'นักวิชาการ' ย้อนถาม ถ้าราคาสินค้าเป็นเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นลง แล้วรัฐบาลมีไว้ทำไม

25 มี.ค. 2569- รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง ถ้าราคาสินค้าเป็นเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นลง แล้วรัฐบาลมีไว้ทำไม มีเนื้อหาดังนี้

หลังการ “กักตุน” น้ำมันเพื่อ “เก็งกำไร” ของพ่อค้าที่รัฐบาลไม่มี “ปัญญา” ทำอะไรได้ จนข้าวของกำลังพร้อมใจกันขยับราคาสูงขึ้น ทำให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ที่มีหน้าที่ควบคุมราคาสินค้า เพื่อไม่ให้ “สร้าง” และ “ซ้ำเติม” ความเดือดร้อนของประชาชน ได้ออกมาสำแดงโวหารว่า “ราคาสินค้าย่อมมีขึ้นมีลง พระอาทิตย์ยังมีขึ้นมีลงเลย”

คำพูดนี้อาจฟังเป็น “สัจธรรมธรรมชาติ” ที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่เมื่อหลุดออกจากปากข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่ดูแลราคาสินค้า กลับไม่ได้ดู “ลึกซึ้ง” ตรงกันข้าม มีแต่เผยให้เห็นถึงความ “ตื้นเขิน” ทางนโยบายอย่างน่าตกใจ เพราะสิ่งที่ประชาชนกำลังเผชิญ ไม่ใช่ “การขึ้นลงตามธรรมชาติ” เหมือนพระอาทิตย์ แต่คือ “ความผันผวน” ที่รัฐต้องจัดการอย่างมีปัญญา

พระอาทิตย์ “ขึ้นลง” เป็นเรื่องของจักรวาล ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่ราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจ “ไม่เคย” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่รัฐบาลต้องปล่อยไปตามยถากรรม รัฐทั่วโลกมีเครื่องมือในการ “บรรเทาแรงกระแทก” จากความผันผวนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมราคา การอุดหนุน การกำกับต้นทุน การป้องกันการฉวยโอกาสของผู้ค้า และการปราบสินบนจากพ่อค้าสู่เจ้าหน้าที่

การยก “พระอาทิตย์” มาเป็นข้ออ้าง จึงไม่ใช่แค่การเปรียบเทียบ “ผิดที่ผิดทาง” แต่คือการ “ถอนตัว” และ “กรรเชียงหนี” ของรัฐจากหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรง

ถ้าทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติที่ต้องปล่อยให้ขึ้นลงเอง งั้นประเทศจะมี “กระทรวงพาณิชย์” จะมี “รัฐบาล” ไปเพื่ออะไร

หน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่การมานั่งอธิบายว่าราคาเปลี่ยนแปลงได้ “ขึ้นได้-ลงได้” แต่คือการทำให้การเปลี่ยนแปลงนั้น “ไม่กระทบประชาชน” “ไม่ทำลายชีวิตผู้คน”

การปล่อยให้ราคาพุ่งสูงโดยไม่มีมาตรการรองรับ แล้วอธิบายว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เท่ากับการบอกประชาชนว่า “ความเดือดร้อนของประชาชน” เป็น “เรื่องปกติ” ที่ทุกคนต้องยอมรับ นี่คือความเพิกเฉยต่อหน้าที่ด้วยการเล่นคำแบบวิบัติ

ยิ่งไปกว่านั้น การเปรียบเทียบลักษณะนี้ยังสะท้อนถึงความสับสนพื้นฐานระหว่าง “ข้อเท็จจริง” กับ “หน้าที่”
ใช่- ราคาสินค้ามีขึ้นมีลง นี่คือข้อเท็จจริง
แต่หน้าที่ของรัฐคือจะ “จัดการผลกระทบ” อย่างไร ไม่ใช่กล่าวอย่างเงอะงะเพื่อใช้เป็นข้ออ้างปกปิดความไร้สมรรถภาพในการทำงานของตน

ถ้าหมอบอกคนไข้ว่า “โรคมันก็เป็น ๆ หาย ๆ เหมือนพระอาทิตย์มีขึ้นมีลง” แล้วไม่รักษา ประชาชนคงอยากเรียก “หมา” มากกว่า “หมอ” และคงไม่มีใครชื่นชมว่าคนพูดเข้าใจธรรมชาติของชีวิต แต่จะชี้ว่านี่คือการ “ละเลยหน้าที่”

เมื่อผู้ที่ควรจะเป็น “คนถือพวงมาลัย” กลับเลือกจะยืนอธิบายว่าคลื่นมันต้อง “มีขึ้นมีลง” อยู่แล้ว สิ่งที่น่ากังวลจึงไม่ใช่ “แค่” ราคาสินค้า แต่คือคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า ประเทศนี้ยังมีคน “ขับเรือ” อยู่จริงหรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นิพิฏฐ์' ฟันเปรี้ยง สภาอภิปรายวิกฤตน้ำมัน ไม่มีใครจับโจรได้ ทุกคนอยากเป็นพวกเดียวกัน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ช้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เขาจะจับโจรแก้ผ้ากัน

'รวมพลังแผ่นดิน' ปลุกปชช.ตื่น ดันปฏิรูปโครงสร้างน้ำมัน กระทุ้งนายกฯ เด็ดขาดแก้ปัญหา

'นิติธร' กระทุ้งนายกฯ หนู เด็ดขาดแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมัน ซัดปลิ้นปล้อนอุดหนุนกำไรพ่อค้า หลบปัญหาเอาตัวรอดไปวันๆ ปลุก ปชช.ตื่น รวมพลังแผ่นดินดันแก้โครงสร้างน้ำมัน กำหนดราคาอย่างเป็นธรรมกับคนไทย

ชุดสอบกักตุนน้ำมัน ลงตรวจคลังน้ำมัน 8 จุด ยังไม่เจอไอ้โม่ง

รมว.ยธ. แจง "ดีเอสไอ-กรมธุรกิจพลังงาน" ค้นคลังน้ำมัน 8 จุด 4 จังหวัด ยังไม่พบผิดปกติ - ปลัด ก.พานิชย์ เผย เตรียมสินค้าทางเลือกให้ประชาชน ช่วงสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน

'พิพัฒน์' กำชับ ศบก. รักษาข้อมูล อย่าให้ข่าวรั่ว หวั่นถูกบิดเบือนกระทบความเชื่อมั่น

“พิพัฒน์” ถก ศบก. ร่วมภาคเอกชน ติดตามผลหลังออก 3 มาตรการแก้น้ำมันขาดปั๊ม สั่งเข้มเผยแพร่ข้อมูลระมัดระวัง กันคลาดเคลื่อน กระทบเชื่อมั่นปชช.

ปชป. เปิดตัว 'จับตา' แพลตฟอร์มชี้เป้าของแพง ยื่นญัตติด่วนแก้วิฤตน้ำมัน

'ปชป.' เปิดตัวแพลตฟอร์ม 'จับตา' ชี้เป้าของแพง 'กรณ์' ข้องใจจับไอ้โม่งน้ำมันไม่ได้ จ่อยื่นญัตติด่วน ถกสภาแก้วิกฤตพลังงาน-สินค้าราคาพุ่งพุธนี้

ตรวจ‘คลังนํ้ามัน’ กวดขันห้ามกักตุน

กรมธุรกิจพลังงานนำกำลังเข้าตรวจสอบคลังน้ำมันพระโขนง ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ขณะที่ดีเอสไอสอบกำลังผลิต-การส่งออก เป็นไปตามขั้นตอนป้องกันให้ปริมาณน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาด