'อ.บุญส่ง' วิเคราะห์โจทย์ใหม่ของไทย จากสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน

2 มีนาคม 2569 - รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กับโจทย์ใหม่ของไทย" มีเนื้อหาดังนี้

ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อเกิดการใช้อาวุธโดยตรงระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิหร่าน ที่ดึงเอาหลายประเทศเข้าสู่วิกฤตตามไปด้วย จนนำไปสู่การเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมากและผู้นำระดับสูงสุดของอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี จากการโจมตีทางอากาศ เหตุการณ์เช่นนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่สะเทือนถึงระดับระเบียบโลก เพราะเมื่อมหาอำนาจตัดสินใจใช้อำนาจแข็ง (Hard Power) กับรัฐที่มีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ผลสะเทือนย่อมขยายวงเกินกว่าพรมแดนของคู่ขัดแย้ง

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่อาจอธิบายได้ด้วยเหตุผลเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ควรถูกทำความเข้าใจในฐานะ “แรงปะทะของอำนาจ” หลายระดับที่ซ้อนทับกันอยู่ แรงปะทะแรกคือมิติ “อำนาจทางทหาร” ของมหาอำนาจโลก สหรัฐฯ ดำรงบทบาทผู้จัดระเบียบความมั่นคงระหว่างประเทศมายาวนาน ความน่าเชื่อถือในการป้องปรามคือหัวใจของสถานะดังกล่าว เมื่อเผชิญความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ การไม่ตอบสนองย่อมถูกตีความว่าเป็น “ความอ่อนแอ” และ “เปิดช่องว่างอำนาจ” ดังนั้น การใช้กำลังในบางสถานการณ์จึงเป็นการส่งสัญญาณไปยังทั้งคู่ขัดแย้งและพันธมิตรว่าเส้นแบ่งของการยอมรับได้อยู่ตรงใด นี่คือการเมืองของ “ความน่าเชื่อถือ” ซึ่งบางครั้งมีน้ำหนักมากกว่าชัยชนะเชิงยุทธวิธี

แรงปะทะที่สองคือมิติ “อำนาจภูมิภาค” อิหร่านมิได้แข่งขันด้านอาวุธและกำลังทหารกับสหรัฐฯ หากแต่สถาปนาอิทธิพลผ่านเครือข่ายพันธมิตร อุดมการณ์ และศักยภาพทางทหารที่ไม่บ่งชัด เพื่อสร้าง “ภาพ” ให้เกิดต้นทุนต่อฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ต้องเผชิญหน้าโดยตรง การสังหารผู้นำของอิหร่าน อาจถูกมองว่าเป็นการตัดศีรษะเชิงยุทธศาสตร์ แต่ในเชิงอำนาจ มันอาจกลายเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการรวมตัวทางอุดมการณ์และการตอบโต้ในทุกแนวรบ เพราะอำนาจภูมิภาคมิได้ตั้งอยู่บนบุคคลเพียงคนเดียว หากตั้งอยู่บนเครือข่ายและความรู้สึกร่วมของฐานสนับสนุน

แรงปะทะที่สามคือมิติ “อำนาจทางพลังงาน” ตะวันออกกลางคือศูนย์กลางของระบบพลังงานโลก เส้นทางขนส่งน้ำมันและสินค้า 2 ช่องคือ ช่องแคบฮอร์มุซ และช่องแคบบับ อัล-มันเดบ เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ไปยังยุโรป ถ้าเส้นทางเหล่านี้ถูกคุกคาม ราคาพลังงานจะผันผวนทันที และส่งแรงกระเพื่อมไปยังเงินเฟ้อ ตลาดทุน และเสถียรภาพเศรษฐกิจของโลก

อีกมิติหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามคือ “อำนาจเชิงโครงสร้างของมหาอำนาจอื่น” โดยเฉพาะจีนและรัสเซีย จีนมีผลประโยชน์ด้านพลังงานและเส้นทางการค้าในตะวันออกกลางอย่างลึกซึ้ง และมีบทบาทเป็นผู้ท้าทายอำนาจนำของสหรัฐฯ ในระดับระบบโลก ขณะที่รัสเซียมีความสัมพันธ์ทางทหารและยุทธศาสตร์กับอิหร่านอย่างใกล้ชิด หากสองประเทศนี้เลือกแสดงบทบาทเชิง “สนับสนุน” หรือ “ถ่วงดุล” อย่างเปิดเผย ความขัดแย้งจะไม่ใช่เพียงการเผชิญหน้าระหว่างสองรัฐ แต่จะกลายเป็นการจัดวางสมดุลอำนาจใหม่ในระดับมหาอำนาจ ซึ่งยกระดับความเสี่ยงของระบบโลกโดยตรง

จุดอันตรายที่สุดของสถานการณ์ปัจจุบัน จึงมิได้อยู่ที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หากอยู่ที่การ “ซ้อนทับ” กันของแรงปะทะทั้งสี่ เมื่อสหรัฐฯ ต้องรักษาความน่าเชื่อถือ อิหร่านต้องรักษาศักดิ์ศรีและอิทธิพล ระบบพลังงานโลกเพิ่มต้นทุนให้กับทุกฝ่าย และการเกี่ยวพันของจีนและรัสเซีย ความขัดแย้งย่อมมีแนวโน้มยกระดับเป็นวงจรที่ควบคุมได้ยาก

สำหรับ “ไทย” สถานการณ์ดังกล่าวคือบททดสอบเชิงยุทธศาสตร์อย่างแท้จริง ไทยเป็นรัฐขนาดกลางที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าและผูกพันกับเศรษฐกิจโลกอย่างลึกซึ้ง การวางตัวจึงต้องตั้งอยู่บนหลักการและผลประโยชน์ของชาติอย่างรอบคอบ ไทยควรยืนหยัดบนหลักกฎหมายระหว่างประเทศและการลดการใช้กำลัง สนับสนุนกระบวนการเจรจาและการคลี่คลายความขัดแย้ง เพราะเสถียรภาพของระบบโลกคือเงื่อนไขพื้นฐานของความมั่นคงไทยเอง ที่สำคัญไทยต้องเตรียมมาตรการรองรับความผันผวนด้านพลังงานและเศรษฐกิจ การกระจายแหล่งนำเข้า และการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน นอกจากนั้นควรดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบสมดุล รักษาพื้นที่ทางการทูตกับทุกฝ่าย โดยไม่ผูกพันเชิงความมั่นคงจนสูญเสียความยืดหยุ่น

ในโลกที่แรงปะทะของอำนาจกำลังสั่นคลอนระเบียบเดิม ความอยู่รอดของรัฐขนาดกลางมิได้ขึ้นอยู่กับการ “เลือกข้าง” อย่างเร่งรีบ หากแต่อยู่ที่การอ่านรักษาดุลยภาพแห่งผลประโยชน์ และเพิ่มความยืดหยุ่นเชิงยุทธศาสตร์ให้มากที่สุด เพราะเมื่อมหาอำนาจเผชิญหน้ากัน พื้นที่ปลอดภัยของรัฐขนาดกลางจะยิ่งแคบลง และมีเพียงความสุขุม รอบคอบ และวิสัยทัศน์ระยะยาวเท่านั้นที่จะทำให้ไทยยืนอยู่ได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความผันผวนของโลก

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ธนกร' สั่ง ก.อุตฯ เร่งประเมินผลกระทบสงครามสหรัฐ-อิหร่าน จัดทำมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น

'ตรีนุช' เผยแรงงานไทยในอิสราเอล-อิหร่าน แจ้งขอกลับประเทศ ยังมีไม่มาก

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวถึงกรณีแรงงานไทยในอิสราเอลแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยน้อยว่า ขณะนี้มีการแจ้งความประสงค์มาไม่มาก แต่ได้มอบให้ปลัดกระทรวงแรงงาน และทูตที่ประจำอยู่ในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลางคอยติดตามสถานการณ์

ประธานสภาอุตฯ หวั่นสงครามตะวันออกกลางบานปลาย ทุบเศรษฐกิจไทยหนัก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางว่า ในการประชุมประเมินสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง นายกรัฐมนตรี ที่มีเป็นประธานจะหารือเกี่ยวกับเรื่องการหามาตรการรับมือกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

นายกฯ ประชุมหามาตรการรับมือผลกระทบเศรษฐกิจไทย เหตุสู้รบตะวันออกกลาง

นายกฯ ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจ ฟังข้อเสนอรับมือผลกระทบสู้รบในตะวันออกกลาง หวังจำกัดความเสียหายต่อไทยน้อยที่สุด พร้อมหามาตรการรับมือด้านเศรษฐกิจทางตรง-ทางอ้อม ย้ำให้ความสำคัญความปลอดภัยคนไทย-ธุรกิจไทยในพื้นที่

'อ.บุญส่ง' แพร่บทความ ถ้าการบุกจับผู้นำรัฐอื่น 'ถูกกฎหมาย' : ระเบียบโลกก็ไร้ความหมาย

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง ถ้าการบุกจับผู้นำรัฐอื่น “ถูกกฎหมาย”: ระเบียบโลกก็ไร้ความหมาย มีเนื้อหาดังนี้