เทพไทยันเรื่องจริง! ที่นายหัวชวนบอก อสม.ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

11 มี.ค.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ยืนยัน อสม. ซื้อเสียงให้ สส.จริง” ระบุว่า จากกรณีที่นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตประธานรัฐสภา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ถึงการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 ว่า พี่น้องประชาชนอาจจะไม่รู้ว่า นักการเมืองใช้หน่วยงานไหนทุจริตการเลือกตั้งได้ดีที่สุด นั่นก็คือ อสม. นอกจากนั้นยังได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ ให้ช่วยควบคุม ปกป้อง อสม. อย่าให้นักการเมืองใช้ อสม.เป็นเครื่องมือในการซื้อเสียง

ต่อมาได้มีแถลงการณ์จากประธานชมรม อสม.แห่งประเทศไทย โดยนายอมรินทร์ นิ่มนวล ได้ออกแถลงการณ์ว่า ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านแห่งประเทศไทย ขอแสดงความห่วงใยต่อการสื่อสาร ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ต่อบทบาทของพี่น้อง อสม.ทั่วประเทศ เพื่อที่จะอธิบายหรือชี้แจงว่า อสม.ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการซื้อเสียง

ผมคนหนึ่งที่ได้ติดตามการเลือกตั้ง ในฐานะผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และเห็นว่า คำพูดของนายชวน หลีกภัย เป็นคำพูดที่ยืนยันข้อเท็จจริงว่า มีนักการเมืองได้ใช้ อสม.เป็นเครื่องมือในการซื้อเสียงจริง แต่อาจจะไม่ใช่ อสม.ทั้งหมด หรือ อสม.ทุกคน แต่พอจะอนุมานได้ว่า เป็น อสม.ส่วนใหญ่ที่เป็นเครื่องมือให้กับนักการเมืองในการซื้อเสียง และต้องยอมรับความจริงว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มี 3 องค์กร 3 กลุ่ม ที่มีบทบาทสำคัญในการซื้อเสียง คือ

1.กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น ตั้งแต่นายก อบจ. สจ. นายกเทศมนตรี สท. นายก อบต. และสมาชิก อบต. เป็นเครื่องมือให้กับพรรคการเมือง นักการเมืองในการซื้อเสียง ได้ใช้เครือข่ายที่เคยซื้อเสียงกันมา ในสมัยเลือกตั้งท้องถิ่น มาซื้อเสียงให้กับนักการเมืองระดับชาติอีก

2.กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน มีการใช้กลไกของหน่วยงานราชการ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกำนันผู้ใหญ่บ้าน จึงใช้กลไกอำนาจรัฐ สั่งการให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้มีบทบาทในการซื้อเสียง

3.กลุ่ม อสม.ซึ่งเป็นองค์กรจิตอาสา ที่ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีพรรคการเมืองบางพรรคใช้กลไกของ อสม.ซื้อเสียงมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 จนถึงการเลือกตั้งปี 2569 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงได้ใช้ อสม.เป็นเครื่องมือในการซื้อเสียง เพราะมีบทบาทใกล้ชิดกับประชาชน มีความน่าเชื่อถือ มีความเชื่อใจ จึงทำให้การซื้อเสียงประสบความสำเร็จ

สิ่งที่นายชวน หลีกภัย ได้กล่าวถึง ไม่ได้หมายความว่า เป็น อสม.ทุกคน แต่เป็น อสม.บางกลุ่ม บางส่วน ที่เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับนักการเมือง ที่นักการเมืองมีทั้งคนดีและคนไม่ดี มีทั้งคนซื้อเสียงและคนไม่ซื้อเสียง แต่ยุคนี้นักการเมืองที่ซื้อเสียงมีมากกว่านักการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง

เพราะฉะนั้นการที่ออกมาพูดถึงการซื้อเสียงของ อสม.เป็นเรื่องจริง และมีการบิดเบือนว่า จะมีการเสนอยุบองค์กร อสม.นั้นไม่เป็นความจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดของนายชวน หลีกภัย ซึ่งเป็นผู้สถาปนาองค์กร อสม. ในสมัยที่นายชวนหลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และมาถึงยุคของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้สนับสนุนให้มีค่าตอบแทน อสม.เดือนละ 600 บาทเป็นครั้งแรก ซึ่งเจตนารมณ์ของการมี อสม. เพื่อดูแลด้านสาธารณสุข ด้านสุขภาพของประชาชน แต่มีนักการเมืองบางกลุ่ม พรรคการเมืองบางพรรค กลับบิดเบือนใช้ อสม.เป็นเครื่องมือในการซื้อเสียง

จึงทำให้นายชวน หลีกภัย ผู้ที่สนับสนุนหรือสถาปนาให้มีองค์กร อสม. รู้สึกผิดหวัง และเชื่อว่าอสม.จะได้รับการสนับสนุนให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพียงแต่ไม่อยากให้ อสม.ทำงานผิดไปจากเจตนารมณ์ โดยตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการซื้อเสียง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แนะรัฐบาลเร่งแก้ 4 ปัญหา ชั่งน้ำหนักในสงครามมิตรประเทศ

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "4 ปัญหา ที่รัฐบาลต้องรับมือและแก้ไข" โดยระบุว่า

ภูมิใจไทยยิ่งผยอง! แนะ 'พท.-กธ.-ปชน' ดัดหลัง งดโหวตเลือกนายกฯ คะแนนไม่ถึง 250 เสียง ชื่อ 'อนุทิน' ตก

เทพไท ระบุเมื่อผลการเลือกตั้งสส.ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้รับเลือกตั้งเป็นอันดับ1 มีส.ส.จำนวน 193 คนได้รับชัยชนะอย่างท้วมท้น จนทำให้แกนนำพรรคทะนงตัว