'กต.' เผยคนไทยล็อตสองถึงไทย 12 มี.ค. ข่าวดีเอทิฮัดเปิดเส้นทางยูเออี ถึง กทม.-ภูเก็ต ระบายคนตกค้าง เตือนมิจฉาชีพ หลอกค่าธรรมเนียม-ค่าตั๋ว
11 มี.ค.2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางและความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยว่า สถานการณ์โดยรวมในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะที่ อิหร่าน อิรัก อิสราเอลและเลบานอนที่ถูกโจมตีอย่างหนักช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ส่วนในประเทศที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) และกาตาร์ที่มีแนวโน้มความรุนแรงลดลงในระดับหนึ่ง ส่งผลให้มีเที่ยวบิน ทั้งเที่ยวบินพิเศษและเที่ยวบินพาณิชย์แบบจำกัด บินออกจากประเทศในภูมิภาคมากขึ้น
นายปาณิดล กล่าวว่า การอพยพคนไทยออกจากพื้นที่เสี่ยงซึ่งเป็นภารกิจหลักของกระทรวงการต่างประเทศก็มีความคืบหน้า ขณะนี้ยังไม่มีการรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ดี เนื่องจากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูงกว่า กระทรวงการต่างประเทศจึงขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปภูมิภาคตะวันออกกลาง พิจารณาออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด รวมทั้งลงทะเบียนแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ ในส่วนประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มที่อพยพชุดแรกจากอิหร่านได้เดินทางถึงกลับถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพครบแล้ว ส่วนคนไทยในอิหร่านจำนวน 68 คน ที่อพยพออกจากอิหร่านเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ได้เดินทางถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ณ เมืองวาน ประเทศตุรกี เรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนไทยชุดที่ 2 จะเดินทางกลับประเทศไทย โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกจะเดินทางถึงประเทศไทยในช่วงเช้าวันที่ 12 มี.ค.และกลุ่มที่สอง จะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 13 มี.ค. ซึ่งทางกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง อังการา ประเทศตุรกี กำลังอยู่ระหว่างการประสานอย่างใกล้ชิดเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศไทยของคนไทยกลุ่มนี้ ในส่วนของประเทศอิรัก ยังมีคนไทยอีก 14 คน ที่จะเดินทางออกจากอิรัก ผ่านการประสานงานกับ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง อัมมาน ประเทศจอร์แดน เพื่อให้มาถึงศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราว ที่เมืองวาน ประเทศตุรกี
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับยูเออีมีรายงานว่า สายการบินเอทิฮัด ประกาศเปิดเที่ยวบินไปกรุงเทพฯและภูเก็ต เส้นทางละหนึ่งเที่ยวต่อวัน จนถึงวันที่ 12 มี.ค. และจะมีแผนกลับมาบินในเส้นทางเชียงใหม่และกระบี่ หากสถานการณ์เอื้ออำนวย ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง อาบูดาบี และสถานกุงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ จะอำนวยความสะดวกและแจ้งข่าวสารให้คนที่อยู่ในยูเออีอย่างใกล้ชิด ในส่วนของกาตาร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา ได้ประสานให้คนไทยที่ต้องค้างทั้งหมด ซึ่งประสงค์จะกลับไทยจำนวน 24 คน เดินทางด้วยสายการบิน กาตาร์ แอร์เวย์ ในเส้นทาง กรุงโดฮา-กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษเพื่อระบายผู้โดยสารตกค้างซึ่งจะถึงกรุงเทพฯในคืนวันที่ 11 มี.ค. และคนไทยในกาตาร์ทุกคนที่ประสงค์จะกลับไทย โดยเที่ยวบินดังกล่าวสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินได้โดยตรง รวมถึงสามารถสำรองตั๋วเครื่องบินกลับไทยผ่านจุดแวะพักอื่นๆ ที่มีจำหน่ายได้เช่นกัน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูต ได้ประชาสัมพันธ์ให้ทราบทั่วกันแล้ว และขณะนี้คนไทยจำนวนมากได้สำรองที่นั่งแล้ว
นายปาณิดล กล่าวว่า ในส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูลและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ ยังคงอำนวยความสะดวกดูแลให้คำแนะนำประสานงานกับสายการบิน และมอบสิ่งของจำเป็นในการยังชีพให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศในพื้นที่ที่สามารถทำการบินได้ รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานในประเทศที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ เพื่อขออนุญาตเดินทางผ่านแดนให้คนไทยสามารถเดินทางไปยังประเทศข้างเคียงเพื่อเดินทางกลับประเทศไทยและไปประเทศที่สามเพื่อกลับทางอากาศต่อไปได้
นายปาณิดล กล่าวว่า สถานการณ์โดยรวมในขณะนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ติดค้างที่ได้รับความช่วยเหลือออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางรวมแล้วประมาณ 381 คน นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุง เทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ได้ออกแจ้งเตือนว่า ได้มีมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูต หลอกลวงให้โอนเงินค่าตั๋วเครื่องบินและค่าดำเนินการเพื่อเดินทางกลับไทย ย้ำว่าสถานทูตไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการเดินทางกับประเทศไทย ขอให้ประชาชนที่ประสงค์จะเดินทางกลับไทยติดต่อสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ที่ที่รับผิดชอบประเทศนั้นๆ ผ่านช่องทางกลางเท่านั้น ขอยืนยันว่าประเทศไทยยึดมั่นในหลักการสันติภาพ และขอให้ทุกฝ่ายเลือกใช้แนวทางทางการทูตและการเจรจาอย่างสันติเพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายวงกว้าง ทั้งนี้ ความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่เป็นที่สำคัญที่สุด นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังคงยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ กระทรวงการต่างประเทศโดยสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกให้ประชาชน ในการอพยพออกจากพื้นที่อันตรายรวมถึงให้คำแนะนำและด้านต่างๆ แก่พี่น้องคนไทยต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สันติ เผยมีการร้องเรียนกักตุนน้ำมันในภาคใต้!
'สันติ' เผย 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น สคบ.ลงพื้นที่ตรวจถี่ขึ้น รับมีร้องเรียนเรื่องกักตุนน้ำมันในภาคใต้
'ศุภจี' วอนประชาชนอย่าตื่นสงครามตะวันออกกลาง
'ศุภจี' ขอประชาชน ไม่ต้องตื่นตระหนก ภาวะสู้รบในตะวันออกกลาง ย้ำมีศูนย์ประเมินสถานการณ์รายวัน ยันรัฐบาลมีแผนรับมือผลกระทบทั้งระยะสั้น-ยาว
69 คนไทยอพยพจากอิหร่านถึงตุรกีแล้ว
คนไทยที่อพยพออกจากอิหร่าน ชุดที่ 2 จำนวน 69 คน ถึงตุรกี
PEA รณรงค์ประชาชนใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ
จากสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดด้านพลังงานในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด
'ศบก.' แถลงสถานการณ์ตะวันออกกลางล่าสุดยังรุนแรง ไร้ท่าทียุติ แนะคนไทยออกจากพื้นที่โดยเร็ว
ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดย นายปาณิดล

