
กสม. เผยกรณีตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านผู้ประกาศข่าวหญิงช่อง The Critics ในคดีหมิ่นประมาทบนสื่อสังคมออนไลน์ เป็นการดำเนินการที่เกินสมควรแก่เหตุ ชงตร.กำหนดมาตรการส่งหมายเรียก ยึก 'หลักความจำเป็น' และ 'หลักความได้สัดส่วน'
20 มี.ค.2569 - นางสาวสุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนมีนาคม 2568 จากผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวหญิงของช่อง The Critics บนแพลตฟอร์มยูทูป สังกัดสถาบันทิศทางไทย ระบุว่า ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ ชินวัตร ได้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ร้องต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จากการนำเสนอข่าวหัวข้อ “ทักษิณผู้นำเลวสุดในโลก มอนเตฯ ริบสัญชาติเพราะโกง” เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2568 ผ่านช่องทางดังกล่าว ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลนั้นอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย จากนั้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 10 คน ได้เข้าตรวจค้นบ้านผู้ร้อง และเชิญผู้ร้องไปให้ถ้อยคำในวันเดียวกันตามหมายเรียกพยาน ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จึงขอให้ตรวจสอบ
กสม. พิจารณาข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่าผู้ร้องย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติคุ้มครองไว้มิให้บุคคลใดกระทำการอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือเสรีภาพดังกล่าว เว้นแต่จะมีเหตุตามที่กฎหมายบัญญัติ ประเด็นแรกที่ต้องพิจารณาคือการที่พนักงานสอบสวนไม่ส่งหมายเรียกให้ผู้ร้องล่วงหน้าเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ จากการตรวจสอบปรากฏว่าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568 ให้ผู้ร้องไปให้ถ้อยคำในฐานะพยานในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นนำส่งหมายเรียกในวันเข้าดำเนินการตรวจค้น ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่กำหนดนัดตามหมายเรียก โดยอ้างเหตุผลความจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้มีการทำลายพยานหลักฐาน โดยในวันตรวจค้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยศพันตำรวจโทซึ่งถือเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่มีอำนาจเรียกผู้ร้องไปให้ถ้อยคำได้โดยไม่ต้องมีหมายเรียก อันสอดคล้องและเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 52 ซึ่งไม่ได้ตัดสิทธิผู้ร้องในการเสนอเหตุผลอันสมควรเพื่อขอเลื่อนการให้ถ้อยคำได้
อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 54 ซึ่งวางหลักว่าในการออกหมายเรียกให้คำนึงถึงระยะทางและโอกาสในการมาตามกำหนดนัดนั้น การนำส่งหมายเรียกในวันเดียวกับวันที่กำหนดนัด จึงทำให้ผู้ร้องขาดโอกาสในการเตรียมตัว และอาจกระทบต่อการใช้สิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น การปรึกษาทนายความ หรือการจัดการภารกิจส่วนตัว ซึ่งหากพนักงานสอบสวนเกรงว่าการส่งหมายเรียกไปก่อนจะทำให้เกิดการทำลายพยานหลักฐานก็สามารถให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจค้นเข้าตรวจค้นหลักฐานดังกล่าวก่อนได้ ในชั้นนี้ จึงรับฟังได้ว่า การที่พนักงานสอบสวนไม่ส่งหมายเรียกไปให้ผู้ร้องก่อนกำหนดนัด เป็นการเลือกใช้วิธีการที่เกินความจำเป็นแก่กรณี ไม่ได้สัดส่วนกับพฤติการณ์แห่งคดี และสร้างภาระเกินสมควรแก่เหตุต่อผู้ร้อง อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ส่วนการที่พนักงานสอบสวนใช้วิธีการขอหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ร้องนั้น เห็นว่า ผู้ร้องย่อมมีสิทธิในความเป็นอยู่ส่วนตัวและเสรีภาพในเคหสถาน ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ และการเข้าตรวจค้นที่เป็นการจำกัดสิทธิดังกล่าวจะกระทำได้ตามที่กฎหมายบัญญัติภายใต้หลักความจำเป็นและหลักความได้สัดส่วน กสม. เห็นว่า กรณีนี้เป็นคดีหมิ่นประมาทซึ่งมิใช่คดีร้ายแรง และพยานหลักฐานส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ปรากฏในสื่อสาธารณะหรือสามารถตรวจสอบได้จากแหล่งอื่น เช่น สถานที่ทำงานของผู้ร้องหรือช่องทางออนไลน์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าตรวจค้นเคหสถาน นอกจากนี้ แม้ผู้ร้องจะไม่มีสถานะเป็นสื่อมวลชนเนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ แต่ถือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านสื่อ การใช้มาตรการที่เกินความจำเป็นในลักษณะดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและอาจถูกมองว่าเป็นการใช้กระบวนการยุติธรรมเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือคุกคามสื่อ ดังนั้น การขอหมายค้นเพื่อเข้าตรวจค้นบ้านของผู้ร้องในคดีหมิ่นประมาทบนสื่อสังคมออนไลน์ จึงถือเป็นการใช้อำนาจที่กระทบสิทธิของประชาชนมากเกินจำเป็นและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
กสม. ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมกรณีการตรวจค้นบ้านพักของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้หญิงว่า แม้การตรวจค้นดังกล่าวจะมิใช่การตรวจค้นร่างกาย และในวันเกิดเหตุผู้ร้องเดินทางไปกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยสมัครใจ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนพาหนะระหว่างการเดินทางก็อาจก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยหรือความวิตกกังวลต่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้หญิง ดังนั้น การตรวจค้นโดยปราศจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงร่วมปฏิบัติหน้าที่จึงอาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิในความเป็นส่วนตัวและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ กสม. เห็นว่าการมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงร่วมปฏิบัติหน้าที่มิใช่เป็นเพียงเรื่องความเหมาะสม แต่เป็นมาตรการสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ ความปลอดภัยทางจิตใจ และลดความวิตกกังวลของผู้ถูกตรวจค้นหรือพยานที่เป็นผู้หญิง โดยเฉพาะในกรณีที่ต้องอยู่ร่วมกับเจ้าหน้าที่หรือเดินทางไปด้วยกัน ซึ่งการละเลยในประเด็นนี้อาจสะท้อนถึงการขาดความระมัดระวังในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
ด้วยเหตุผลดังกล่าว กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ให้กำหนดมาตรการหรือแนวทางให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ดุลพินิจในการส่งหมายเรียกแก่บุคคลซึ่งเป็นพยานและการขอหมายค้นโดยต้องยึดถือ “หลักความจำเป็น” และ “หลักความได้สัดส่วน” เป็นบรรทัดฐานสำคัญ โดยเฉพาะในคดีที่มีอัตราโทษไม่ร้ายแรง หรือกรณีที่สามารถแสวงหาพยานหลักฐานได้ด้วยวิธีการอื่นที่กระทบสิทธิและเสรีภาพของประชาชนน้อยกว่า ทั้งนี้ เพื่อป้องกันมิให้การใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่กระทบสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุ นอกจากนี้ให้กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในการจัดให้มีเจ้าหน้าที่หญิงร่วมปฏิบัติหน้าที่ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับบุคคลที่เป็นผู้หญิงเพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมด้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้ว! ศรีสุวรรณปูด กกต.มีหนังสือลับเรียกมาให้ข้อมูลปมธนาธดีลตั้งรัฐบาลกับทักษิณ
ศรีสุวรรณเผย กกต.มีหนังสือ 'ลับ' เรียกสอบปมธนาธรคุยดีลตั้งรัฐบาลกับทักษิณเข้าข่ายควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำพรรคการเมืองหรือไม่
การันตีรอบที่ร้อยแปด! อิ๊งค์บอกพ่อออกจากคุกวางมือทางการเมืองแน่นอน
'อิ๊งค์' เผยทักษิณเตรียมวางมือทางการเมืองแน่นอน หลังเข้าเยี่ยมที่เรือนจำ ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนกฎหมาย คาดเกณฑ์พักโทษปล่อยตัวพ้นคุกได้ 11 พ.ค.
กสม.จี้หน่วยงาน จ.สระบุรี เร่งแก้ปัญหางานออกส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก
'กสม.' ชี้กรณีหน่วยงานออกหนังสือ ส.ป.ก. 4-01 ทับที่ป่าสงวนในพื้นที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี กว่า 40 ปี กระทบสิทธิในที่ดินทำกินของประชาชน แนะเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อน
'โอ๊ค-เอม' เยี่ยม 'ทักษิณ' ครั้งที่ 33 ยันพักโทษเดือนพ.ค. 'พ่อ' ให้ทำตามระเบียบคุมขัง
‘โอ๊ค-เอม’ เยี่ยม ‘ทักษิณ’ ครั้งที่ 33 บอกพ่อยังคงฝากให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเพื่อไทย หลังใกล้งวดเลือกตั้งใหญ่ 2569 ยืนยัน ‘ทักษิณ’ พร้อมทำตามระเบียบคุมขังให้ครบกำหนดเพื่อพิจารณาพักโทษเดือน พ.ค.นี้
'ทักษิณ' แฮปปี้รับปีใหม่ในเรือนจำ ลูกเยี่ยมเล่าย้อนอดีตสมัยไทยรักไทยได้เบอร์9 กวาด 377 เสียง
‘อิ๊งค์’ เผย ‘ทักษิณ’ สดชื่นแฮปปี้รับปีใหม่ 2569 พร้อมเล่าความหลังปี 2548 พรรคไทยรักไทยสมัยทักษิณ จับได้เบอร์ 9 กวาดเสียง สส.377 เสียง มองเพื่อไทยได้เบอร์ 9 เป็นเลขหลักเดียว คนมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งจำง่าย เลือกง่าย ให้กำลังใจเพื่อไทยคว้าชัยเลือกตั้งใหญ่
น่าสงสาร! อิ๊งค์บอกพ่อนอนคุกเข้าเดือนที่ 4 แล้วยังมีปัญหาสุขภาพความดัน-เครียด
อุ๊งอิ๊งเผยทักษิณยังมีปัญหาสุขภาพความดันความเครียด เผยคุยแค่เรื่องเรียนของหลาน ไม่ได้หารือประเทศเพื่อนบ้าน

