ดูของจริง! ทัพเรือโชว์หลักฐานทุ่นระเบิดใหม่ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน

กองทัพเรือรับคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนตรวจหลักฐานทุ่นระเบิดใหม่ในเขตไทย ตอกย้ำสถานะผู้ถูกรุกล้ำอธิปไตยและการยึดมั่นกฎหมายมนุษยธรรมสากล

26 ก.พ.2569 – พล.ร.ต.ปารัช รัตน ไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) เวลา 09.00 น. กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้มอบหมายให้หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมกองทัพเรือ (นปท.ทร.) ให้การต้อนรับคณะผู้สังเกตการณ์จากสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่เดินทางมาเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีตรวจพบการวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลใหม่ในพื้นที่บ้านหนองรี (บ้านสามหลัง) ตำบลชำราก อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ภายในอธิปไตยของ ประเทศไทย

การดำเนินการครั้งนี้มีขึ้นภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารเรือตรวจพบการลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลและระเบิดแสวงเครื่องจากฝ่าย กัมพูชา รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนไทยลึกประมาณ 500 เมตร ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน และเป็นการละเมิดอธิปไตยของไทยอย่างชัดเจน โดย นปท.ทร. ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอนทางเทคนิคและมาตรฐานสากล ทั้งการรวบรวมเอกสารและวัตถุพยาน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญ การตรวจสอบพิกัดกริดทางทหาร และการพิสูจน์ชนิดวัตถุระเบิดภาคสนาม จากการรวมทั้งได้พบเอกสารทางทหารที่สำคัญ ได้แก่ คู่มือการสอนการใช้ทุ่นระเบิด แผนผังสนามทุ่นระเบิด และเอกสารคำสั่งปฏิบัติการที่ระบุพิกัดและช่วงเวลาการดำเนินการในเขตแดนไทย ซึ่งหลักฐานทั้งหมดได้ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทั้งด้านการแปลเอกสาร การวิเคราะห์พิกัดระบบ UTM และการตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด โดยผลการตรวจสอบยืนยันว่าพิกัดในเอกสารสอดคล้องกับพื้นที่ตรวจพบจริง และลักษณะการวางทุ่นระเบิดมีรูปแบบเป็นระบบ อยู่ในสภาพใหม่ จึงยืนยันได้ว่าเป็นการวางทุ่นระเบิดใหม่ มิใช่ทุ่นระเบิดตกค้างจากสถานการณ์สู้รบในอดีต

นอกจากนี้ จากการปฏิบัติในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตลอดหลายปีที่ผ่านมา ยังพบการขัดขวางจากฝ่ายทหารกัมพูชาหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน ส่งผลให้พื้นที่ตามแนวชายแดนยังคงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยพฤติการณ์ดังกล่าวสะท้อนความพยายามใช้การวางทุ่นระเบิดเป็นเครื่องมือสร้างสภาพพื้นที่ไม่ปลอดภัย เพื่อชะลอกระบวนการปักปันเขตแดนที่ทั้งสองฝ่ายมีกรอบความร่วมมือร่วมกัน

ในการนี้ กองทัพเรือได้นำคณะผู้สังเกตการณ์เข้าเยี่ยมชมศูนย์ราชการุณย์ของ สภากาชาดไทย ณ บ้านเขาล้าน อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เพื่อสะท้อนบทบาทด้านมนุษยธรรมของประเทศไทยที่ได้ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวกัมพูชาหลายแสนคนในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในอดีต แสดงถึงแนวทางการดำเนินนโยบายที่ยึดหลักมนุษยธรรมและสันติวิธีมาอย่างต่อเนื่อง

โฆษกกองทัพเรือกล่าวย้ำว่า ประเทศไทยเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการรุกล้ำอธิปไตยและภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในครั้งนี้ จึงได้เปิดพื้นที่ให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียนร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาออตตาวาที่ว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ตลอดจนการดำเนินการตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักมนุษยธรรม และการรักษาความมั่นคงชายแดนอย่างมีความรับผิดชอบ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพเรือ เร่งสอบปมกัมพูชาจับเรือประมงไทย หากผิดจริงจะดำเนินคดีถึงที่สุด

กองทัพเรือชี้กรณีจับกุมเรือประมงไทยอาจเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน ยืนยันยังห่วงใยและติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

งามไส้! สื่อเขมรตีข่าว จับเรือประมงไทย ลักลอบขนอาหารทะเลส่งเข้าเกาะกง

งามไส้! ทหารเรือกัมพูชาสกัดจับเรือประมงไทย "ก.โชคบูรพา" ลักลอบขนอาหารทะเลเถื่อนส่งเข้ากัมพูชา ต้นทางมาจากมหาชัยก่อนลงท่าเรือ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ผู้ว่าฯ เกาะกง ทำพิธีเผาทำลายโชว์สื่อ ส่วนของกลางราคาแพง "ปูนิ่ม-ปลาเก๋า" หายลึกลับก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ คาดคัดแยกไปแล้ว ส่วนที่เผามีจำนวนเล็กน้อย

หลักฐานคาตา! กัมพูชายอมรับเอง คลังแสงที่ยึดพบ 'ทุ่นระเบิดสังหาร' ละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

หลักฐานคาตา กัมพูชายอมรับเอง! คลังแสงที่ยึดพบ ‘ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลดัดแปลง–กระสุนปืนใหญ่’ ชี้ละเมิดอนุสัญญาออตตาวาอย่างชัดเจน

แต่ละอย่าง! ฉก.นย.ตราด เข้าควบคุมพื้นที่บ่อนกาสิโนเขมร พบสิงโต–หมีถูกขังในกรง

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ภายหลังที่ทหารนาวิกโยธินจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและต