‘เทพไท’ วิเคราะห์ฉากทัศน์ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะเกิดอะไรขึ้น

15 มี.ค. 2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท คุยการเมือง 

ถ้าเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะเกิดอะไรขึ้น

เมื่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 213 เพื่อให้พิจารณาวินิจฉัยการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เลขาธิการ กกต. และสำนักงาน กกต. ในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 กรณีกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือบาร์โค้ด และรหัสคิวอาร์ หรือคิวอาร์โค้ด (QR Code) ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ อันขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 85

ซึ่งต่อจากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งส.ส.ครั้งที่ผ่านมา เป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งถ้าหากผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะนำมาซึ่งการเลือกตั้งใหม่ และจะเป็นปัญหาย้อนหลังไปถึงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีหลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกต เรื่องการลุกลี้ลุกลนในการรับรับรองผลการเลือกตั้งของคณะกรรมการเลือกตั้ง หรือกกต. ทั้งที่การจัดการเลือกตั้งยังไม่เสร็จสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวินิจฉัยเรื่องผู้สมัครส.ส.ฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือกระทำผิดการเลือกตั้ง ทั้งที่ระยะเวลาการรับรองผลการเลือกตั้งมีถึง 60 วัน แต่กกต.ก็เร่งรัดรับรองภายในเวลาเพียง1เดือนเศษเท่านั้น

สาเหตุของการที่ กกต.เร่งรัดรับรองผลการเลือกตั้งส.ส.โดยเร็ว คือ

1.เป็นการปัดสวะ ปัดความรับผิดชอบ เพื่อต้องการให้อำนาจในการให้ใบแดง ใบเหลือง ใบส้ม ซึ่งอยู่ในอำนาจของกกต. ผ่านไปให้กับศาลยุติธรรม ซึ่งถ้าหากยังไม่รับรองผล เกรงว่าการให้ใบแดง ใบส้มหรือใบเหลือง อาจจะถูกผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ฟ้องได้ ซึ่งกกต.ไม่เสี่ยงต่อเรื่องนี้ เร่งรับรองผล เมื่อรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว หน้าที่การให้ใบแดง ใบเหลือง ใบส้มจะเป็นหน้าที่ของศาลอุทธรณ์ ซึ่งความผิดไม่ได้ตกอยู่อยู่ที่กกต.และผู้เสียหายก็ไม่สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกกต.ได้

2.น่าจะมาจากต้องการที่ให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว เพื่อจะได้มีประธานสภาผู้แทนราษฎร และมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี และให้รัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา จะได้บริหารประเทศต่อไป เป็นรัฐบาลอย่างสมบูรณ์แบบ

3.เพื่อต้องการกดดันการปฎิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจะต้องมีคำวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าหากมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระบวนการทางสภาผู้แทนราษฎรเดินหน้าไปไกลแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ก็อาจจะคิดหนัก เพราะจะสร้างความเสียหายทางการเมืองให้กับประเทศ แต่ถ้าหากการจัดตั้งรัฐบาลเดินหน้าไปไกล และเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่สมบูรณ์แบบแล้ว อาจจะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยในลักษณะที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้

การที่สำนักงานตรวจการแผ่นดิน ได้ยื่นคำร้องพร้อมกับความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะหรือไม่ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าเป็นโมฆะ แสดงว่าต้องไปเลือกตั้งใหม่ คำถามตามมาคือ รัฐบาลชุดใหม่หรือชุดอนุทิน2 จะหมดสภาพไปหรือไม่ หรือจะถอยหลังไปสู่รัฐบาลรักษาการอนุทิน1

จึงมีการถกเถียงกันว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นแสดงว่า รัฐบาลอนุทิน2เป็นโมฆะไป ประเทศต้องถอยหลังไปสู่รัฐบาลอนุทิน1 ซึ่งเกิดความเสียหายทางการเมือง คำถามที่ถามต่อมาคือ ใครจะรับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มติผู้ตรวจการฯ ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง!

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับคำร้องเรียนจากประชาชนที่ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8กุมภาพันธ์256

โสภณโบกมือลาทำ เนียบฯ ส้มดันเท้งชิงเก้าอี้นายกฯ

“โสภณ” อำลาทำเนียบฯ รอนั่งเก้าอี้ประธานสภาฯ “ปชน.” ส่งชื่อ “ณัฐพงษ์” ชิงเก้าอี้นายกฯ ส่วน ปธ.ฝ่ายนิติบัญญัติยังอุบชื่อ “ภคมน” ลั่นค้านแบบไม่ออมมือแน่ ด้าน “ปชป.”

‘กกต.’แจ้นแจง ฮั้วสว.ยังไม่จบ แค่ชั้นอนุฯกก.

สำนักงาน กกต.รีบแจงข่าว อนุฯ ปล่อยผีคดีฮั้ว สว. บอกยังไม่สะเด็ดน้ำ ต้องรอ กกต.ชุดใหญ่เคาะ “รุทธพล” บอกไม่ก้าวล่วงมติ “โสภณ” เชื่อข้าราชการต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ชี้ยุคนี้ทุกอย่างต้องตอบคำถามได้ “เท้ง” บอกค้านสายตาประชาชน พรรคส้มตามขยี้ต่อในชั้น กกต.

แจงมติคณะอนุฯ ปล่อยผี 229 คน ฮั้ว สว. เป็นขั้นตอนเสนอความเห็น ไม่มีผลผูกพัน กกต.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงกรณีข่าวคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัยว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนซึ่งเป็นสว.ชุดปัจจุบัน กรรมการบริหารพรรคการเมืองและเครือข่าย

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ คดีฮั้ว สว.ยังไม่จบ ปมอนุฯวินิจฉัยส่อกระทบมติ กกต.

สืบเนื่องจากกระแสข่าว คดีฮั้ว สว.ที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัย กกต.คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 วินิจฉัย ผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไม่กระทำฝ่าฝืน พรป.สว.มาตรา 77(1) นั้น

'ธีระศักดิ์' สว.ป้ายแดง แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

'ธีระศักดิ์' เข้ารายงานตัวเป็น สว. แทน 'หมอเกศ' ยันไม่ฝักใฝ่การเมืองฝ่ายใด พร้อมทำหน้าที่ผลักดันกฎหมายเพื่อประโยชน์ประชาชน ขอไม่วิจารณ์ข่าวปล่อยผีคดีฮั้ว 229 คน อ้างเกินอำนาจหน้าที่