'สันติ' เผย 6 มาตรการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง สั่งบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น สคบ.ลงพื้นที่ตรวจถี่ขึ้น รับมีร้องเรียนเรื่องกักตุนน้ำมันในภาคใต้
11 มี.ค.2569 - ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวสถานการณ์ประจำวัน โดยนายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า ในช่วงระหว่างสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจและความมั่นคงในระดับภูมิภาคและระดับโลก สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความผันผวนของราคาพลังงาน ซึ่งกระทบต่อค่าขนส่งและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ รวมถึงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของสินค้าและภาคบริการ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจบางส่วนอาจปรับวิธีการทางการค้า การปรับขึ้นราคาสินค้า การชะลอการส่งมอบสินค้า การปฎิเสธการขายหรือผิดสัญญาซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง
นายสันติ กล่าวว่า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ประชุมและมีมติกำหนดแผนบูรณาการหน่วยงานและ 6 มาตรการเพื่อเป็นการป้องกันในเชิงรุกเพื่อคุ้มครองประชาชนชาวไทย รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศที่เข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย ซึ่งบูรณาการหน่วยงานในเชิงรุกภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัด นายกเมืองพัทยา และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องดำเนินการตาม 6 มาตรการให้ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อความสงบเรียบร้อยและเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค
นายสันติ กล่าวว่า สำหรับ 6 มาตรการ ประกอบด้วย 1. สคบ.ได้เปิดสายด่วนรับเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคเพิ่มเติมอีก 10 คู่สาย ประชาชนสามารถติดต่อได้หมายเลข 1166 และให้ สคบ.ประจำจังหวัดพิจารณาเปิดคู่สายตามความเหมาะสม 2. สคบ.ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลและควบคุมการประกอบธุรกิจที่ส่งผลต่อการบริโภคสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน โดย สคบ.ต้องดำเนินการและบูรณาการเชิงรุกกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค เรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน รวมทั้งเฝ้าระวังการโฆษณาที่นำไปสู่การเข้าใจผิดของประชาชน เรื่องนี้ต้องเน้นย้ำ เพราะการโฆษณาในขณะนี้อาจจะก่อให้เกิดความตื่นตระหนก หรือแม้กระทั่งมีการกักตุนสินค้าหรือการซื้อสินค้าในราคาแพงในภาวะที่จำยอม ต้องเข้มงวดในการตรวจสอบฉลากสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ฉลากข้าวสารบรรจุถุง หลักฐานการรับเงิน การซื้อขายถังก๊าซหุงต้ม รวมถึงควบคุมผู้ประกอบธุรกิจที่ให้เช่าที่พักอาศัยไม่ให้คิดอัตราค่าสาธารณูปโภคสูงเกินจริง เพื่อป้องกันการเอารถเอาเปรียบ ซึ่งการคุ้มครองส่วนนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนไทย แต่รวมทั้งชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยมาพักพิงในประเทศไทยด้วย
นายสันติ กล่าวว่า 3. หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้องกำกับดูแลและควบคุมการขายทองคำอย่างเป็นธรรมต่อผู้บริโภคตามกฏหมาย ได้แก่ การควบคุมฉลากกำกับทองคำรูปพรรณ และให้กรมการค้าภายในทุกจังหวัด รวมทั้งในส่วนกลางต้องเข้มงวดการบังคับใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยสินค้าและบริการเพื่อเฝ้าระวังการฉวยโอกาสและการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค 4. สคบ.และหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคในทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม. และเมืองพัทยา ต้องช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภคตระหนักรู้สิทธิการบริโภคสินค้าและบริการทางด้านราคา คุณภาพ มาตรฐานที่ตรงกับสินค้าและบริการในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางปกติและช่องทางช่องทางออนไลน์ที่ปลอดภัย
นายสันติ กล่าวว่า 5. ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดให้ประชาชนมีทางเลือกในการชำระเงินหลายช่องทาง เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินผ่านช่องทางแอพพลิเคชั่นและเงินสด ซึ่งหากเกิดกรณีสถานการณ์สู้รบขยายความรุนแรงอาจส่งผลต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ภาวะสัญญาณเครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้อง หรือมีปัญหาด้านพลังงานและไฟฟ้า การชำระเงินสดถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก และ6. ให้ผู้ซื้อสินค้าและบริการออนไลน์เลือกซื้อจากแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนตลาดแบบตรงกับ สคบ. เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการแก้ปัญหาหรือข้อพิพาท ระหว่างผู้ขายสินค้ากับผู้บริโภค ทั้งนี้ ขอให้ สคบ. พร้อมหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคทุกจังหวัด สำนักงานเขตทุกเขตใน กทม และเมืองพัทยา ใช้อำนาจตามกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ดูแลสิทธิผู้บริโภคที่พักอาศัยอาศัยอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือต่างชาติในภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีบางปั๊มน้ำมันที่ประชาชนเข้าไปบริการแล้วระบุว่าน้ำมันหมด ในแง่การคุ้มครองผู้บริโภคจะดูแลประชาชนอย่างไรบ้าง นายสันติ กล่าวว่า ปัญหานี้มีการร้องเรียนเข้ามาบ้างแล้ว เรื่องนี้คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้เรียกประชุมและให้มีการกำชับกรมการค้าภายในให้ร่วมกับ สคบ.ในการลงตรวจสอบว่าในสภาวะที่มันขาดแคลนมันเกิดจากการขาดแคลนจริงหรือเกิดจากการกักตุนกันแน่ ซึ่งกำชับให้มีความถี่ในการเข้าไปตรวจสอบ เมื่อถามอีกว่า มีพื้นที่ใดบ้างที่มีการร้องเรียนเข้ามา นายสันติ กล่าวว่า ตอนนี้ทางภาคใต้ก็มีที่ จ.พังงา ซึ่งมีการแจ้งเข้ามา และอาจจะมีพื้นที่อื่นบ้าง แต่เชื่อว่าอาจเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ พร้อมให้ความเป็นธรรม 6 โรงกลั่น เข้ารับทราบข้อหา-ชี้แจงหลักฐาน ปกปิดข้อมูลขนส่งน้ำมัน
จับตา “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ทยอยตบเท้ารับทราบข้อหา “ดีเอสไอ" 11-12 มิ.ย.69 ความผิดฐานขนส่ง - ปกปิดข้อมูลใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ส่อเวียนใช้กระทำผิด
'ศุภมาส' ถกบอร์ด สคบ.เด็ดขาดโกงขายของออนไลน์ จ่อขอมติปมร้อนรถ EV ค่ายใหญ่
'ศุภมาส' ถกบอร์ด สคบ. เผยนายกฯห่วงใยมอบนโยบายทำงานเชิงรุก ฮึ่ม บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาดโกงขายของออนไลน์ จ่อขอมติปมร้อนรถ EV ค่ายใหญ่
'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียกแล้ว คืบหน้า 2 คดี คลังน้ำมันอ่างทอง-6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก "สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี" น้องชายเสี่ยตือคอสโม่ เบื้องหลังตัวจริงรับประโยชน์จากการค้าน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ให้รับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง-ขายเกินราคา จันทร์ 8 มิ.ย.69
'ภราดร' ไม่ฟันธงไทม์ไลน์แก้รธน. บอกต้องรอดูวาระ1อภิปรายอย่างไร แย้มคุย 'ชูศักดิ์' พร้อมเติมเสียง พท. ยื่นร่างได้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบชัดไม่ได้ ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 อภิปรายอย่างไร บอก ยังมีอีกหลายขั้นตอน เผย คุย ชูศักดิ์ แล้ว พร้อมเติมเสียงให้ พท.ยื่นร่างได้
อธิบดี ธพ. แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง ชง 'ดีเอสไอ' เชือดขบวนการกักตุน
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไปว่า โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความผิดฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลในเอกสารไม่ครบถ้วนนั้น
กก.สอบกักตุนน้ำมัน พร้อมชงนายกฯสอบวินัยร้ายแรง จนท.รัฐ ละเว้นหน้าที่ ร่วมขบวนการ
'คณะกรรมการตรวจสอบช่องโหว่คดีกักตุนน้ำมัน' เผยมติสำคัญ หากตรวจสอบพบหน่วยงานรัฐ-เจ้าหน้าที่รัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์ ร่วมขบวนการกักตุนน้ำมัน ซ้ำเติมทุกข์ประชาชนช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง พร้อมชงนายกฯ ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงและโทษอาญา ย้ำชัด ต้องสร้างระบบใหม่ในเรื่องกำกับดูแลพลังงาน เพื่อป้องกันเหตุน้ำมันขึ้นราคาในอนาคต แต่กลับมีไอโม่งคอยตุนเก็งกำไร

