ชูวิทย์ เตือน ดาวสภา อาจดับแสงเปลี่ยนสถานะเป็น ดาวคุก แทน

1 ก.พ. 69 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความ ผ่านเฟซบุ๊ก ม.112 ผลผลิต “ดาวสภา” สู่ “ดาวคุก”

ที่ไอซ์กล่าวหาผมว่า “โจมตีพรรคส้ม เพื่อทำให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์ หรือเพื่อต่อรองคดีที่ถูกพรรคน้ำเงินฟ้อง“

หากมัวแต่ยุ่งเรื่องหาเสียง แล้วไม่ได้ดูที่ผมแถลงพูดถึงเรื่องนี้ก็จะบอกให้ 

ทุกคดีที่พรรคน้ำเงินฟ้องผมเมื่อครั้ง “รณรงค์ต่อต้านกัญชาเสรี” ศาลมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” จบมาก่อนแล้วทุกคดี

พรรคภูมิใจไทยฟ้องผมทั้งหมด 7 คดี

ยกฟ้องยันคดีสุดท้ายจบไปเมื่อ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ศาลอาญา รัชดา

โดยทุกคดีพรรคน้ำเงินไม่มีการยอมความใดๆ ไม่มีการประนีประนอม ไม่มีบุญคุณต้องชดใช้ ต่างคนต่างต่อสู้ในศาลจนสุดทาง

ศาลตัดสินยกคำร้องบ้าง ยกฟ้องบ้าง ด้วยเหตุผลว่า

“เป็นการวิจารณ์นโยบายของพรรคการเมือง เป็นสิ่งที่ประชาชนสามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญ“

ดังนั้น การวิพากษ์วิจารณ์พรรคส้มจึงไม่ได้เป็นการช่วยให้พรรคน้ำเงินได้ประโยชน์เพื่อแลกเปลี่ยนแต่อย่างใด

กลับกัน พรรคส้มต่างหากที่เป็นคนเอาคะแนน 14 ล้านเสียงที่ประชาชนมอบให้ไปยกให้พรรคน้ำเงินจนเติบใหญ่มาแข่งกับพรรคส้มอย่างทุกวันนี้

แต่ผมเป็นคนที่ผ่านอะไรมามาก ไม่ใช่แค่อายุมากเท่านั้น ผมจึงไม่เคยนำเอาเรื่องบ้านเมืองมาปะปนกับเรื่องส่วนตัว

ผมรู้จักคุณอนุทิน แม้ต่างอุดมการณ์กัน เห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่ได้หมายความว่า “ความแค้น” จะฝังใจ เพราะเป็นเรื่องการเมือง

เมื่อเจอกันยังทักทายได้ กอดได้ ให้กำลังใจกันด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ที่เด็กเพิ่งมีแสงอย่างไอซ์ยากจะเข้าใจ

เช่นเดียวกับไอซ์ที่ผมเคยให้กำลังใจเสมอ และไม่เคยว่าร้าย ทั้งๆ ที่ผมกำลังสั่งสอนพรรคส้มอยู่

การที่ไอซ์คิดว่าผมโจมตีพรรคส้มเพื่อแลกกับการถอนฟ้องคดี เพราะหากศาลลงโทษผมจะรอลงอาญาไม่ได้

ขอบอกให้ทราบว่า คนที่เคยติดคุกติดตะรางมา 3 รอบอย่างผม ยอมรับชะตาชีวิตและรับมือได้

แต่ไอซ์ต่างหากที่ในระหว่างหาเสียงอยู่ตอนนี้ ยังต้องต่อสู้กับคดี ม.112 ที่ศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกแล้ว 6 ปี

อีกไม่นานจะไปถึงศาลฎีกา และจากสิ่งที่ไอซ์โพสต์ย่อมทำให้ศาลมองเจตนาเป็นอื่นไม่ได้ 

บางทีวันหนึ่งไอซ์อาจต้องก้าวเท้าเข้า “ทัณฑสถานหญิงกลาง” ทำให้ไอซ์เริ่มรู้จัก “ชนชั้น“ ในคุก

ไม่ต้องนับถือเป็นรุ่นพี่ รุ่นพ่อ ม.ธรรมศาสตร์ แต่เป็นรุ่นพี่ในคุกแน่นอน

สำหรับคุกหญิงแน่นกว่าคุกชายมากนัก และคนปากแจ๋วในคุกมียิ่งกว่าไอซ์เยอะ

จึงฝากสุภาษิตคุกไว้ให้ระลึก

“อยู่ให้เป็น“ (ในคุกหากอยู่ไม่เป็นปากจะมีสีได้)

“เย็นให้พอ” (ถึงใจร้อนก็ออกจากคุกไม่ได้)

“รอให้ได้“ (รอวันที่ออกมาแต่แสงดับไปแล้ว)

บทสรุปของไอซ์มีเส้นทางเดียวกันกับเยาวชน 3 นิ้ว อย่างเพนกวิ้น หรือรุ้ง ที่ต้องหนี หรือหมดสิ้นอิสรภาพ 

ซึ่งจะเป็นสิ่งเดียวที่ไอซ์โหยหาเช่นเดียวกับนักโทษทุกคน 

และเริ่มได้คุยกับตัวเองว่า “ผลผลิตของ ม.112” มันคุ้มค่าหรือไม่?

สังคมไทยยังเดินหน้าต่อไป ทุกคนยังไปทำงานหาเลี้ยงครอบครัว

และไม่กี่วันฟันเฟืองเล็กๆ อย่างไอซ์ก็จะถูกลืม 

ในที่สุดแสงของ สส. จาก “ดาวสภา“ จะกลายเป็นอดีต ถูกทดแทนกลายเป็น “ดาวคุก”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชาดา' ขอโทษแซว 'ไอซ์ รักชนก' แค่หยอกล้อ อยากรวยต้องเป็นแฟนพี่

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส. อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่มีภาพปรากฏการแจกเงินให้กับผู้สูงอายุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า เรื่องแจกเงิน ก็แจกคนแก่ไม่กี่คน ตาม อบต. ก็ถือว่าเป็นธรรมเนียมของไทย ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดี แล้วตนก็แจกแบบนี้มาตั้งแต่นานแล้วแต่ช่วงที่การเลือกตั้ง ไม่เคยมีการแจก และการมาแจกช่วงนี้ก็ไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งแล้ว

สุขสันต์วันสงกรานต์ 'น้องน้ำแข็ง' หยอดมุข พ.ร.บ.ห้ามสาดน้ำเย็นต้องเข้าสภาด่วน!

ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความว่า พ.ร.บ. ห้ามสาดน้ำเย็น ต้องเข้าสภาด่วนแล้วครับพี่น้อง

รักชนก-สส.ปชน. เรียกร้อง 'จุลพันธ์' รมว.แรงงานคนใหม่ สางปัญหา 4 ข้อเร่งด่วน

สส.พรรคประชาชน นำโดย น.ส.รักชนก ศรีนอก พร้อมด้วย น.ส.ธนพร วิจันทร์, นายเซีย จำปาทอง และ นายสหัสวัต คุ้มคง ร่วมแถลงข่าวเสนอข้อเรียกร้องต่อ รมว.แรงงานคนใหม่ 4 ข้อ เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องแรงงานผู้ประกันตนอย่างเร่งด่วน

ป.ป.ช.ชุดใหญ่เห็นชอบคำร้องยื่นศาลฎีกา คดีอดีต 44 สส.ก้าวไกล แก้ม.112 จับตาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยก่อนหน้านี้คณะก