'ทนายนกเขา' ร้องผู้ตรวจฯ สอบ กกต. จัดเลือกตั้งขัดรธน.

ทนายนกเขา’ ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน สอบ กกต. จัดเลือกตั้งไม่ลับ ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ขัดรัฐธรรมนูญ ขี้ฟ้อง ปชช. ข้อหาอั้งยี่รุนแรง บางพรรคเข้าข่ายกว่า

27 ก.พ. 2569 – ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา นำทีมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ในกรณีการจัดเลือกตั้ง ไม่ลับ ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม

นายนิติธร กล่าวว่า ตนเองยื่นร้องต่อผู้ตรวจการให้พิจารณาพฤติการณ์การกระทำของ กกต. และกระบวนการเลือกตั้งทั้งหมด ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยมองว่ากระบวนการเลือกตั้งทั้งหมดขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ขณะนี้มีประเด็นที่พอจะสรุปได้คือ คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ด ซึ่ง กกต. เคยแถลงข่าวว่าเชื่อมโยงข้อมูลได้ ซึ่งหากเชื่อมโยงข้อมูลได้ การเลือกตั้งจะลับหรือไม่ โดยในมาตรา 85 ของรัฐธรรมนูญ เขียนไว้ว่า “โดยตรงและลับเท่านั้น” ไม่ได้มีการอธิบายเพิ่มว่ามอบให้ใครเป็นผู้รักษาความลับ ฉะนั้นต้องลับด้วยกระบวนการ เมื่อใช้เทคโนโลยีเข้ามาก็มีปัญหาตามมาว่า ใครเป็นเจ้าของระบบและใครเข้าถึงระบบ

ส่วนกรณีบัตรเขย่งยังไม่มีคำตอบ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าความสัมพันธ์ของบัตรบัญชีรายชื่อและแบ่งเขต แตกต่างกันในระดับที่สูงมาก ซึ่งยังไม่มีคำตอบ ประเด็นสำคัญเรื่องสุจริตและเที่ยงธรรม หากจำได้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา การนับคะแนนจบ 100% แล้ว แต่ประกาศแค่ 95% ตามกฎหมายไม่อนุญาต การประกาศ 95% จะต้องมีเหตุสำคัญฉุกเฉินอย่างยิ่ง

นอกจากนี้เรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด มีข้อบ่งชี้ว่าการกระทำมีข้อสงสัย ในการออกระเบียบอาจมีการอ้างว่าการเลือกตั้งก่อนหน้านั้นก็มี แต่จะเห็นว่ากระบวนการเน้นไปในเรื่องของความปลอดภัยแต่ครั้งนี้ต่างออกไป เชื่อว่าหาก กกต. ตอบประชาชนว่ามีแบบนี้ การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.69 อาจจะไม่เกิดขึ้นประชาชนจำนวนมากก็จะไม่ออกไปใช้สิทธิจนกว่าจะพิสูจน์ได้ หาก กกต. อยากพิสูจน์ ขอให้เอาบัตรเลือกตั้งต้นขั้วที่ยังไม่มีการลงคะแนนมาเชื่อมระบบ

ส่วนที่ กกต. ตีความว่าสิ่งที่ทำอยู่สุจริตและโปร่งใส ฟังขึ้นหรือไม่นั้น นายนิติธร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงเรื่องสุจริตและบัตรเขย่งถามว่าสุจริตหรือไม่ อย่างไรก็ได้แล้วค่อยว่ากัน มาให้ถ้อยคำต่อผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามว่า ขณะที่ตอนนี้ประชาชนมีความสงสัย แต่ กกต. กลับเซ็นประกาศรับรอง สส. นายนิติธร มองว่า ขณะนี้ยังไม่มีองค์กรใดชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ลับ สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ กระบวนการเลือกตั้งก็ไปต่อได้ กระบวนการเลือกตั้งยังไม่จบ การรับรองก็รับรองไปก่อน คิดได้ว่ามีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ กกต. บอกว่ายังหาความผิดปกติไม่เจอ ถ้าถามถึงความชอบธรรมก็เป็นเรื่องที่น่าคิด

ท้ายที่สุดของคดี ตนเองคาดเดาไม่ได้ จึงมายื่นต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเพื่อที่จะได้ชี้ว่าไปอย่างไร จะนำไปสู่กระบวนการต่อไปของ กกต.ว่าบัตรเลือกตั้งแบบนี้ทำได้หรือไม่ และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกติกา หากย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งก่อนหน้านี้ เทคโนโลยีน้อยกว่านี้เยอะ เหตุใดสังคมจึงรู้สึกว่ามันลับ เลือกตั้งกันแบบธรรมดา เราก็มีสภาวะที่คนรู้ว่ามีการซื้อเสียง มีการย้ายบุคลากรเข้าไปรองรับการเลือกตั้ง แต่คนรู้สึกว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับกว่า

ผู้สื่อข่าวจึงถามว่า หากฝืนความรู้สึกของประชาชนมากๆ ทางกลุ่มมีแนวคิดถึงขั้นจะลงถนนหรือไม่ นายนิติธร กล่าวว่า ยังไม่มีประเด็นเพียงพอที่จะลงถนน ขณะนี้สังคมต้องคิดเรื่องซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มาตรฐานทางจริยธรรม ไม่ประพฤติผิดมาตรฐาน จริยธรรมอย่างร้ายแรง เราให้กระบวนการตรวจสอบทำหน้าที่ไป แต่คนจะมาทำหน้าที่คณะรัฐมนตรี หากเป็นบุคคลที่มีประวัติกระดำกระด่าง ถึงแม้จะไม่มีคดีและข้อบ่งชี้ถึงความซื่อสัตย์สุจริต ตนเองถึงจะเคลื่อนไหว

ทั้งนี้หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าการเลือกตั้งมิชอบด้วยกฎหมาย จะต้องมีคนรับผิดชอบ เราจะมีการยื่นดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ กกต. ต่อไป ส่วนการแจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน ตนเองมองไม่เห็นความผิด บ้านเรากฎหมายเป็นระบบกล่าวหา ส่วนตัวไม่เห็นว่าจะเข้าข้อกฎหมายอย่างไร กกต. มีมุมมองอย่างไรตนเองไม่ทราบ ตนเองไม่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่สิ่งที่ได้รับรู้จากสื่อมวลชน เห็นว่าไม่เพียงพอที่จะไปตั้งข้อกล่าวหาร้องทุกข์ ไม่รู้เจตนา กกต. แต่ส่วนตัวมองว่าไม่เหมาะสมไม่ควร

นายนิติธร ยังกล่าวถึงข้อหาอั้งยี้ซ่องโจรว่ารุนแรงเกินกว่าเหตุหรือไม่ว่า หน่วยงานรัฐหลายหน่วยงาน พรรคการเมืองบางพรรคก็ใกล้เคียงกับอั้งยี้ซ่องโจร ขอให้ไปเทียบดูแล้วกัน สำหรับการมายื่นร้องผู้ตรวจการแผ่นดินในวันนี้ หวังให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทำตามหน้าที่ ไม่จำเป็นต้องรอ กกต. เข้ามาชี้แจงก็สามารถสรุปสำนวนได้ หากต้องการพยานหลักฐานเพิ่มเติม ตนเองจะหาให้ทุกประเด็น แต่สำคัญคือผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มหากาพย์ 'สว.สีน้ำเงิน' เมื่อหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ชน มติ 5 ต่อ 2 เกราะคุ้มกันจะทะลุ หรือคุกคลองเปรมจะเปิด

'อดีตผู้พิพากษา' ชี้กลุ่มผู้สมัคร สว. แฉหลักฐานมัดตัว กกต.จะ 'เป่าคดีฮั้ว สว.' เป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โอกาส 1 ใน 5,567 ล้านล้านล้าน 2 คนจะเขียนโพยฃตรงกัน ปิดประตูความบังเอิญ หาก กกต. มีมติ 5 ต่อ 2 'ไม่มีมูล' เข้าข่ายมาตรา 157 เต็มๆ กลายเป็น'ใบเสร็จรับเงินคุก'

28ปี กกต.บนเส้นด้ายมรสุม "บัตรบาร์โค้ด" “เสี่ยงโมฆะ”พร้อมศึกในร้าวลึกเลื่อยขา"แสวง"

เสียงกลองรัวฉลองวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในช่วงเช้าวันที่ 9 มิ.ย.2569

'พริษฐ์' รับยื่นหนังสือ แฉหลักฐานมัด กกต. เป่าคดีฮั้ว สว. ตั้ง 4 ข้อพิรุธ

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับหนังสือจากกลุ่มผู้สมัคร สว. และพ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งในปี 2567 เพื่อร้องเรียนถึงข้อพิรุธการเลือก สว. ครั้งที่ผ่านมาและข้อพิรุธการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการจัดการเรื่องสว. ครั้งที่ผ่านมา

ประธาน กกต. แจงคดีฮั้ว สว. ดูละเอียด 12 จันทร์ ลั่นไม่รวบรัด

ประธาน กกต. เผยการพิจารณาคดีฮั้ว สว. จะประชุมทุกวันจันทร์แบบจันทร์เว้นจันทร์ รวม 12 ครั้ง เหตุมีข้อมูลและเอกสารจำนวนมาก ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนลงมติครั้งเดียว ย้

สว.สำรอง แฉผู้มีอำนาจใหญ่ ชอบใส่กางเกงขาสั้น สั่งคว่ำคดีฮั้ว สว.

นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง แถลงกรณีกระบวนการโกงเลือกสว. และมีเจ้าหน้าที่เข้าไปมีส่วนเอื้อประโยชน์หรือพบเห็นการกระทำความผิดแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการ ว่า กรรมการการเลือกตั้งที่มีบทบาทคือนายฐิติเชษฐ์ นุชนาฏ