ประชาคมแพทย์เหลืออด! บอกอินฟลูฯ เตรียมรับแรงกระแทกปมสร้างตราบาปหมู่สกุลเสี่ยง

11 มี.ค.2569 – แอดมินเพจประชาคมแพทย์โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ถึง Influencer ดัง — เตรียมรับแรงกระแทกไว้ให้ดี” ระบุว่า ถ้าคุณคิดจะเอา “นามสกุล” ของใครสักคน หรือ ใครหลายคนใน 14 ตระกูลมาโยงกับโรคทางพันธุกรรม แล้วปล่อยให้คนทั้งโลกช่วยกันจำว่า “สกุลนี้เสี่ยง” “สกุลนี้ต้องระวัง” “สกุลนี้มีปัญหาเวลาต้องดมยา” 

เราขอบอกตรง ๆ ว่า คุณไม่ได้กำลังให้ความรู้ แต่กำลังก่อ ตราบาปหมู่ ให้คนทั้งตระกูล และคำถามที่คุณหนีไม่พ้นก็คือ คนในสกุลเดียวกันที่ไม่ได้เป็นคนไข้ของคุณ กรณีที่คุณเป็นหมอ หรือ ไม่ได้ Follow คุณ ในกรณีที่คุณเป็น Influencer ไม่ได้ส่งเรื่องมา ไม่ได้อนุญาต และไม่เคยรู้เรื่องอะไรด้วย เขายินยอมแล้วหรือยัง?

นี่คือปัญหาของการทำคอนเทนต์แบบไม่รู้ขอบเขต คุณอาจอ้างว่าเล่าแค่ “เคสหนึ่ง” แต่อัลกอริทึมของโซเชียลไม่ได้หยุดแค่เคสเดียว มันพาคนดูทั้งประเทศไปจำ “นามสกุล” แล้วก็เริ่มแสวงหา นามสกุลอื่นๆอีก ว่ามี สกุลใดบ้าง แล้วจากนั้นเรื่องก็ไม่ใช่โรคอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นการชี้เป้าว่า ตระกูลนี้น่าสงสัย ตระกูลนี้ต้องระวัง
ตระกูลนี้อาจมีปัญหา คนที่ไม่เคยพูดอะไร คนที่ไม่เคยป่วย คนที่อาจไม่ได้มียีนผิดปกติ กลับต้องโดนสายตาสังคมสแกนไปด้วย เพียงเพราะใช้นามสกุลเดียวกัน

นี่ไม่ใช่ความรู้ นี่คือ การเอาความกลัวมาปั้นเป็นคอนเทนต์ การอ้างว่าเปิดเผยเพื่อ “ประโยชน์สาธารณะ” หรือ “เพื่อป้องกันสูงสุดกรณีต้องดมยาสลบ” เพราะในโลกความจริง แพทย์ไม่ได้คัดกรองคนไข้ก่อนดมยาด้วยการไล่ท่องจำ blacklist นามสกุลเสี่ยง กันอยู่แล้ว แม้หมอดมยา (วิสัญญีแพทย์) บางคน อาจมี List นี้อยู่ในมือ
จากทางใดทางหนึ่ง แต่ไม่ใช่เรื่องที่สมควรป่าวประกาศให้โลกรู้

สิ่งที่ทำจริงคือ ซักประวัติผู้ป่วยทุกราย ถามว่าตัวคนไข้ เองเคยมีปัญหาจากยาสลบไหม ถามว่าคนในครอบครัวหรือญาติเคยมีปัญหาระหว่างหรือหลังดมยาสลบไหม ถ้าสงสัยก็หลีกเลี่ยงยาที่เสี่ยง เตรียมทีม เตรียมระบบ
เตรียมการรับมือ นี่เรียกว่า การแพทย์

แต่การโยนนามสกุลออกมาให้คนทั้งประเทศช่วยกันจำ นั่นไม่ใช่การแพทย์ นั่นคือ การทำบัญชีดำทางสังคม
พูดให้ง่ายที่สุดคือ การซักประวัติครอบครัวก่อนดมยา เป็นการป้องกัน แต่การเปิดประเด็น “สกุลเสี่ยง” กลางสาธารณะ คือการผลิต ตราบาป

ถ้าจะเถียงว่ามีประโยชน์ ก็ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า มีประโยชน์กับใครบ้าง? กับผู้ป่วยจริงหรือ หรือกับความสะดวกของคนบางคนที่อยากจำแบบลัด ๆ เช่น คลินิกเสริมความงาม หมอดมยา ฝ่าย Underwrite บริษัทประกัน
ถ้าผลดีที่อ้างมีมากสุดแค่ช่วยให้หมอดมยาบางคน “นึกถึง MH ได้เร็วขึ้น” แต่ผลเสียคือคนทั้งตระกูลถูกเพ่งเล็ง
ถูกเหมารวม ถูกระแวง ถูกเลือกปฏิบัติ ถูกรังเกียจแม้ยังไม่รู้ข้อเท็จจริงของตัวเองด้วยซ้ำ บางคนบอก ว่า ลูกหลานของตระกูลนั้น บางคนที่ไม่เคยรู้ จะได้รู้

คุณคิดว่า มันคุ้มแล้ว หรือที่คิดแบบนี้ โดยลงทาง Social ให้โลกรู้ไปพร้อมกับเขา ทั้งๆที่เขา มีโอกาสจะรู้จากต้นทาง หากคนในครอบครัวบอกกันเอง จะโอกาสมากหรือน้อย มันก็สมควรแก่เหตุ แม้ไม่ดีที่สุด แต่ยังดีกว่าถูกเป็น Blacklist ในสังคม

แบบนี้มันไม่ใช่มาตรการป้องกัน แต่มันคือ มาตรการที่โหดร้ายเกินสัดส่วนของประโยชน์

ยิ่งถ้าคนที่ทำเรื่องนี้เป็น “หมอ” ยิ่งน่าตั้งคำถามหนักกว่าเดิม เพราะหมอควรเข้าใจดีที่สุดว่า ข้อมูลที่พาดพิงไปถึงสุขภาพหรือพันธุกรรมของคนอื่นนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน หมอมีหน้าที่ให้ความรู้ ไม่ใช่ใช้ชื่อเสียงของตัวเองลาก “ทั้งสกุล” ของใครบางคนออกมาแขวนไว้กลางสังคม แล้วปล่อยให้ลูกเพจไปช่วยกันขยายผลต่อ

การทำแบบนี้ไม่ใช่ความกล้าหาญทางวิชาชีพ แต่มันคือ ความมักง่ายทางจริยธรรม ส่วนคนที่ไม่ใช่หมอ ถ้าจะอ้างว่า “ก็มีลูกเพจมาเล่าให้ฟัง” ก็ขอบอกเลยว่า ฟังไม่ขึ้นเหมือนกัน เพราะการที่มีคนส่งเรื่องมา ไม่ได้แปลว่าคุณได้สิทธิเอาคนทั้งตระกูลไปขึ้นเขียงสาธารณะ เจ้าตัวยินยอม ก็ยังไม่ได้แปลว่าญาติพี่น้องทุกคนยินยอม การใช้คำว่า “มีคนมาเล่า” จะกลาย เป็นใบอนุญาตในการสร้างความเสียหายให้คนอื่นเป็นวงกว้าง

ในยุคนี้ คนทำคอนเทนต์ต้องเลิกคิดแบบเก่าว่า ขอแค่มีเรื่องเล่า ก็เล่าได้ ขอแค่คนดูสนใจ ก็เล่นได้ ขอแค่ยอดพุ่ง ก็ถือว่าถูกต้อง ไม่ใช่ บางเรื่องยิ่งคนสนใจมาก ยิ่งต้องระวังมาก เพราะความเสียหายมันไม่ได้หยุดอยู่ที่คนหนึ่งคน แต่มันลามไปถึงครอบครัว ไปถึงเครือญาติ ไปถึงคนที่ไม่เคยสมัครใจมาอยู่ใน spotlight ของคุณเลย

ดังนั้นขอเตือนไปตรง ๆ ถึงผู้เผยแพร่ทุกคน รวมทั้งสื่อทุกสำนัก ถ้ายังมีโพสต์ คลิป ข่าว แคปชัน หรือคอนเทนต์ใดที่เผยแพร่ “นามสกุล” แล้วชวนให้สังคมเชื่อมโยงไปถึงความเสี่ยงโรคทางพันธุกรรมหรือปัญหาจากการดมยาสลบลบออกทันที ใช่ครับลบทันที ถ้ายังไม่อยากเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีในวันข้างหน้า ทางที่ฉลาดที่สุดไม่ใช่เถียงต่อไม่ใช่ปล่อยคาไว้แล้วหวังว่ากระแสจะซา แต่คือหยุดเผยแพร่ทันที ลบออกทันที หยุดขยายความเสียหายทันที เพราะยิ่งค้าง ยิ่งแชร์ ยิ่งปล่อยให้คนเข้ามาดู ยิ่งสะท้อนว่าคุณรู้แล้วว่ามีปัญหา แต่ก็ยังเลือกใช้ชื่อนามสกุลของคนอื่นเป็นเชื้อไฟให้เพจตัวเองต่อไป และนั่นไม่ใช่พฤติกรรมของคนที่หวังดี แต่มันคือพฤติกรรมของคนที่เห็นยอดสำคัญกว่าศักดิ์ศรีของคนอื่น

สังคมควรแยกให้ออกระหว่าง “การให้ความรู้” กับ “การชี้เป้าให้คนทั้งตระกูลถูกเพ่งเล็ง” อย่างแรกคือความรับผิดชอบ แต่อย่างหลังคือความเกินเลย อย่างแรกช่วยคน แต่อย่างหลังทำร้ายคนที่อาจไม่ได้ป่วย ไม่ได้มียีนผิดปกติ และไม่เคยยินยอมอะไรเลย

สุดท้ายนี้ ขอพูดให้แรงที่สุดเท่าที่ควรพูดว่า อย่าหลงคิดว่าการติดป้าย “สกุลเสี่ยง” คือการช่วยชีวิตคน เพราะหลายครั้ง สิ่งที่คุณกำลังช่วย ไม่ใช่คนไข้ แต่คือยอด reach ของเพจตัวเอง ส่วนคนที่ต้องตายทั้งเป็น คือคนในสกุลนั้น ที่ไม่เคยยินยอมให้คุณเอาชื่อของเขาไปแขวนประจานต่อหน้าสังคม

ส่งท้าย ถ้าคุณยังแยกไม่ออกระหว่าง “การเตือนภัย” กับ “การผลิตตราบาป” วันหนึ่งเจ้าของความเสียหายอาจเป็นคนสอนคุณเอง ด้วยวิธีที่เจ็บกว่าคอมเมนต์ด่า และแพงกว่ายอดวิวที่คุณเคยได้มา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เพจประชาคมแพทย์ ชำแหละ พรรคส้มกับโจทย์วุฒิภาวะในการบริหารประเทศ บุหรี่ไฟฟ้าว่าไง อย่าเงียบ!

เพจประชาคมแพทย์ โพสต์ข้อความเรื่อง “พรรคส้มกับโจทย์วุฒิภาวะ ในการบริหารประเทศ ในประเด็นนโยบายสาธารณะ ที่อาจจะซับซ้อ