
30 มี.ค.2569-อัษฎางค์ ยมนาค หรือเอ็ดดี้ นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง “การอ่านกฎหมายไม่สุดทางหรือไม่?“ เนื้อหาระบุว่า พีระพันธุ์ถามศุภจี “คุณเป็นรัฐมนตรีประเทศไหนวะ” ต่อมา คุณอรรถวิทย์ ที่เคารพงัดบัญชีสินค้าควบคุมออกมาโชว์เพื่อจะบอกว่า “พาณิชย์คุมราคาน้ำมันได้” อย่างไรก็ตาม ในความเข้าใจของผม
1. “สินค้าควบคุม” ไม่ได้แปลว่า “ต้องคุมราคา”
การที่น้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในบัญชีสินค้าควบคุมตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 นั้น เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีใครปฏิเสธ แต่กฎหมายมาตรา 24 และ 25 ให้อำนาจคณะกรรมการกลาง (กกร.) เลือกใช้มาตรการตามความเหมาะสม
ในทางปฏิบัติ ประเทศไทยได้ยกเลิกการควบคุมราคาขายปลีกน้ำมันมาตั้งแต่ปี 2534 เพื่อให้เป็นไปตามกลไกตลาดเสรี ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จึงมีหน้าที่เพียง “กำกับดูแลความเป็นธรรม” เช่น ตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันว่าตวงเต็มลิตรไหม และบังคับให้ปั๊มติดป้ายราคาให้ชัดเจน แต่ไม่มีอำนาจไป “สั่งลดราคา” หรือ “รื้อโครงสร้างต้นทุน” ตามอำเภอใจ
2. กฎหมายเฉพาะ ย่อมเหนือกว่า กฎหมายทั่วไป
ปัจจุบันเรามี พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจกระทรวงพลังงาน เป็น “เจ้าภาพหลัก” ในการบริหารจัดการราคาผ่านกลไกกองทุนฯ การจะมาอ้างกฎหมายพาณิชย์เพื่อกดดันให้ รมว.พาณิชย์ ไปก้าวก่ายงานในหน้าที่ของกระทรวงพลังงาน จึงเป็นการตีความกฎหมายที่ผิดหลักการบริหารราชการแผ่นดินอย่างรุนแรง
3. ย้อนศรหรือไม่
ถ้าคุณอรรถวิชช์ เชื่อมั่นว่ากฎหมายพาณิชย์ฉบับนี้ “วิเศษ” ขนาดสั่งคุมราคาน้ำมันได้ทันที ผมมีคำถามง่ายๆ ที่อยากให้ตอบว่า
“แล้วตอนที่คุณพีระพันธุ์ เป็น รมว.พลังงาน ทำไมท่านถึงประกาศออกสื่อชัดเจนว่า ท่านไม่มีอำนาจทำอะไรเลย เพราะระบบกฎหมายบ้านเราวางไว้ผิดพลาด?”
ในเมื่อตอนนั้นท่านก็เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน ทำไมมือกฎหมายระดับ “ตัวพ่อ” อย่างท่านถึงไม่บอกให้ รมว.พาณิชย์ ในขณะนั้นงัดกฎหมายฉบับนี้มาใช้แก้ปัญหาให้ประชาชนล่ะครับ? หรือว่าตอนนั้นกฎหมายมาตรานี้ยังไม่มี แต่เพิ่งจะมา “นึกออก” เอาตอนนี้เพื่อใช้เป็นเครื่องมือดิสเครดิตสุภาพสตรี?
สรุป: การที่คุณพีระพันธุ์ใช้คำพูดว่า “คุณเป็นรัฐมนตรีประเทศไหนวะ” กับสุภาพสตรีที่ทำหน้าที่ตามขอบเขตกฎหมายของตนเอง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของข้อกฎหมาย แต่มันคือเรื่องของ “วุฒิภาวะ” และ “ความสม่ำเสมอของตรรกะ” ที่นักการเมืองระดับนี้พึงมีครับ
จะเป็นการอ่านกฎหมายไม่สุดทางหรือไม่ การมีชื่อในบัญชีควบคุม ไม่ได้หมายความว่ามีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตั้งราคา เพราะมีกฎหมายเฉพาะของกระทรวงพลังงานค้ำคออยู่ การทำแบบนี้คือการ ‘โชว์เอกสาร’ เพื่อสร้างวาทกรรมตีกินทางการเมือง แต่ตกม้าตายเรื่องแนวทางปฏิบัติจริงของรัฐ
การดิสเครดิต รมว.ศุภจี
เรื่องนี้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อบอกว่า “ศุภจีโกหก” หรือ “ศุภจีไม่รู้กฎหมาย” ทั้งที่ในความเป็นจริง รมว.ศุภจี พูดถูกตามหลักบริหารราชการแผ่นดินว่าโครงสร้างราคาเป็นเรื่องของพลังงาน การเอาบัญชีสินค้าควบคุมมาแบหราแบบนี้ จึงเป็นการ “จงใจบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมาย” เพื่อกดขี่ทางการเมืองมากกว่าการให้ความรู้ประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
งัดสารพัดหั่นค่าครองชีพ! ‘กกพ.’ชงใช้878ล้านอุ้มFt
พณ.งัดมาตรการชะลอขึ้นค่าข้าวแกง หนุนข้าวสาร-น้ำมันพืช-น้ำตาลทราย
'ไทยคู่ฟ้า' แจงยิบ! เปิดความจริง 'ราคาน้ำมันไทย' ทำไมต้องอิงสิงคโปร์
การอ้างอิงราคาสิงคโปร์ จะทำให้โรงกลั่นน้ำมันในไทย ต้องพัฒนาศักยภาพและปรับปรุงการบริหารจัดการเสมอ เพื่อ 'ลดต้นทุน' ให้แข่งขันกับโรงกลั่นอื่นในภูมิภาคและในโลกได้
ปานเทพ งัดราชกิจจาฯ สะกิด 'พี่แต๋ม' น้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าบริการควบคุมตามกม.
ปานเทพ ชี้กกร. ออกแถลงข่าวกระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้
กฎหมายชัด มันทำไม่ได้! ‘สิริพงศ์’ อัด ‘พีระพันธุ์’ ปมจวก ‘พาณิชย์’ เกียร์ว่าง ไม่คุมราคาน้ำมัน สวนแรง ตอนมีอำนาจไม่ทำให้เสร็จ เก่งแต่วิจารณ์ ผลงานอยู่ไหน
กรณี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาอธิบายว่า ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาน้ำมันได้ เนื่องจากหน่วยงานไม่มีอำนาจ ต่อมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ออกมาวิจารณ์ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเสี่ยงต่อการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
'เอกนิติ' ย้ำใช้ภาษีปชช.ดูแลทุกกลุ่ม งัดกลไกทั้งหมดชะลอผลกระทบ!
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Meet the Press “1 เดือนใน

