'อ.ไชยันต์' ยกพระราชนิพนธ์ รัชกาลที่ 6 สอนเรื่อง 'การใส่สูท ในเมืองร้อน'

11 มี.ค. 2569 - ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ การใส่สูท ในเมืองร้อน” มีเนื้อหาดังนี้
….
“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายสองคนจากชมพูทวีป คนหนึ่งชื่อ จัน คนหนึ่งชื่อ อิน ได้เดินทางไปยังดินแดนอันไกลโพ้นที่มีชื่อว่า อุตตรกุรุ
อินและจันเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกภาพน่าประทับใจ และช่างสังเกตจดจำสิ่งต่างๆที่ได้พบพานในอุตตรกุรุ
เมื่อทั้งสองเดินทางกลับมายังชมพูทวีป พวกเขาได้นำเสื้อผ้าอาภรณ์ที่งดงามจากอุตตรกุรุกลับมาด้วย เป็นเสื้อผ้าอย่างที่ชาวอุตตรกุรุสวมใส่
ขณะเดียวกัน ชาวชมพูทวีปเองก็มีเสื้อผ้าในแบบของตนเองด้วย
แต่แน่นอนว่า ย่อมแตกต่างไปจากชุดของชาวอุตตรกุรุที่อินกับจันนำติดตัวกลับมา
บรรดาผู้คนชาวชมพูทวีปต่างมารายล้อมอินกับจัน และตื่นตากับเสื้อผ้าและไถ่ถามเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คนในอุตตรกุรุ
อินกับจันมีความภาคภูมิใจที่ตนเป็นจุดสนใจของผู้คน แต่อินกับจันต่างกัน
เพราะต่อมาไม่นาน จันเริ่มเห็นว่า แม้ว่าเสื้อผ้าของอุตตรกุรุนั้นจะสวยงดงามและมีคุณประโยชน์
แต่มันดูจะหนาเกินไปหน่อยสำหรับสภาพอากาศปกติประจำวันในชมพูทวีปที่มีความร้อนกว่าอุตตรกุรุ
จันจึงไม่ใส่เสื้อผ้านั้น แต่จะใส่ในบางโอกาสเท่านั้นหากสภาพอากาศอำนวย และเขากลับมาใส่เสื้อผ้าของชมพูทวีปตามเดิม
และจากประสบการณ์ที่เขาได้จากการรู้จักเสื้อผ้าของอุตตรกุรุ เขาได้นำมาใช้ปรับปรุงพัฒนาผ้าของชมพูทวีปให้มีคุณภาพดีเท่ากับเสื้อผ้าของอุตตรกุรุ
และปรับให้เหมาะสมกับสภาพอากาศของบ้านเกิดเมืองนอนของเขา
การทดลองปรับปรุงคุณภาพของผ้านั้นต้องใช้เวลาพอสมควร จันจึงใช้เวลาไปกับการทดลองต่างๆ และไม่มีเวลาโชว์ตัวเป็นฮีโร่ในหมู่ชาวชมพูทวีป แต่กลายเป็นคนที่ง่วนอยู่กับการลงแรงลงงานไปเพื่อพัฒนาคุณภาพของผ้าชมพูทวีป
และจากการที่เขาใช้เวลาหมกมุ่นไปกับการปรับปรุงคุณภาพผ้าของเขา จึงไม่มีใครเห็นเขาเป็นฮีโร่อีกต่อไป
เพราะการที่ใครจะเป็นฮีโร่ คนนั้นจะต้องพูด ! ซึ่งเป็นสิ่งที่อินทำ
อินยังคงเที่ยวพูดเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่เขาได้มาจากอุตตรกุรุ
เขาทำให้คนเข้าใจว่า คนชมพูทวีปที่จะอยากจะได้ชื่อว่าเป็นคนศิวิไลซ์ (civilized มีอารยะ) จะต้องใส่เสื้อผ้าแบบนั้น ตามแบบชาวอุตตรกุรุ ซึ่งล้วนเป็นคนศิวิไลซ์ และต่างก็สวมชุดอย่างที่อินสวมใส่
ชุดที่ว่านี้ทำจากผ้าวูลหนา (ขนสัตว์) อินก็ต้องทนร้อนเหงื่อแตกท่วมตัวในขณะที่สวมชุดที่ว่านี้ แต่เขาจะไม่ปริปากให้ใครรู้
ดังนั้น บรรดาคนที่ได้ฟังอิน ต่างก็พากันเคลิบเคลิ้มตามเขา และเริ่มสวมเสื้อผ้าตามแบบที่อินใส่
พวกเขาก็พบปัญหาเดียวกันกับอิน นั่นคือ ใส่แล้วร้อนเหงื่อแตกท่วมตัว
แต่พวกเขายอมทน เพราะต้องการจะเป็นคนศิวิไลซ์
แต่ก็มีบางคนที่ไม่ยอมรับเสื้อผ้าแบบนั้น และพวกเขาจะถูกเรียกว่าเป็นพวกปฏิกิริยาหรือเป็นพวกโง่
จนในที่สุด พวกเขาก็ต้องยอมใส่เสื้อผ้าแบบนั้นเพราะไม่สามารถรับมือกับความอึดอัดจากสายตาและคำถากถางของผู้คนชมพูทวีปที่ใส่เสื้อผ้าตามแบบชาวอุตตรกุรุ
แต่กระนั้น พวกเขาก็จะใส่แต่เฉพาะตอนที่ต้องออกจากบ้านไปเจอะเจอผู้คนเท่านั้น
ส่วนเวลาอยู่บ้าน พวกเขาก็จะใส่เสื้อผ้าของชมพูทวีปตามปกติ
คนแบบนี้ไม่ได้ชอบใส่ชุดแบบนั้นจริงๆ แต่ทำไปเพื่อหลอกอินให้คิดว่า พวกเขาเชื่ออิน ซึ่งจริงๆแล้ว
นอกจากพวกเขาจะหลอกอินแล้ว พวกเขายังหลอกตัวเองด้วย เพียงแต่พวกเขาไม่ยอมรับว่ากำลังหลอกตัวเองอยู่
ส่วนคนที่กระตือรือร้นที่จะใส่ชุดอุตตรกุรุทันที จะมีปัญหามากมาย
เริ่มต้นก็คือ ไม่สามารถทำชุดที่เหมือนตามแบบได้เป๊ะทุกรายละเอียด เพราะไม่มีวัตถุดิบเหมือนอย่างที่ชาวอุตตรกุรุมี
ดังนั้น วัตถุดิบอะไรที่มีอยู่ในชมพูทวีปก็จะถูกนำมาใช้ตัดเย็บตามแบบ ซึ่งมันก็ไม่ได้เหมือนตามแบบของอุตตรกุรุ
สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ชุดที่ดูคล้ายกับชุดของชาวอุตตรกุรุ แต่ดูประหลาดประดักประเดิด เป็นที่ขบขันสำหรับคนที่เป็นชาวอุตตรกุรุแท้ๆที่มีโอกาสได้เดินทางมาชมพูทวีป
แต่ชาวชมพูทวีปที่แต่งกายเลียนแบบนั้น ไม่รู้ตัวหรอกว่า พวกเขาได้กลายเป็นตัวตลกไปสำหรับชาวอุตตรกุรุ
ดังนั้น พวกเขาก็ยังคงใส่เสื้อผ้าที่ตัดเย็บขึ้นด้วยผ้าวูลหนาต่อไป โดยไม่รู้ว่าตัวเองถูกมองอย่างไร ได้แต่คิดว่าตัวนั้นโก้เก๋ศิวิไลซ์
เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขาเริ่มรู้สึกว่า เสื้อผ้าที่สวมใส่นั้นมันไม่ค่อยจะสบายเนื้อตัวเลย และเริ่มหงุดหงิด
จนคนบางคนที่ฉลาดเริ่มคิดและได้ข้อสรุปว่า ที่รู้สึกไม่สบายเป็นเพราะอากาศ !
ถ้าพวกเขาเป็นคนป่า การแก้ปัญหาความไม่สบายเนื้อสบายตัวจากการสวมใส่เสื้อผ้าแบบนั้น ก็คือ แค่ถอดเสื้อผ้าออก แล้วก็จะหายร้อนหายอึดอัดได้ทันที
แต่พวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะกลัวจะถูกหาว่าเป็นคนป่า พวกเขาจึงพยายามมองหาอะไรที่จะมาเป็นแพะหรือเป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาสวมเสื้อผ้าแบบนั้นแล้วไม่สบายตัว
ในที่สุด พวกเขาก็โทษรัฐบาลชมพูทวีป !
คนที่มีอำนาจจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคนเหล่านี้เป็นพวกหัวโบราณที่ปกครองบ้านเมืองไม่เป็น
พวกเขาจะร้องโวยวายว่า “ทำไมรัฐบาลไม่ทำอะไรสักอย่าง ?”
“รัฐบาลรู้ดีว่า พวกเราต้องร้อนมากในการใส่ชุดของเรา รัฐบาลไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือ ? คนอุตตรกกุรุเขาไม่มีปัญหาอะไรกับการใส่เสื้อผ้าที่ไม่ต่างจากที่พวกเราใส่ แต่พวกเรากลับร้อนจนแทบจะหายใจไม่ออก”
พวกเขาก็จะก่นบ่นด่าแบบนี้ไปเรื่อยๆไม่รู้จบ !
การที่เสื้อผ้าวูลไม่เหมาะกับสภาพอากาศของชมพูทวีปเป็นความผิดของรัฐบาล
แต่ไม่มีใครเคยคิดโทษที่ตัวเสื้อผ้า หรือโทษคนๆแรกที่มาแนะนำให้พวกเขาใส่ชุดแบบนั้นโดยไม่พิจารณาให้ดีว่ามันเหมาะหรือเปล่า !
ไม่มีใครที่คิดจะฟัง เวลามีคนบอกว่า ชุดแบบนั้นอาจจะไม่อึดอัดมากขนาดนั้นหากใช้วัสดุที่บางกว่าวูล เช่น ผ้าฝ้าย หรือ ผ้าไหม !
แต่คนชมพูทวีปคิดว่า ยังไงๆ พวกเขาก็จะต้องใส่ชุดที่ทำจากวูลให้ได้ เพราะชาวอุตตรกุรุก็ใส่ชุดที่ทำจากวูล
เพราะมันคือความศิวิไลซ์
แล้วพวกเขาก็ร้อนเหงื่อแตกท่วมตัวและพร่ำบ่นต่อไป
ขณะเดียวกัน อินเป็นอย่างไร ?
อินในฐานะคนอัจฉริยะ ที่เป็นคนนำการสวมชุดวูลจากอุตตรกุรุเป็นคนแรกของชมพูทวีป ?
โอ้ ! อินเป็นคนฉลาด
หลังจากที่เขาได้กลายเป็นคนมีชื่อเสียง และเวลาเขาอยู่บ้าน เขาก็จะไม่ใส่ชุดวูลที่ทั้งหนาและหนัก แต่จะกลับไปใช้เสื้อผ้าฝ้ายที่เป็นชุดของชมพูทวีป แต่เขาจะใส่ยามที่ไม่มีใครเห็น
ต่อมาไม่นาน คนรุ่นหลังๆในชมพูทวีปก็จะพากันลืมเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับ อิน และก็จะพากันรุมล้อมฮีโร่คนใหม่
ที่มีอะไรใหม่ๆ และจะพูดปัญหาเกี่ยวกับเสื้อวูล และความไม่ใส่ใจของรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาการใส่ชุดวูลแล้วไม่สบายตัวของชาวชมพูทวีป
ส่วน จัน เขายังคงง่วนอยู่กับงานของเขาและพยายามหาทางที่จะปรับปรุงเสื้อผ้าที่เหมาะสม และก็ยังเป็นคนที่ไม่ได้โดดเด่นมีความสำคัญอะไรเหมือนเดิม
--------------------------------
นิทานข้างต้นนี้ ผมได้แปลและเก็บความจากพระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เรื่อง “Education and Unrest in the East” ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Siam Observer พ.ศ. 2455 ในนามปากกา “อัศวพาหุ” (Asvabahu)
------------------------
ป.ล. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตั้งคำถามต่อท้ายนิทานเรื่องนี้ไว้ด้วยว่า
“นิทานเรื่องนี้สอนอะไรเรา" ?

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กองทัพเรือ' ยกระดับมาตรการประหยัดพลังงาน เสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

'กองทัพเรือ' ยกระดับมาตรการประหยัดพลังงาน รับมือความผันผวนสถานการณ์ตะวันออกกลาง เสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

ดับฝันเลือกตั้งใหม่ ‘ไชยันต์’กางระเบียบกกต.ยัน/‘บวรศักดิ์’ยํ้า‘ลับ’ไม่มีอยู่จริง

"ไชยันต์" ไขปริศนา เป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งจะโมฆะจนต้องเลือกตั้งใหม่ กางระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 ข้อ 129 ระบุชัด กกต.

'ไชยันต์' ไขข้อข้องใจบัตรเลือกตั้งปี 69 ย้ำสืบค้นย้อนหลังว่าใครเลือกใครไม่ได้

อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายเหตุผลที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดให้มี QR Code

'อ.ไชยันต์' ยกเคสบัตรเลือกตั้งอังกฤษ มีบาร์โค้ด 'ไม่ลับ' ทางทฤษฎี

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ประจำภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง "บัตรเลือกตั้งอังกฤษก็มี barcode ไม่ลับทางทฤษฎี (วิษณุ เครืองาม) แต่สืบถึงตัวสุดยาก" โดยระบุว่า

'ไทยยามาฮ่า'ส่งต่ออัตลักษณ์ไทย สู่ThaiGP Collection เสื้อโปโลผ้าไหมไทยลายของ'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ'

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดตัวเสื้อโปโลคอลเลกชันพิเศษ เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดฤดูกาลแข่งขัน MotoGP 2026 ในรายการ PT Grand Prix of Thailand 2026 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ โดยในปีนี้ ไทยยามาฮ่าได้ออกแบบเสื้อโปโลคอลเลกชันสุดพิเศษ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผ่านผ้าไหมไทย “ผ้าลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ลายพระราชทานจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ซึ่งเป็นลายผ้าอันทรงเอกลักษณ์ นำมาถักทอ และผสมผสานกับภูมิปัญญาพื้นถิ่น โดยช่างทอผ้าในอำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์

'อ.ไชยันต์' ยกบทเรียน 'ทรัมป์' ประท้วงเลือกตั้งปธน.สหรัฐ ศาลลงโทษแกนนำจำคุก 20 ปี

ศ.ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ศาลตัดสินลงโทษผู้ประท้วงอย่างผิดกฎหมาย 2564 หลังผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีอเมริกัน