ได้สูง ปฏิบัติภารกิจ ISR การรวบรวมข่าวสาร-ข้อมูล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปัจจุบันกองทัพเรือประสบปัญหาภาระหนี้ผูกพันในโครงการขนาดใหญ่รวม 62,663 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีเรือดำน้ำ 2 ลำ 22,500 ล้านบาท ขณะที่มีเรือที่อายุการใช้งานเกิน 40 ปี ใกล้ปลดประจำการได้แก่ เรือ ต. หรือ เรือตรวจการณ์ตอนนี้มี 9 ลำ เรือกวาดทำลายทุ่นระเบิด 3 ลำ เรือยกพลขึ้นบก 6 ลำ ขณะที่เรือฟริเกตกับคอเวตต์ ปี 72 จะเหลือเพียง 2 ลำ ปี 73 เหลือ 1 ลำ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.งบฯ 70 ข้องใจสภาฯ ใช้เงิน 8 ล้านพัฒนาเว็บไซต์ อบรมเยาวชนหัวละ 2.5 หมื่น ไม่ถูกปรับลด

ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ. คนที่สาม ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม

'เกาหลี' ส่งเครื่องยนต์ใหม่ถึงไทย ติดตั้งในเรือหลวงภูมิพลอดุลยเดช

“เกาหลี” ส่งเครื่องยนต์ใหม่ ถึง “ไทย” ทร. โชว์รับของ จ่อติดตั้งใน เรือฟริเกตภูมิพล หลังเครื่องยนต์เก่าเจ๊ง “กมธ. ทหาร” ติดตามความคืบหน้า แก้ไขจุดบกพร่อง ก่อนเคาะอู่ต่อเรือลำใหม่

กรมเจ้าท่า ประกาศพื้นที่ควบคุมเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา-คลองบางกอกน้อย เพื่อฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี

กรมเจ้าท่า ประกาศกำหนดให้แม่น้ำเจ้าพระยาและคลองบางกอกน้อย เป็นพื้นที่ควบคุมการเดินเรือเป็นการเฉพาะคราว ตั้งแต่สะพานกรุงธนบุรี เขตบางพลัด ถึงปากคลองมอญ เขตบางกอกใหญ่ เพื่อทำการฝึกซ้อมรูปขบวนเรือพระราชพิธี ในการเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

ไม่มีล็อกสเปก! ทร. เปิดทางบริษัทต่อ 'เรือฟริเกต' ที่ไม่ได้รับเลือกยื่นอุทธรณ์ตามกม. หลังเซ็นอนุมัติเรียบร้อย

ทร. เปิดให้บริษัทต่อ ‘เรือฟริเกต’ที่ไม่ได้รับเลือกยื่นอุทธรณ์ตามกม. หลังมีการเซ็นต์อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ยันไม่มี ‘ล็อกสเปก’ ชี่มีผู้เสนอราคา 6 ราย เกินขั้นต่ำ 3 ราย ของ กม.จัดซื้อจัดจ้างฯ แง้ม ‘ฟริเกต’ ลำที่ 1-2 แม้แยกพิจารณา แต่ต้องปฏิบัติการร่วมกันได้ เป็น ‘ชุดเรือปฏิบัติการ’

หนูขอดูเงินก่อนเคาะเฟส2

นายกฯ รับต้องเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนตัดสินใจลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพีพุ่งไม่พูดถึง “ศุภจี” รอถก “เอกนิติ” ดันไทยเที่ยวไทยพลัสหรือไม่