'ปวิน' ร่ายยาว IO จะมาจากฝั่ง 'กองทัพ' หรือ 'พรรคส้ม' คือการใช้บัญชีนิรนามข่มขู่-ปิดปากผู้เห็นต่าง

18 ก.พ.2569 - นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์เฟซบุ๊กกรณีพรรคประชาชนถูกเปิดโปงทำปฏิบัติการไอโอ ว่า

อะไรคือ IO ดิชั้นได้ทำการศึกษาเรื่องนี้ไว้แล้วบ้าง (แป๊ะลิงค์ข้างล่าง) ไม่อยากเขียนมาก เดี๋ยวจะกลายเป็นเล็คเชอร์ แต่ขอสรุปแบบนี้ค่ะ... IO หรือ Information Operation (ปฏิบัติการข่าวสาร) ในบริบทที่ทหารไทยมักถูกกล่าวถึง คือยุทธวิธีทางการทหารที่ใช้ "ข้อมูล" เป็นอาวุธในการโจมตีหรือป้องกัน เพื่อสร้างผลกระทบต่อความคิด ความเชื่อ และการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย (ทั้งฝ่ายศัตรูและประชาชนทั่วไป) โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการสร้างความได้เปรียบทางการเมืองหรือการทหารค่ะ หากเจาะลึกสิ่งที่กองทัพไทยถูกตั้งข้อสังเกตและถูกเปิดเผยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ลักษณะของ IO ที่ทหารใช้มักประกอบด้วย:

1. การสร้าง "เครือข่ายบัญชีปลอม" (Avatar/Bot) นี่คือรูปแบบที่ชัดเจนที่สุด ทหารมักสร้างบัญชีโซเชียลมีเดียจำนวนมาก (Twitter, Facebook, TikTok) โดยใช้รูปโปรไฟล์ปลอมหรือรูปวิว เพื่อทำงานในลักษณะ:

- การปั่นกระแส (Trending): ช่วยกันกดไลก์ กดแชร์ หรือติดแฮชแท็ก เพื่อให้เนื้อหาที่ฝ่ายตนเองต้องการสื่อดูมีน้ำหนักและเป็นกระแสสังคม

- การถล่มความเห็น (Spamming): เข้าไปคอมเมนต์ด่าทอหรือดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามข้ามเพื่อทำให้เกิดความกลัวหรือทำให้เนื้อหาฝ่ายตรงข้ามดูไม่น่าเชื่อถือ

2. การสร้างวาทกรรม "ขาว-ดำ" (Polarisation) IO มักทำหน้าที่ผลิตเนื้อหาที่แบ่งแยกผู้คนออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน เช่น:

- การเชิดชูฝ่ายตนเอง: สร้างเนื้อหาที่ดูเป็นคนดี รักชาติ ปกป้องสถาบัน เพื่อดึงดูดกลุ่มอนุรักษ์นิยม

- การป้ายสีฝ่ายตรงข้าม: ตราหน้าผู้เห็นต่างว่าเป็น "พวกหนักแผ่นดิน" "ล้มเจ้า" หรือ "ชังชาติ" เพื่อสร้างความชอบธรรมในการปราบปรามหรือทำให้สังคมรังเกียจ

3. การโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) คือการนำเสนอข้อมูลเพียงด้านเดียวหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกองทัพหรือรัฐบาล เช่น การนำเสนอภาพทหารช่วยประชาชนในภัยพิบัติซ้ำๆ เพื่อกลบกระแสข่าวเชิงลบอื่นๆ หรือการสร้างเรื่องราวความซาบซึ้งใจเพื่อให้คนเกิดอารมณ์ร่วม

4. ปฏิบัติการจิตวิทยา (PsyOps) เป็นการใช้ข้อมูลเพื่อทำลายขวัญและกำลังใจของฝ่ายตรงข้าม หรือทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความระแวงกันเอง เช่น การปล่อยข่าวลือว่ามีมือที่สาม การปล่อยข่าวเท็จเรื่องความขัดแย้งภายในกลุ่มผู้ประท้วง เพื่อสลายการรวมตัว

5. การใช้สื่อมวลชนและเพจ "หน้าม้า" นอกเหนือจากบัญชีอวตารแล้ว ยังมีการส่งข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊กที่ดูเหมือนเพจข่าวทั่วไป หรือการให้งบประมาณสนับสนุนสื่อบางสำนักเพื่อให้นำเสนอข่าวในทิศทางที่เป็นคุณต่อกองทัพอย่างสม่ำเสมอ (จุดสังเกตที่สำคัญก็คือ IO ของทหารยุคใหม่มักถูกจับได้เพราะทำเป็นระบบจน "ดูไม่เป็นธรรมชาติ" เช่น การโพสต์ข้อความเดียวกันในเวลาพร้อมๆ กัน หรือการใช้คำศัพท์ที่เป็นภาษาราชการมากเกินไปในแพลตฟอร์มของวัยรุ่น)

...ทีนี้ ในขณะที่กองทัพถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการใช้ IO มาอย่างยาวนาน ปัจจุบันพรรคประชาชนก็กำลังถูกตั้งคำถามและถูกมองว่ามีปฏิบัติการในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะการมีบัญชีนิรนาม (Anonymous accounts) จำนวนมหาศาลที่ทำหน้าที่ประหนึ่งกองกำลังไซเบอร์คอย "ถล่ม" (flood) พื้นที่บน Facebook และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่นๆ เพื่อปกป้องพรรคและโจมตีผู้ที่เห็นต่าง ซึ่งแม้จะมีเป้าหมายทางการเมืองที่แตกต่างจากทหาร แต่ยุทธวิธีที่ใช้กลับถูกมองว่ามีจุดร่วมที่เหมือนกันในหลายมิติ โดยเฉพาะการใช้บัญชีอวตารที่ไม่มีตัวตนจริงเข้ามาสร้างกระแสความนิยมล้นหลาม หรือการรุมถล่มคอมเมนต์เพื่อกดดันฝ่ายตรงข้ามให้ถอยร่นไปจากพื้นที่สาธารณะ

อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างสำคัญที่มักถูกนำมาถกเถียงคือ "ที่มา" ของบัญชีเหล่านี้ ว่าเป็นปฏิบัติการที่ถูกจัดตั้งและสั่งการโดยตรงจากส่วนกลางของพรรค (Top-down) เหมือนกับที่กองทัพทำ หรือเป็นเพียงปรากฏการณ์ "ออร์แกนิก" (Organic) ที่เกิดจากฐานแฟนคลับที่มีความกระตือรือร้นสูงจนกลายเป็นวัฒนธรรมการเมืองแบบติ่ง (Standom) ซึ่งพร้อมจะปกป้องสิ่งที่ตนรักโดยไม่ต้องมีใครสั่งการ แต่ในสายตาของนักวิชาการและผู้ที่ถูก "ทัวร์ลง" บ่อยครั้ง ความรุนแรงและความเป็นระบบของการสื่อสารที่เกิดขึ้นผ่านบัญชีนิรนามเหล่านี้ กลับทำให้เส้นแบ่งระหว่าง "ผู้สนับสนุนที่ภักดี" กับ "ปฏิบัติการไอโอ" พร่าเลือนจนแยกไม่ออก เพราะผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือการผูกขาดพื้นที่การสนทนาและการทำลายบรรยากาศของการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเสรี

ซึ่งท้ายที่สุดแล้วไม่ว่า IO จะมาจากฝั่งอนุรักษ์นิยมหรือฝั่งก้าวหน้า หากมันคือการใช้จำนวนบัญชีนิรนามเข้าข่มขู่และปิดปากผู้เห็นต่าง มันย่อมสร้างความเสียหายต่อรากฐานของประชาธิปไตยในโลกดิจิทัลในลักษณะเดียวกันค่ะ

เคลียร์ไหมคะ อะ ลองอ่านบทความนี้ของดิชั้น มีส่วนที่แตะปัญหา IO ด้วย บทความนี้ได้รับการ shortlist ให้เป็นบทความที่สร้าง "impact" ของการศึกษา Area Studies ของ Routledge ด้วยค่ะ (Shortlist for Routledge Area Studies Impact Award 2022) https://www.tandfonline.com/.../10.../10357823.2022.2109591
Pavin Chachavalpongpun

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายอั๋น' อึกอักปมพรรคส้มเก็บ Laser ID

ทนายอั๋นไปไม่เป็น ตอบปม ปชน.เก็บ Laser ID บอกห่วงข้อมูลรั่วน้อยกว่าบัตรเลือกตั้ง ปัดตอบเหมาะสมหรือไม่ ออกตัวไม่มีความรู้ไอที โยนสมาชิกพรรค ไปขอให้ชี้แจงเองจนสิ้นสงสัย

ไล่บี้ 'พรรคส้ม' ทำไม ขอ Laser ID ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการปกครอง

เพจ หมออนามัยขี้mouth โพสต์ข้อความกรณี การสมัครสมาชิกพรรคประชาชน ใช้ Laser ID หรือรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชนด้วย ว่า

แล้วกัน! อดีตผูัสมัครสส.ระยอง พรรคส้ม รับเอง 'บัตรเขย่ง' ทำให้ตัวเองได้คะแนนเพิ่ม

นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 จ.ระยอง พรรคประชาชน เบอร์ 6 โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บัตรเขย่ง???

เดือด! 'แก้วตา' ฟาด 'เจ๊เจี๊ยบ' ต่ำทราม ขี้ขลาด เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ ใช้วิธีล่าแม่มด ลั่นสู้กันในศาล

'แก้วตา' เดือด! ฟาด 'เจี๊ยบ อมรัตน์' ขี้ขลาด เถียงด้วยเหตุผลไม่ได้ ใช้ศาลเตี้ยบนโซเชียล อ้างตัวว่า 'ก้าวหน้า' แต่ใช้วิธีล่าแม่มด โอดกระทบลูกที่อยู่ในวัยรุ่น ลั่นพิสูจน์ในชั้นศาล ท้ามาสู้กันด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่ด้วยความต่ำทรามที่ปลอมตัวเป็นศีลธรรม

'พี่ศรี' ร้องกกต.สอบพรรคประชาชนปมไอโอ-สเปคเตอร์ ซี - Laser ID ถึงขั้นยุบพรรค

ที่สำนักงานใหญ่ กกต. ศูนย์ราชการฯ อาคาร B นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรมกา

'เสรีนิยม-อนุรักษนิยม' การติดป้ายแบ่งแยกประชาชน!

พักหลังมานี้ คำว่า “เสรีนิยม” กับ “อนุรักษนิยม” ถูกพูดถึงบ่อยมากในการเมืองไทย เหมือนกลายเป็นคำติดปากไปแล้ว ใครเลือกพรรคประชาชน ก็ถูกมองว่าอยู่ฝั่งเสรีนิยม