ศาลฎีกาถอนชื่อ 'ฉลอง' ผู้สมัคร สส.โคราช พรรคกล้าธรรม เคยต้องโทษจำคุก 3 ปี ผิด พรบ.ป่าไม้

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งสั่งถอนชื่อ "ฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์" ออกจากผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เคยต้องโทษจำคุก 3 ปีเศษ ปี 60 ผิดพ.ร.บ.ป่าไม้

5 กุมภาพันธ์ 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงายงานว่า เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง ศาลได้อ่านคำสั่งคดีหมายเลขคดีดำ ลต สสข 10/2569 คดีแดงลต สสข12/2569 ระหว่างผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา ผูู้ร้อง กับนายฉลอง เเสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้สมัคร สส.เขต 13 พรรคกล้าธรรม (กธ) จ.นครราชสีมา ผู้คัดค้าน เรื่องขอให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

โดย กกต. ผู้ร้องยื่นคําร้องและแก้ไขคําร้องว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อผู้คัดค้านเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ต่อมาผู้ร้องตรวจสอบแล้วเห็นว่าผู้คัดค้าน ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจำคุกในคดีความผิดต่อพ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1821/2558 ของศาลจังหวัดสีคิ้ว พ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2560 ซึ่งยังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง

ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามพ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42(9) จึงขอให้ศาลถอนชื่อผู้คัดค้านออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา

ผู้คัดค้านไม่ยื่นคําคัดค้าน

โดยในวันนัดพร้อม ผู้คัดค้านแถลงรับข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านได้กระทําความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ ได้รับโทษจําคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ตามคดีหมายเลขแดงที่ 2764/2558 ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2560 โดยไม่คัดค้านคําร้อง

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคําร้อง และคําแถลงของผู้คัดค้านในวันนัดพร้อมแล้ว เห็นว่าคดีไม่จําเป็นต้องไต่สวนพยานหลักฐานให้งดการไต่สวน

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสํานวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้แย้งกันรับฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องได้ประกาศรายชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้ค้ดค้าน เป็นผู้สมัครรับเลือกตังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา ของพรรคกล้าธรรม แต่ปรากฏว่า ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติและความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ ของศาลอุทธรณ์ภาค 3 และพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2560

มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ เห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (7) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42บัญญัติทํานองเดียวกันว่า "บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้าม มิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษาฎร โดย เคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษ มายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ"

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านได้รับโทษจําคุก 3 ปี 4 เดือน 15 วัน ในความผิด ต่อพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และความผิดต่อพ.ร.บ.ป่าไม้ ตามคําพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ คดีถึงที่สุดแล้ว และผู้คัดค้านพ้นโทษเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2560 จึงเป็นกรณีที่ผู้คัดค้านเคยได้รับโทษจําคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงสิบปีนับถึงวันเลือกตั้ง ผู้คัดค้านจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะเป็นบุคคลต้องห้ามมีให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (7) และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (9)

ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจึงมีคําสั่งให้ถอนชื่อนายฉลอง แสงราษฎร์เมฆินทร์ ผู้คัดค้าน ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ 13 จ.นครราชสีมา พรรคกล้าธรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' เชื่อขรก.ยึดกม. ตอบสังคมได้ อย่ากังวลข่าวตีตก 'คดีฮั้ว สว.'

'โสภณ' เชื่อข้าราชการยึดหลักกฎหมายเป็นหลังพิง หลังมีข่าวชุดอนุฯ กกต. ยกคำร้อง 'คดีฮั้ว สว.' ขออย่ากังวลในยุคตรวจสอบ ต้องตอบคำถามสังคมได้

กกต. คิดให้ดี! มี 2 ทางเลือก หลังชุดอนุฯ ปล่อยผี 'คดีฮั้ว สว.'

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "ความผิดปกติของการตั้งอนุวินิจฉัยฯ ชุดที่ 36"

มติอนุ กกต. 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้องฮั้ว สว. ชี้ 229 ราย ไม่มีมูลความผิด

คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณา สำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สว. ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)

'อนุทิน' รับไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน

"อนุทิน" รับปิดดีล 291 เสียง ไม่มีกล้าธรรม-ปชป. พ้อไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน อ้างไม่อยากตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง